โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

รังนิก ตอก แมนยู อีกดอก! ชี้ทุ่มเงินเสริมทัพสุดเพี้ยน-ไร้นักเตะผู้นำ

SIAMSPORT

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 22.25 น.
ราล์ฟ รังนิก อดีตกุนซือขัดตาทัพของ แมนยู เปิดปากวิจารณ์สโมสรดังของ พรีเมียร์ลีก อีกรอบว่าใช้เงินซื้อนักเตะใหม่อย่างบ้าจี้เรื่อยมา แถมขาดดาวเตะที่มีสภาวะความเป็นผู้นำในทีม

รังนิก กุนซือจอมเก๋าให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงแนวทางการเสริมทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกรอบว่าเดินเกมอย่างผิดพลาดที่ใช้เงินอย่างมหาศาลกับนักเตะอายุมากแทนที่จะเน้นให้ความสำคัญของนักเตะในอะคาเดมี่ และที่สำคัญสโมสรไร้สตาร์ที่มีความเป็นผู้นำซึ่งส่งผลให้ทีมมีผลงานที่เลวร้ายใน พรีเมียร์ลีก ตลอดหลายปีหลัง

"หากผมเป็นเจ้าของหรือผู้อำนวยการกีฬา ผมจะพยายามเซ็นสัญญาและลงทุนกับนักเตะหนุ่มเพราะมันสมเหตุสมผล" รังนิก ซึ่งคุมทีม ผีแดง ระหว่างเดือนธ.ค.2021-พ.ค.2022 เอ่ยกับ สปอร์ต เมื่อ 22 มิ.ย.

"มันสมเหตุสมผลหรือกับการใช้เงิน 30/40/50 ล้านปอนด์กับนักเตะอายุ 30/28 ปี? ลองคำนวณดูซิ คุณเซ็นสัญญากับนักเตะอายุ 30/28 ปีโดยมอบสัญญาให้พวกเขาห้าปี คุณจะใช้เงินเฉลี่ยปีละ 15 ล้านปอนด์ไปกับค่าแรง และห้าปีจะเป็นเงิน 75 ล้านปอนด์ รวมแล้วมันจะเท่ากับ 110/120 ล้านปอนด์ แล้วยังมีค่าเอเจนต์อีก รวมทั้งหมดเป็นเงิน 150 ล้านปอนด์สำหรับอะไรหรือ?

"คุณไม่มีทางได้เงินคืนมา หากคุณโชคร้ายในปีสุดท้ายของสัญญา นักเตะไม่มีแรงเล่นแล้ว มันเหมือนการเดิมพัน ผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น"

รังนิก เสริมด้วยว่า "นับตั้งแต่ผมย้ายออกมา พวกเขาใช้เงิน 700/800 ล้านปอนด์ และทีมคว้าอันดับ 15 พวกเขาเปลี่ยนโค้ชบ่อยมาก ตอนนี้ยังเป็น อโมริม ซึ่งเป็นโค้ชที่ดี แต่หากสุดท้ายมันไม่ได้ผล โค้ชอีกรายจะย้ายมาพร้อมกับระบบหรือปรัชญาใหม่ เขาจะนำนักเตะอีกชุดเข้ามา"

"ผมคิดว่าเราต้องย้อนกลับไปในปี 2013 ตอนที่ เซอร์ อเล็กซ์ อำลาทีม เขาเป็นสุดยอดในทุกๆด้าน นับจากนั้นผมคิดว่าสโมสรมีปัญหาด้านความเป็นผู้นำ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...