โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักลงทุนคิดหนักค้ากัมพูชา เขมรยิงมั่ว-ธุรกิจหายวับ 1.1 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 00.41 น.

ประเมินผลกระทบค้าชายแดนไทย-กัมพูชา เสียหายเดือนละ 1.1 หมื่นล้าน ส.อ.ท.วอนเร่งยุติปัญหา และกังวลชาวกัมพูชาปลุกปั่นกระทบธุรกิจไทย ขณะที่นักลงทุนยังรอดูท่าที เน้นปรับตัวตามสถานการณ์ ภาคธุรกิจทั้งปั๊มน้ำมัน ค้าปลีก และอื่น ๆ เรียกตัวพนักงานคนไทยกลับทั้งหมด ส่วนธนาคารกรุงเทพ และกสิกรฯ สำรองข้อมูลเตรียมไว้ล่วงหน้าหากยังยืดเยื้อ คลังให้แบงก์รัฐออกมาตรการดูแล ขณะที่กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย กำหนดเยียวยา เสียชีวิตชดเชย 1 ล้านบาท บาดเจ็บ-พิการ ชดเชย 5 หมื่น-7 แสนบาท

คาดการค้าพัง 5.5 หมื่นล้าน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความรุนแรงขึ้น มีผลทำให้ต้องปิดด่านการค้าชายแดนสำคัญทั้ง 5 คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้ากว่า 11,000 ล้านบาทต่อเดือน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงสิ้นปี 2568 คาดว่าจะสร้างความเสียหายราว 55,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จำเป็นจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ รวมไปถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ เพราะว่าได้มีการลดระดับความสัมพันธ์กันแล้ว

ส.อ.ท.ห่วงการค้าหายเกลี้ยง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ชายแดนไทย-กัมพูชาปิดด่านเป็นบางเวลาชั่วคราวเท่านั้น ก็ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนวันละกว่า 500 ล้านบาท แต่ภาคเอกชนผู้ประกอบการปรับแผนส่งสินค้าทางเรือแทน แต่เหตุการณ์ปะทุความรุนแรง ยิ่งทวีความเสียหายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน งบประมาณ และบรรยากาศ

ส.อ.ท.วิงวอนให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศเจรจากันให้ยุติความรุนแรงได้เร็วที่สุด และหวังว่าประชาชนกัมพูชาจะไม่ปลุกปั่นหรือยั่วยุ ที่จะส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยในประเทศกัมพูชา ผลกระทบในระยะสั้น คือ การปิดด่านตลอด 24 ชม. การค้าจะหายไปทั้งหมด แต่หากเรื่องนี้ยืดเยื้อนาน แม้เอกชนไทยจะยังไม่ถอนการลงทุน แต่ในอนาคตอาจต้องพิจารณาความเสี่ยงกันใหม่

“มันจะเหมือนเหตุการณ์ในอดีตที่เราต้องใช้เครื่องบิน C130 ไปรับคนไทยกลับมา เพราะมันบานปลายที่ว่าคนของเขาเผาโรงงานของไทย ซึ่งเราไม่ต้องการให้จบแบบนั้น เพราะในความจริงแล้วประเทศไทยได้ดุลการค้ากัมพูชาอยู่มาก เขาก็พึ่งพาเรามาก หากเขาจะตัดเรา เขาเองที่จะลำบาก”

