โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นิทรรศกาลครั้งหนึ่ง 150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ l World Pulse

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 19.33 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 02.28 น.

การทำงานปัจจุบันว่ายากแล้ว แต่การเริ่มต้นในอดีตยากยิ่งกว่า "นิทรรศกาลครั้งหนึ่ง 150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ: การวางรากฐานความสัมพันธ์ทางการทูตสู่อนาคต" เผยให้เห็นประวัติศาสตร์สำคัญกว่าจะถึงวันนี้

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.พ.ศ.2418 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตราพระราชบัญญัติกรมพระคลังมหาสมบัติยังผลให้มีการแยกราชการด้านการคลังออกจากกรมท่าที่ยังปฏิบัติราชการด้านการต่างประเทศต่อไป จึงถือเป็นวันสถาปนากระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกันนั้นก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) ดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าการต่างประเทศ”

เมื่อตั้งกระทรวงแล้วกระทรวงการต่างประเทศก็มีความเป็น “ครั้งแรก” อีกหลายอย่างสะท้อนถึงพัฒนาการของการทำหน้าที่ เช่น ในปี 2425 สยามได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงลอนดอน โดยรัฐทูตวิสามัญและอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มพระองค์แรกคือพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์

สยามถือเป็นหนึ่งในสามชาติเอเชีย นอกเหนือไปจากญี่ปุ่นและจีน ที่มีตัวแทนทางการทูตถาวรในยุโรป

ปี 2563 สยามได้ซื้อที่ดินและก่อสร้างอาคารสถานอัครราชทูตและทำเนียบอัครราชทูตที่ถนน Kalorama กรุงวอชิงตัน โดยพระยาประภากรวงศ์เป็นผู้ทำพิธีวางฐานรากของอาคารหลังนี้ นับเป็นการก่อสร้างอาคารในต่างประเทศหลังแรกของสยาม

สัญลักษณ์ของชาติไม่ได้มีแค่สถานเอกอัครราชทูต น่าสังเกตว่าเวลาผู้นำไปเยือนต่างประเทศมักไปชมศาลาไทยที่โน่นที่นี่ ศาลาไทยในต่างประเทศถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและวัฒนธรรมไทย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ หรือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศ เพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภาพลักษณ์อันงดงามของไทย

ศาลาไทยในต่างประเทศแห่งแรก ตั้งอยู่ที่เมืองบาด ฮอมบวร์ก ประเทศเยอรมนี โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อจารึกความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับเยอรมนี หลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 การก่อสร้างเริ่มต้นในประเทศไทย แล้วส่งไปประกอบเป็นศาลาไทยที่สมบูรณ์ในช่วงกลางปี พ.ศ.2457 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ปัจจุบันมีศาลาไทยในต่างประเทศอีกหลายแห่ง อาทิ สวนอุเอโนะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, สวนเดอน็องดู เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เทศบาลเขตรากุนด้า ประเทศสวีเดน และสวนสัตว์ทารองก้า นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

นั่นคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทวิภาคี ส่วนความสัมพันธ์ในกรอบพหุภาคี เรียนกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยว่า ไทยเป็นประเทศผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ด้วยปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น นิทรรศกาลครั้งหนึ่ง 150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ ยกโต๊ะลงนามสนธิสัญญามาวางให้เห็นกันจะๆ พร้อมสนธิสัญญาฉบับจริง World Pulse เห็นแล้วขนลุก! ที่ได้ยินอาจารย์สอนในวิชาการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเห็นด้วยตาก็วันนี้

ที่เล่ามาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สำคัญ น่าเสียดายที่ “นิทรรศกาลครั้งหนึ่ง 150 ปี กระทรวงการต่างประเทศ: การวางรากฐานความสัมพันธ์ทางการทูตสู่อนาคต” ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ สิ้นสุดลงไปแล้ว ใครไม่ได้ไปชมถือว่าพลาดมากๆ แต่โชคดีที่ว่านิทรรศการฉบับย่อยังจะจัดแสดงที่กรมการกงสุล ผู้ที่สนใจไปติดตามกันต่อได้ ชมแล้วอินแค่ไหน ขนลุกหรือไม่กรุณาแจ้งให้ World Pulse ทราบด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...