โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ’ สานต่อค่ายเยาวชนรักษ์น้ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น.

“มิซุอิกุ” ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ (Mizuiku Water Hero Camp) เป็นกิจกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย “ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย)” จับมือกับ “ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)”

ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา

ภายใต้เป้าหมายเพื่อตอกย้ำให้เยาวชนอายุ 10-13 ปี ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ผ่านแนวคิด “ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา”

ร่วมมือกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาและภาคีหน่วยงานภาครัฐ จัดกิจกรรมมุ่งเน้นให้เยาวชนเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ วัฏจักรน้ำ และปัญหาน้ำในแต่ละพื้นที่ ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ที่ผสมผสานความรู้และความสนุกสนานเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ห้องเรียนธรรมชาติของจังหวัดชลบุรี

“โอเมอร์ มาลิค” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และมลพิษทางน้ำ

“น้ำ” เป็นหนึ่งในหัวใจหลักของธุรกิจ ด้วยแนวคิดนี้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด จึงได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการวัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ : เรารักษ์น้ำ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและมอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่เยาวชน

ในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้ส่งมอบองค์ความรู้ให้แก่เยาวชน 8,115 คน และคุณครู 270 คน จาก 30 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและระยอง อีกทั้งสนับสนุนให้เยาวชนนำความรู้ไปบูรณาการโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในมิติต่าง ๆ ของโรงเรียนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“เป็นการปลูกฝังเยาวชนให้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องทรัพยากรผ่านห้องเรียนธรรมชาติ ผ่านการรวมจุดเด่นของ 2 ธุรกิจ เป็นการขยายขอบเขตธุรกิจแบบดับเบิล โดยเริ่มจากจังหวัดที่มีโรงงานผลิต และอยู่ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำ เริ่มต้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี และจะต่อยอดไปยังจังหวัดสระแก้วในปีต่อไป”

ตีโจทย์แก้ปัญหามลพิษทางน้ำ

“ทานุจ ชาดา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในส่วนของการดำเนินงานว่า โครงการมีเงื่อนไขในการวัดผลจากโรงเรียน 4 ข้อ ได้แก่ ต้องมีนโยบายอนุรักษ์น้ำ-สิ่งแวดล้อม, มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน, มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ

หลังจากนั้นจะมอบหมาย 2 โจทย์ ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ และการอนุรักษ์น้ำ โดยน้อง ๆ ต้องตั้ง “มิซุอิกุคลับ” ขึ้นในโรงเรียนด้วย และค่อยนำกลับมาพรีเซนต์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568

โดยจะคัดเลือกจาก 30 โรงเรียน เหลือ 10 โรงเรียน และเฟ้นหาผู้ชนะ 1 โรงเรียนสุดท้าย/จังหวัด ซึ่งตัวแทนโรงเรียนที่ชนะจะได้เดินทางไปทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดของโครงการ “มิซุอิกุ” ณ ประเทศญี่ปุ่น

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ทุกคนกลายเป็นผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ รวมถึงนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้กับเพื่อน ๆ ในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนต่อไป”

อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre หรือ EEC) เปิดเผยว่า ส่วนของการทำค่ายเยาวชนว่า EEC มีหลักสอนให้คิดเกิดเป็นผลสำเร็จ และการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการผ่านฐานต่าง ๆ

ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ และทะเล เช่น เรียนรู้บทบาทและความสำคัญของป่าต้นน้ำ, สำรวจระบบนิเวศพื้นที่กลางน้ำ, ศึกษาระบบนิเวศของป่าชายเลน และตระหนักถึงความสำคัญของทะเล

ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่ปรึกษาโครงการและร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานการประกวด

ต่อยอดสร้างสายสัมพันธ์

“การตั้งมิซุอิกุคลับ เป็นการต่อยอดพื้นที่รักษ์น้ำขยายออกไป สร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ในปีนี้มีสมาชิกกว่า 600 คน มาร่วมสร้างส่วนหนึ่งของการศึกษาในชุมชนอย่างยั่งยืน”

อเล็กซานเดอร์กล่าวต่อว่า ในระดับโลกอย่างประเทศเวียดนาม มีการประสานเนื้อหาเข้าไปในหลักสูตร เพื่อให้เกิดการต่อยอดและเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของการวัดผล มีข้อสอบในรูปแบบ Pre-Test และ Post-Test เป็นคำถามที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในชีวิตประจำวัน ซึ่งผลจากการสอบภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมมีเปอร์เซ็นต์ที่ดีกว่าเดิม 6%

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการศึกษาชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร ผู้สร้างแรงบันดาลใจและให้คำแนะนำการจัดทำโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทได้รับแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากไอเดียของเยาวชนเพิ่มอีก 30 โครงการต่อปี

การดำเนินโครงการวัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ : เรารักษ์น้ำ จะช่วยวางรากฐานเพื่อนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับมาปรับใช้ ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และขยายผลด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมไปสู่บุคลากรในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ’ สานต่อค่ายเยาวชนรักษ์น้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...