โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุบป่าตาด อุทัยธานี โลกยุคดึกดำบรรพ์ที่มีอยู่จริง

Manager Online

เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 00.35 น. • MGR Online

ระยะทางราว 1 กิโลเมตร เสมือนเส้นทางข้ามกาลเวลา ก้าวขาขึ้นไปตามแนวภูเขาเผชิญกับโถงถ้ำไร้แสง แล้วออกไปสู่ความสว่างปลายอุโมงค์ที่ต้อนรับด้วยโตรกผาหินแปลกตา ก่อนจะเดินลงจากเขาไปสัมผัสกับพันธุ์พืชยุคโบราณกับสถาปัตยกรรมทางธรณีวิทยาสุดตื่นตาตื่นใจในหุบเขาลึก

หนึ่งในประสบการณ์เดินทางที่ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนอดีตไปสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์ ต้องยกให้ “หุบป่าตาด” แหล่งท่องเที่ยวด้านธรณีวิทยากับอาณาจักรแห่งพืชยุคโบราณในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งการขนานนามว่า “โลกยุคดึกดำบรรพ์” ไม่ใช่การเล่นคำให้น่าตื่นเต้น แต่เป็นข้อเท็จจริงที่มาจากสภาพธรณีวิทยากับระบบนิเวศบริเวณโถงถ้ำเขาหินปูนที่มีอายุกว่าสองร้อยล้านปี ที่รวมทั้งพืชพรรณหายากซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาราวกับไร้การเปลี่ยนแปลง

กำเนิดหุบเขาสุดตระการตา

หุบป่าตาด ตั้งอยู่ในพื้นที่ “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน” บริเวณนี้เป็นเทือกเขาหินปูนลูกโดด ๆ ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบ และพื้นที่เกษตรกรรมเรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน เทือกเขาหินปูนลูกนี้ประกอบไปด้วยภูเขาหินปูนย่อย 5 ลูก ได้แก่ เขาปลาร้า เขาฆ้องชัย เขาน้อย เขาน้ำโจน และเขาห้วยโศก

ส่วนพื้นที่ที่เรียกว่า หุบป่าตาดนั้น เป็นเขาหินปูนในยุคเพอร์เมียน อายุเก่าแก่ราว 245-286 ล้านปี การเกิด “หุบ” ลงไปในภูเขาหินปูนมาจากปริมาณน้ำฝนที่ตกมาเนิ่นนานอาจใช้เวลานับล้านปี ฝนมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆจนสามารถละลายหินปูนได้ ค่อยๆกัดเซาะไหลลงไปจากด้านบนจนแนวเขาถล่มลงไปตามรอยแตก (เขาห้วยโศก) เป็นลักษณะของการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอย่างฉับพลัน เมื่อเพดานถ้ำหรือหลังคาถ้ำพังถล่มลงไป จึงเกิดเป็นหลุมยุบ หุบ ปล่อง หรือบ่อขนาดใหญ่ลึกลงไปราว 150-200 เมตร

ส่วนพืชพรรณยุคโบราณที่เจริญเติบโตอยู่ภายในหุบโพรงนี้ ส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่า เป็นพืชที่มีอยู่เดิมบริเวณหลังคาถ้ำ หรือด้านบนที่ตกลงไปพร้อมกันจากการถล่มครั้งนั้น และอีกส่วนอาจมาจากสัตว์ป่าต่างๆ ที่เป็นตัวนำผลของตาด (พันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม) และพืชพันธุ์โบราณชนิดอื่น กินแล้วทิ้งลง หรือทำร่วงหล่นในปล่องหุบเขา แล้วผลตาดก็ขยายพันธุ์เติบโตขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีปัจจัยลบจากสภาพแวดล้อมภายนอกไปรบกวน เพราะแนวเขาโอบล้อมเป็นเสมือนเกราะกำบังให้ระบบนิเวศในหุบมีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก

จุดเริ่มต้นสู่แหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์

หุบป่าตาด หรือถ้ำหุบป่าตาด ค้นพบโดย “พระครูสันติธรรมโกศล” (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี พ.ศ. 2522 ซึ่งพระครูฯ ได้มาธุดงค์นั่งวิปัสสนากรรมฐานที่บริเวณเขาห้วยโศก ในครั้งนั้นพระครูฯปีนลงไปในหุบเขาจึงพบว่ามีต้นตาดเต็มไปหมด สวยงามแปลกตามาก