ยังไม่ถอนลงทุน-ห่วงลุกลาม

แหล่งข่าว ส.อ.ท.กล่าวว่า ทางภาคเอกชนไทยสอบถามถึงสถานการณ์ของผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา ตั้งแต่มีเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนมาโดยตลอด ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ปรับแผนการลงทุน มีเพียงปรับแผนการขนส่ง การสต๊อกสินค้า เพราะเชื่อว่าจะเป็นสถานการณ์ระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น มีผู้ประกอบการบางส่วนที่กังวล หากมีความยืดเยื้อ รัฐบาลทั้ง 2 ไม่สามารถเจรจาสงบศึกได้ และหากรวมรุกรานทำลายทรัพย์สินของผู้ประกอบการไทยก็อาจต้องปิดกิจการชั่วคราว และรอประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะถอนการลงทุนออกจากกัมพูชา เพราะการลงทุนวางแผนระยะยาวต้องใช้เงินมูลค่ามาก การจะตัดสินใจทิ้งการลงทุนต้องมีหลายสาเหตุมาพิจารณา ไม่ว่าจะเรื่องต้นทุน วัตถุดิบ แรงงาน รายได้ผลประกอบการ การแข่งขัน รวมถึงนโยบาย

“มาม่า” เน้นดูแลบุคลากร

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “มาม่า” กล่าวว่า กังวลถึงความปลอดภัยของประชาชนบริเวณชายแดนมากกว่า เนื่องจากด้านธุรกิจโรงงานของบริษัทในกัมพูชาตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ซึ่งห่างจากชายแดนมากและสถานการณ์ต่าง ๆ ยังปกติ

ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมแผนด้านความปลอดภัยของบุคลากรทั้งหมดไว้แล้ว ส่วนการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังกัมพูชานั้น นับตั้งแต่ปิดชายแดนทางบก บริษัทปรับมาใช้การขนส่งทางทะเลแทน

ธปท.จับตาสถานการณ์

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับผลกระทบสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนในหลายมิติ จึงอาจเร็วเกินไปที่จะประเมินผล โดย ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ในส่วนของสถาบันการเงินปิดบางสาขาในเขตพื้นที่ชายแดน ในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สระแก้ว ตราด และจันทบุรี แต่ปัจจุบันยังไม่พบการรายงานว่ามีความเสียหายในสาขา โดยผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางอื่นของสถาบันการเงิน เช่น Mobile Banking/Internet Banking ได้ และลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาและเวลาทำการผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ หรือติดต่อผ่าน Call Center ของแต่ละสถาบันการเงิน

บัวหลวงเรียก พนง.ไทยกลับ

นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารให้เจ้าหน้าที่-พนักงานสาขาคนไทยในสาขาพนมเปญ-กัมพูชาเดินทางกลับไทย เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามแนวทางความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย ปัจจุบันธนาคารมีพนักงานสาขาพนมเปญทั้งหมด 20 คน เป็นคนไทย 4 คน ที่เหลือจะเป็นคนท้องถิ่นที่ยังคงทำงานปกติที่สาขา แต่ก็มีพนักงานบางส่วนทำงานที่บ้าน (Work from Home)

ขณะเดียวกัน ตั้งศูนย์ข้อมูลสำรอง (Backup Site) ในประเทศกัมพูชาไว้เพิ่มอีก 1 แห่ง นอกจากสาขาพนมเปญ และตั้งศูนย์สำรองเพิ่มเติม ณ สาขาสำนักงานใหญ่ของธนาคารกรุงเทพในประเทศไทยด้วย ซึ่งหากกรณีในกัมพูชาไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ สามารถดำเนินธุรกิจผ่านศูนย์สำรองในไทยได้เช่นกัน โดยผ่านระบบออนไลน์

ตั้งเพิ่มศูนย์สำรองข้อมูล

ในเชิงธุรกิจในกัมพูชา ปัจจุบันสาขายังสามารถเปิดให้บริการเป็นปกติ อย่างไรก็ดี ในแง่ฐานลูกค้าที่เกี่ยวข้องระหว่างไทยและกัมพูชาของธนาคารกรุงเทพมีค่อนข้างน้อย ปริมาณธุรกรรมไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าท้องถิ่นในประเทศกัมพูชา และเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการบริโภคภายในประเทศ จึงยังไม่ได้รับผลกระทบและลูกค้าส่วนใหญ่ยังค่อนข้างแข็งแรง ไม่ได้มีปัญหาในการชำระคืนสินเชื่อ

