โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

WHO เตือน mpox ยังฉุกเฉิน แพร่ต่อเนื่องในแอฟริกา

Amarin TV

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 09.35 น.
WHO เตือนสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคฝีดาษลิงยังคงฉุกเฉินแม้รายงานการติดเชื้อเพิ่มลด แต่อาจเพราะรายการล่าช้า

เมื่อปลายสัปดาห์ก่อนองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง (mpox) ในหลายประเทศ สะท้อนสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลกที่ยังระบาดอยู่ โดยเฉพาะในประเทศแอฟริกา

ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2568 พบว่า มีผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงกว่า 25,125 คนใน 75 ประเทศทั่วโลก และมีรายงานยืนยันการเสียชีวิตแล้ว 98 คนในจำนวนนั้น โดยประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดหรือว่าครึ่งคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่งของผู้ติดเชื้อทั้งหมด คือ 13,545 คน ตามมาด้วย ยูกานดา (6,051 คน) เซียร์ราลีโอน (4,610 คน) และบุรุนดี (1,159 คน)

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ออกแถลงการณ์ว่า โรคฝีดาษลิงยังคงเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศที่มีความน่ากังวล (public health emergency of international concern: PHEIC) เนื่องจากมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแอฟริกาตะวันตก และคาดว่า มีการแพร่ระบาดของไวรัส mpox ที่ยังตรวจจับไม่ได้เข้าสู่ประเทศแอฟริกันอื่น ๆ ด้วย

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลกนับตั้งแต่รายงานสถานการณ์เมื่อปลายเดือนมิถุนายน มีเพียงประเทศตุรกีเท่านั้นที่รายงานการตรวจพบสายพันธุ์ย่อยใหม่ของไวรัส MPXV โดยพบผู้ป่วย 1 รายที่ติดเชื้อ mpox จากไวรัส MPXV สายพันธุ์ clade Ia และไม่มีประเทศใดรายงานพบ mpox เป็นครั้งแรกในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา

สำหรับโรคฝีดาษลิง สายพันธุ์ clade Ib นั้น พบว่าการแพร่เชื้อยังจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศแอฟริกาเท่านั้น และพบบางเคสในประเทศจีน ที่สาเหตุการติดเชื้อกำลังอยู่ในกระบวนการสืบสวน อย่างไรก็ตามในประเทศส่วนใหญ่ไม่มีรายงานการแพร่เชื้อของ clade Ib อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกานั้น โดยรวมพบว่า มีรายงานการติดเชื้อลดลง โดยเฉพาะในคองโกและเซียร์ราลีโอน อย่างไรก็ตาม WHO เตือนว่า มีความล่าช้าในการรายงานผล และการทดสอบที่ไม่สมบูรณ์ในคองโกอยู่ ซึ่งอาจกระทบตัวเลขผู้ติดเชื้อ

ขณะเดียวกัน ทรัพยากรสำหรับการรับมือกับโรคก็เริ่มลดน้อยลง โดยบุรุนดีและยูกันดารายงานว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับในประเทศไทย มีรายงานผู้ติดเชื้อล่าสุดเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค ออกแถลงการณ์ว่า พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงเพิ่ม 1 คนที่จังหวัดเชียงใหม่ การติดเชื้อในไทยคือสายพันธ์ุ Clade2

แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มในไทยปีนี้จะยังคงมีตัวเลขไม่มากไปกว่าปี 2567 ที่มีผู้ป่วยรวม 176 คน ปีนี้ตั้งแต่ต้นปี มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มแล้ว 40 คน มักพบในกลุ่มเสี่ยงเป็นหลัก กลุ่มเสี่ยงในประเทศไทยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-39 ปี มีภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมกับโรคประจำตัว ที่ผ่านมา มักมีประวัติทางเพศสัมพันธ์ุเป็นวิธีหลักในการรับเชื้อ

ข้อมูลจาก WHO ระบุไว้ว่า โรคฝีดาษลิง คือโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสฝีดาษลิง (monkeypox virus หรือ MPXV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิด DNA สายคู่แบบมีเยื่อหุ้ม จัดอยู่ในสกุล Orthopoxvirus วงศ์ Poxviridae ซึ่งรวมถึงไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษในคน (variola), ฝีวัว (cowpox), วัคซิเนีย (vaccinia) และไวรัสอื่น ๆ อีก มีสายพันธุ์ของไวรัสที่แตกต่างกันอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ clade I (ซึ่งแบ่งย่อยเป็น Ia และ Ib) และ clade II (ซึ่งแบ่งย่อยเป็น IIa และ IIb) การแพร่ระบาดของ clade IIb ทั่วโลกเริ่มตั้งแต่ปี 2022 และยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแพร่จากบุคคลหนึ่งสู่อีกบุคคลด้วยการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เช่น อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน สัมผัสกันทางผิวหนัง อย่างการร่วมเพศ การจูบ หรือการสัมผัสระหว่างปากกับผิวหนัง หรือใบหน้าต่อใบหน้า รวมไปถึงการให้กำเนิดบุตร นอกจากนี้การสัมผัสกับวัตถุของผู้ติดเชื้อ อย่าง เสื้อผ้า เข็มสัก เข็มฉีดยา ก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน

อาการที่พบได้บ่อยในผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงคือ

  • ผื่นคัน
  • ไข้
  • เจ็บคอ
  • ปวดหัว
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดหลัง
  • ไม่มีแรง
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...