ต่อมาจึงมีการเจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่หุบป่าตาดในปี พ.ศ. 2527 โดยกรมป่าไม้ (กรมอุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน) ประกาศให้ที่นี่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีค่ายิ่งต่อจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้หายากหลายชนิด เช่น ต้นตาด เต่าร้าง เปล้า กะพง ยมหิน คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เป็นต้น

ภายในหุบเขาหินปูนขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีโถงโล่งใหญ่ให้เดินศึกษาระบบนิเวศ และธรณีวิทยา ดินแดนดึกดำบรรพ์แห่งนี้ จึงถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นระดับแนวหน้าของอุทัยธานี โดยเมื่อกว่า 20 ปีก่อน เคยได้รับเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็น “อันซีนไทยแลนด์” มาแล้ว กล่าวได้ว่าเป็นสถานที่กลุ่มแรกๆของแหล่งท่องเที่ยวแนวอันซีนของประเทศไทย

เส้นทางท่องเที่ยวหุบป่าตาด

เส้นทางท่องเที่ยวหุบป่าตาดที่เป็นไฮไลต์เด่น แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ เส้นทางเดินขึ้นเขาแล้วลอดผ่านถ้ำที่ขนานนามว่า “อุโมงค์แห่งกาลเวลา” ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดจากการระเบิดภูเขาเพื่อนำไปสู่ความอันซีนแห่งขุนเขา ถ้ำมืดระยะทางราว 40 เมตร ไม่น่ากลัว แต่ช่วยเพิ่มความรู้สึกตื่นเต้นกระตุ้นอารมณ์ผจญภัยได้ดี โดยแสงสว่างปลายอุโมงค์กาลเวลานำไปสู่ทางลงไปยังหุบป่าตาดที่อยู่ด้านล่าง

ส่วนที่สอง คือ หุบเขาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณต่างๆอุดมสมบูรณ์ มีป้ายสื่อความหมายให้รู้ พร้อมเส้นทางเดินสะดวกสบาย ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ จะได้เจอ“ต้นตาด” (Areaga penata) หรือ “ต้นตาว” หรือ “ต้นต๋าว” (ภาษาตามท้องถิ่น) ใบเขียวเข้มเป็นแฉกแผ่กว้างสยายคล้ายต้นสละหรือระกำ นอกจากนี้ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชหายากอีกนานาชนิด

ส่วนที่สาม เป็นไฮไลต์ด้านธรณีวิทยาที่งดงามตระการตา ด้วยโถงถ้ำเปิดโล่งสองด้านที่ฉายความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมธรรมชาติหินงอกหินย้อย ไม่ว่าจะเป็นเพดานถ้ำ ผนังถ้ำ และตามพื้นถ้ำ ซึ่งบริเวณส่วนนี้ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม และในวัฒนธรรมร่วมสมัย ก็เคยใช้เป็นฉากที่ปรากฏในละครเรื่องนาคี (2559) จนหุบป่าตาดโด่งดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อราวเกือบสิบปีก่อน

สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ของโลก

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของหุบป่าตาด คือ การเป็นแหล่งอาสัยของสัตว์โลกจากยุคโบราณ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอย่าง “กิ้งกือมังกรสีชมพู” ซึ่งจะปรากฏโฉมให้ผู้มาเยือนได้เห็นในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพียงปีละครั้งเท่านั้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า “กิ้งกือมังกรสีชมพู” เป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ ที่ได้รับการรับรอง ประกาศให้เป็นสุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในอันดับที่ 3 ของโลก ไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 โดยสถาบันไอไอเอสอี (International Institute for Species Exploration : IISE) มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

ส่วนที่มาของชื่อเพราะอยู่ในวงศ์กิ้งกือมังกร (พาราดอกโอโซมาติเดีย) บวกกับสีชมพูสดใส และยังมีลักษณะเด่นด้วยลวดลายและปุ่มหนาคล้ายมังกร เมื่อโตเต็มวัยจะมีลำตัวยาว 7 ซม. มี 20 - 40 ปล้อง ที่สำคัญและต้องระวังสำหรับนักท่องเที่ยว คือ สามารถขับสารพิษประเภทไซยาไนด์ เพื่อป้องกันตัวได้อีกด้วย ซึ่งการเข้าไปชมกิ้งกือมังกรสีชมพู สามารถชมได้ใตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน โดยขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของผืนป่า

หุบป่าตาด (เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน)

อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

เปิดทำการ 08.30 น. - 16.30 น. ทุกวัน

ค่าธรรมเนียม: ผู้ใหญ่ 20 บาท, เด็ก 10 บาท (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฟรี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...