“มาตรการระยะสั้นในการตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าสาขายังเปิดให้บริการเป็นปกติ แต่ธนาคารมีการตั้งศูนย์สำรองข้อมูล 3 แห่ง โดยมีการตั้งเพิ่มที่ประเทศไทย มองว่าค่อนข้างเป็นมาตรการที่ครอบคลุม แม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้มาสาขาก็ยังสามารถดำเนินธุรกรรมได้ และกรณีสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น โดยการมุ่งเป้ากิจการคนไทย เชื่อว่าแผนดังกล่าวยังคงรัดกุมและสามารถตอบโจทย์อยู่”

กสิกรฯใช้แผน BCP รับมือ

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สาขาในประเทศกัมพูชายังคงเปิดให้บริการเป็นปกติ แต่เพื่อความปลอดภัยธนาคารได้ให้พนักงานสาขาที่เป็นคนไทยที่มีอยู่ 3-4 คน เดินทางกลับประเทศก่อน โดยจะมีพนักงานคนท้องถิ่นให้บริการที่สาขาเป็นปกติ

เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ธนาคารได้เตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตามแผนบริหารความต่อเนื่องภายใต้สภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) เช่น การลดคนทำงานในสาขาธนาคาร การเปิดระบบการใช้งาน (Activate) ระบบออนไลน์ รวมถึงการเพิ่มความปลอดภัยของพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทยยังมีการตั้งศูนย์ข้อมูลสำรอง (Backup Site) ซึ่งเป็นแผนที่ดำเนินการและเรียนรู้ตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

แบงก์รัฐออกมาตรการดูแล

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านธนาคารรัฐ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

ธนาคารแต่ละแห่งมีมาตรการแตกต่างกันออกไป หลัก ๆ เป็นโครงการสินเชื่อ, บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น

หออีสานชี้ครึ่งหลังหดตัวหนัก

นายสมชาติ พงคพนาไกร ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย กล่าวว่า การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 4 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจภาคอีสาน ไตรมาส 1/2568 ที่ผ่านมา พบว่าหดตัวลงอยู่แล้วเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยิ่งเกิดการสู้รบ ทำให้มีความกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป จะทำให้เศรษฐกิจภาคอีสานครึ่งปีหลังของปี 2568 หดตัวลงยิ่งกว่าเดิม

โดยเฉพาะภาคการเกษตรถือเป็นรายได้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักสำคัญของภาคอีสาน และประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ล้วนทำเกษตร เช่น การปลูกข้าว อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายเร่งเจรจากันด้วยสันติวิธีเพื่อคลี่คลายปัญหา

ตราดปรับแผนส่งทางเรือ

แหล่งข่าวจากภาคตะวันออกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศปิดชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ทำให้การขนส่งทางเรือที่ท่าเรือ ส.กฤตรวัณ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ต้องปิดสนิทอย่างกะทันหัน มีรถบรรทุกทำพิธีการทางศุลกากรแล้ว และต้องรอคิวลงเรือ ต้องจอดรอที่ด่านศุลกากรคลองใหญ่และท่าเรือ ส.กฤตรวัณ 20-30 ตู้ และมีตู้เปล่าทยอยกลับติดค้างที่ท่าเรือจำนวนมาก ด้านผู้ประกอบการ-ผู้ส่งออกในท้องถิ่นระบายสินค้าไม่ทัน เหลือค้างสต๊อก 40-50%

“ผู้ประกอบส่งออกไม่คาดหวังการเปิดชายแดน เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองที่รุนแรง บริษัทชิปปิ้งเบนเข็มส่งสินค้าข้ามแดน เปลี่ยนใช้เส้นทางขนส่งจากแหลมฉบังไปเข้าทางท่าเรือโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และขนส่งทางรถต่อเข้าพนมเปญ ประเทศกัมพูชาแทน แม้จะต้องใช้เวลามากกว่า 5-8 วัน แต่ปลอดภัย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักลงทุนคิดหนักค้ากัมพูชา เขมรยิงมั่ว-ธุรกิจหายวับ 1.1 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...