โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จัก "พริกหวาน" สีแดง-เหลือง-เขียว ประโยชน์ต่างกัน เปิดสรรพคุณลับที่คุณอาจไม่เคยรู้

sanook.com

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 12.59 น. • Sanook
รู้จัก

รู้จัก "พริกหวาน" สีแดง-เหลือง-เขียว สีไม่เหมือนกันให้ประโยชน์ต่างกัน เปิดสรรพคุณที่คุณอาจไม่เคยรู้

พริกหวาน (Bell Pepper) เป็นผักหลากสีที่ไม่เพียงเพิ่มความน่ากินให้มื้ออาหาร แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารหลากชนิด ซึ่งแต่ละสีก็ให้ประโยชน์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

พริกหวานสีเขียว

เก็บเกี่ยวตั้งแต่ยังไม่สุกเต็มที่ เป็นพริกดิบของสีอื่น ๆ

  • มีคลอโรฟิลล์สูง ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย และลดความเสี่ยงมะเร็ง

  • เสริมการย่อย ลดอาการท้องผูก และช่วยระบบขับถ่าย

  • มีวิตามิน A, C, K, โฟเลต และไฟเบอร์ในปริมาณที่ดี

  • แคลอรีต่ำ น้ำตาลน้อย เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก

พริกหวานสีเหลือง

สุกกว่าพริกเขียวแต่ยังไม่เต็มที่

  • มีลูทีนและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยปกป้องดวงตาและลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม

  • เสริมภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระได้ดี

  • รสหวานอ่อน ๆ กินง่าย เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำตาลจากแหล่งอื่น

  • ให้ไฟเบอร์

  • สีเหลืองที่มีวิตามินซีสูงที่สุด มากกว่าปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน มากกว่าส้ม 3 เท่า

พริกหวานสีแดง

สุกเต็มที่ อยู่บนต้นนานที่สุด หวานที่สุด

  • อุดมไปด้วยวิตามิน A และ C, เบต้าแคโรทีน และแคปแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม

  • บำรุงสายตา ผิวพรรณ และสมอง ชะลอความเสื่อมของเซลล์

  • ลดการอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

  • ให้ความหวานธรรมชาติ มีน้ำตาลมากที่สุดในบรรดาพริกหวาน

ประโยชน์ต่อสุขภาพของพริกหวาน

1. ลดความเสี่ยงของต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม

โภชนาการมีบทบาทสำคัญในการชะลอปัญหาการมองเห็นจากวัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแคโรทีนอยด์ 2 ชนิด ได้แก่ ลูทีน (lutein) และซีแซนทีน (zeaxanthin) ซึ่งช่วยปกป้องจอประสาทตาจากความเสียหายจากอนุมูลอิสระ พริกหวานแดงมีสารเหล่านี้สูง รวมทั้งวิตามินซีที่ช่วยเสริมสุขภาพตา งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าการบริโภคอาหารที่มีแคโรทีนอยด์เป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงของต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม

2. ลดความเสี่ยงภาวะโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางพบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากร่างกายมีออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ สาเหตุหลักคือขาดธาตุเหล็ก พริกหวานมีธาตุเหล็กไม่มากนัก แต่มีวิตามินซีสูง โดยพริกครึ่งผลมีวิตามินซีมากถึง 100 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีวิตามิน B6 ที่จำเป็นต่อการสร้างฮีโมโกลบิน โปรตีนที่ลำเลียงออกซิเจนในเลือด

3. ป้องกันโรคเรื้อรังบางประเภท

พริกหวานอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงโรคหัวใจ มะเร็ง และโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยเฉพาะวิตามิน C, E และเบต้าแคโรทีน นอกจากนี้ยังมีโพลีฟีนอล เช่น ลูทีน เควอซิทิน (quercetin) และแคปแซนทีน (capsanthin) ซึ่งพบมากในพริกแดงสุก สารเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง แม้ขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาใหญ่ที่ระบุผลชัดเจนของการบริโภคพริกหวานต่อการลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

4. ชะลอความจำเสื่อมจากวัย

งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า สารประกอบในพริกสุกอาจช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ปล่อยโปรตีนอะไมลอยด์ (amyloid) ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ สารพฤกษเคมีในพริก เช่น ฟีนอล แคโรทีนอยด์ และฟลาโวนอยด์ อาจมีบทบาทในการชะลอการเสื่อมของระบบประสาท

5. อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

จากการทดลองในสัตว์ พบว่าพริกหวานอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ สารโพลีฟีนอลในพืชเช่นพริกหวาน มีบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล และกำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค

6.อาจช่วยลดการอักเสบ

พริกหวานมีสารไฟโตเคมิคอลและสารอาหารที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบจากธรรมชาติ งานวิจัยพบว่า สารจากพืชในพริกหวานสามารถช่วยลดหรือป้องกันการอักเสบในร่างกายได้ โดยการอักเสบเรื้อรังนั้นเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและเบาหวานชนิดที่ 2

Erika Barrera, นักกำหนดอาหาร กล่าวว่า “พริกหวานมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แคโรทีนอยด์และแอนโทไซยานิน ที่ช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งมีความสำคัญต่อการลดการอักเสบและป้องกันมะเร็ง”

7.เสริมภูมิคุ้มกัน

Krista Wale, นักกำหนดอาหาร ระบุว่า “การกินพริกหวานทุกวันจะช่วยเพิ่มสารอาหารที่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะวิตามิน C”

พริกหวานสีแดง 1 ผล มีวิตามิน C มากกว่าส้มเกือบ 3 เท่า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ดีขึ้น

8.ช่วยระบบย่อยอาหาร

พริกหวานเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดี ซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานปกติ เสริมสุขภาพลำไส้ ควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด อีกทั้งยังช่วยบำรุงจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้

Erika Barrera กล่าวว่า “ไฟเบอร์ในพริกหวานช่วยดูแลสมดุลในลำไส้ และมีผลดีต่อระดับพลังงานและสุขภาพโดยรวม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...