โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วันที่ 3 ของการสู้รบ เชิญธงไทย ขึ้นสู่ยอดเสาที่ ภูมะเขือ ทหารกัมพูชา ดับ 10 ราย

Thaiger

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 06.09 น. • Thaiger ข่าวไทย

เชิญธงไทย ขึ้นสู่ยอดเสาที่ ภูมะเขือ ทบ. เผย กองทัพภาคที่ 2 ปฏิบัติการทางทหารยึดพื้นที่สำเร็จแล้ว ฝ่ายกัมพูชามีกำลังพลเสียชีวิต 10 นาย และยังพยายามเข้าตีต่อเนื่อง

ปักธงชาติไทย ภูมะเขือ 100% วันนี้ (26 ก.ค.)กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า เมื่อเวลา 09:20 น. ได้มีการเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดภูมะเขือ

หลังจากที่ทหารไทยได้เปิดปฏิบัติการเข้าตียึดพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝ่ายทหารกัมพูชาได้วางกำลังไว้อย่างหนาแน่น และสามารถยึดพื้นที่ได้สำเร็จเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตามยังคงมีความพยายามจากฝ่ายกัมพูชาในการเข้าตีเพื่อแย่งยึดพื้นที่คืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการระดมยิงปืนใหญ่และเตรียมการจัดกำลังเข้าตีตอบโต้ฝ่ายไทย

ทั้งนี้รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคงของทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ (26 ก.ค.) ยืนยันทหารไทยสามารถยึดภูมะเขือและนำธงชาติไทยไปปักบนยอดภูเรียบร้อยแล้วหลังจากที่เมื่อตอนกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้ามืดทหารกัมพูชาบุกรุกใช้กำลังทหารเข้ามายึดเอาไว้

โดยทหารไทยสามารถเคลียร์พื้นที่ยอดภูมะเขือเรียบร้อย แล้วกว่า 90% พร้อมเตรียมตอบโต้ทันทีหากกำลังทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอีก

ส่วนที่เหลือ 10% จะดำเนินการช่วงเวลา 10.00-14.00 น. พร้อมทำลายฐานที่มั่น กระเช้า เสาเรดาร์ และบันไดเหล็กที่ทหารกัมพูชาทำขึ้นบนภูมะเขือให้หมด จากนั้นจะนำกำลังใหม่เป็นกองร้อยทหารราบตั้งกำลังหน้าแนว เพื่อให้กำลังชุดปฏิบัติการในช่วงเช้าได้พักผ่อน นอกจากนี้จะเสริมกำลังอาวุธหนักขึ้นสนับสนุน

ตัวเลขทหารที่เสียชีวิต รายงานของสำนักข่าว “ข่าวสด” ระบุ การยึดคืนภูมะเขือล่าสุดนี้มีทหารเขมรเสียชีวิต 10 รายด้วยกัน

ขณะที่ในส่วนของฝ่ายไทยนั้น ยอดรวมทั้งหมดตั้งแต่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา มีตัวเลขตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงปัจจุบัน ดังนี้ (อ้างอิงข้อมูลไทยพีบีเอส)

1.พลเรือน

  • เสียชีวิต 13 ราย
  • บาดเจ็บสาหัส 10 ราย
  • บาดเจ็บปานกลาง 10 ราย
  • บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย

รวมทั้งสิ้น 46 ราย

2.ทหาร

  • เสียชีวิต 6 นาย
  • บาดเจ็บ 29

รวมทั้งสิ้น 35 นาย

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก The Wild Chronicles ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก ระบุ “ภูมะเขือ” เป็นเนินเขาสำคัญในเทือกเขาพนมดงรัก ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทพระวิหารไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 3 กิโลเมตร ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์บนแนวสันปันน้ำ ซึ่งมีความหมายทางทหารสูง เนื่องจากผู้ยึดจะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวในพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่นี้ยังเกี่ยวข้องกับ “วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ” วัดใหม่ที่กัมพูชาสร้างขึ้นบนแนวถนนส่งกำลังบำรุงจากฝั่งตนเข้าสู่ปราสาทพระวิหาร (ไทยประท้วง แต่ทำอะไรไม่ได้) ซึ่งถือเป็นจุดที่สามารถควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ได้ หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้าครอบครอง

ในอดีตภูมะเขือเคยเป็นสมรภูมิรบเดือดช่วงปี 2554 (หรือ 2011) และยังคงเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายวางกำลังอยู่เรื่อยมา โดยฝั่งไทยยึดแนว “เส้นปฏิบัติการ” ตามสันปันน้ำ ซึ่งผ่านด้านหลังวัดดังกล่าว และถือเป็นเส้นเขตแดนทางทหารที่ไทยอ้างสิทธิ์

ในเดือนพฤศจิกายน 2022 กองทัพกัมพูชาได้สร้างถนนตามแนวสันภูมะเขือ และเสริมกำลังบนสันเขา จนทำให้พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดที่ทหารกัมพูชาอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าทหารไทย ผิดจากพื้นที่ชายแดนส่วนอื่น

จนเมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาทหารไทยได้สังเกตเห็นมีการขุดสนามเพลาะและตอกเสาเขตแดนบริเวณดังกล่าว โดยใช้อุปกรณ์หนัก เช่น รถแบ็กโฮ ขุดแนวติดต่อระหว่างจุดของทั้งสองฝ่าย ซึ่งนำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรง

ในการสู้รบที่เกิดขึ้น ฝ่ายไทยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยปืนใหญ่และอากาศยานขับไล่ F-16 โดยมีการเข้าตีและผลักดันกันหลายครั้ง ในวันแรก ทหารไทยสามารถทำลายระบบเคเบิลคาร์ที่กัมพูชาใช้ส่งเสบียงขึ้นสู่ยอดเขาสูงราว 150 เมตรได้ ”บางส่วน“

กระทั่งในวันที่สองของการสู้รบ กองทัพไทยยืนยันว่าสามารถยึดครองยอดภูมะเขือได้สำเร็จ พร้อมควบคุมพื้นที่ประมาณ 0.65 ตารางกิโลเมตร

การยึดพื้นที่นี้จะทำให้ฝ่ายไทยได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากสามารถตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของกัมพูชาที่ส่งไปยังปราสาทพระวิหารได้ และอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในการจัดวางกำลังระยะยาวบริเวณชายแดน แต่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับการเข้ายึดตัวปราสาทซึ่งมีความซับซ้อนทางการเมือง

ทั้งนี้หลังเหตุปะทะเข้าสู่วันที่ 3 มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 26 ก.ค.68 ทหารเสียชีวิต 6

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...