ธปท.เปิดให้ ‘เช่าซื้อ’ รายงานตัว ฝ่าฝืน 'บริษัท-ผู้บริหาร' เจอโทษปรับหนัก
ธปท.เดินหน้าคุมเช่าซื้อ 1.6 ล้านล้านบาท เตรียมเปิดให้ผู้ประกอบการรายงานตัวตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ จนถึงไตรมาสแรกปีหน้า ลั่นฝ่าฝืนเจอบทลงโทษ วงในชี้ปรับ “บริษัท-ผู้บริหาร” กรณีละ 500,000 บาท รวมถึงปรับอีกวันละ 5,000 บาท หากยังไม่ยอมมาขึ้นทะเบียน
นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. จะเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เริ่มรายงานตัวกับ ธปท. ในเดือน ก.ย.นี้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของ ธปท. และเปิดให้รายงานตัวได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569
“คาดว่าผู้ประกอบธุรกิจมารายงานตัวทันภายในกำหนด เนื่องจากระบบของ ธปท. มีความพร้อม แต่หากผู้ประกอบธุรกิจไม่มารายงานตัว จะมีบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์”
ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค. 2568 และประกาศ ธปท. จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป
“ปัจจุบันประชาชนใช้บริการเช่าซื้อและลีสซิ่งในวงกว้าง ยอดธุรกรรมคงค้างสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 10% ของหนี้ครัวเรือน รวมถึงจำนวนเรื่องร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้ จึงมีความจำเป็นต้องกำกับดูแล”
นางสาวพีรจิตกล่าวว่า ในส่วนอัตราดอกเบี้ยของเช่าซื้อ จะมีการทบทวนในช่วงสิ้นปี 2568 นี้ ซึ่งต้องคุยกับผู้ประกอบการอีกครั้ง โดย ธปท.จะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม หลังจากรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการ และร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แล้วเสร็จ
“สำหรับดอกเบี้ย จะพิจารณาตามต้นทุนไม่ให้เกินสมควร พิจารณาความเสี่ยงของเศรษฐกิจ และไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการเข้าไปกำกับดูแลในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น อาจจะต้องดูในส่วนของความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น”
รายงานข่าวแจ้งว่า อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อในตลาดในปัจจุบัน กำหนดว่า กรณีรถยนต์ใหม่ตามการคำนวณแบบลดต้นลดดอกจะต้องไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี แต่ในทางปฏิบัติ การโปะหนี้รถ ไม่ได้ลดต้นลดดอก หรือทำให้ประหยัดดอกเบี้ยลงได้เหมือนกรณีหนี้บ้าน
แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้ประกอบการที่ไม่ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวต่อ ธปท. ตามกำหนด จะถูกห้ามประกอบธุรกิจ และหากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษ อาทิ บริษัทจะโดนปรับเป็นเงิน 500,000 บาท ผู้บริหารจะโดนโทษปรับอีก 500,000 บาท และหากยังไม่มาขึ้นทะเบียนรายงานตัวจะโดนปรับอีกวันละ 5,000 บาท เป็นต้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.เปิดให้ ‘เช่าซื้อ’ รายงานตัว ฝ่าฝืน ‘บริษัท-ผู้บริหาร’ เจอโทษปรับหนัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net