โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ธนัช’ ปิดฉาก YGG.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

#มันจบแล้วครับนาย..!!กรณีบริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ YGGกับ “ยิ้ม-ธนัช จุวิวัฒน์”ผู้ก่อตั้งและผลักดัน YGG จนเติบใหญ่กลายเป็นบริษัทมหาชน (เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 3 ม.ค. 2563 ด้วยไอพีโอ 5.00 บาท)โดยราคาหุ้นYGGเคยวิ่งสู้ฟัดขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 14.60 บาท เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2565 ส่วนปัจจุบันเป็นหุ้นไม่เต็มบาทไปแล้ว…

ล่าสุด “ธนัช” ได้ยื่นลาออกจากทุกตำแหน่งในYGG ทั้งกรรมการและประธานกรรมการบริหาร (CEO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีผลวันที่ 3 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา

โดยคนที่มารับไม้ต่อจาก “ธนัช” เป็น “ศิรกาญจน์ สุทธิเกียรติ” ซึ่งก่อนหน้านี้นั่งในตำแหน่ง CFO มาก่อน

ซึ่งตามธรรมเนียม บริษัทก็จะออกมานั่งยันนอนยันว่า การลาออกของ “ธนัช” ไม่ได้มีผลกับ YGG แต่อย่างใด และแม้ว่า “ธนัช” จะลาออกไปแล้ว แต่ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน ยังคงให้ความร่วมมือและสนับสนุนทีมบริหารในบทบาทที่ปรึกษา โดยบริษัทยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนยุทธศาสตร์เดิมต่อไป

ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ…ไปตีลังกาไตร่ตรองดูละกัน..!?

ส่วนที่มาที่ไปของจุดจบครั้งนี้ คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ หลายคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า เป็นผลพวงจากกลเกมหุ้น จากการใช้บัญชีมาร์จิ้น จนถูกพิษฟอร์ซเซลย้อนศรเข้าอย่างจัง…

โอเค…ระหว่างYGG กับ “ธนัช” คงปิดฉากไปแล้ว ก็ให้มันจบไป…

แต่ที่ไม่จบคงเป็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นละมั้ง…ซึ่งเป็นช็อตที่น่าติดตาม

เพราะถ้าไปส่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น YGG อัพเดทเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2568 จะเห็นว่าเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่มีใครถือหุ้นใหญ่เกิน 5% เลยนะ…ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรกปรากฏชื่อ “แสงชัย วสุนธรา”เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นแค่ 3.54% เท่านั้น ส่วนอันดับสอง เป็น “บัญชา เกียรติสุขสถิตย์”ถือหุ้นสัดส่วน 3.41% และอันดับสาม เป็น “เด่นดนัย หุตะจูฑะ” ถือหุ้นสัดส่วน 3.37%

ในขณะที่ “แซ็ค-ศรุต ทับลอย”เพื่อนรักที่ร่วมก่อตั้ง YGGมากับ “ยิ้ม-ธนัช” นั้น เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 4 เหลือถือหุ้นแค่ 2.72% เท่านั้น

ยิ่งตอกย้ำว่าเจ้าของเดิมไม่เอาแล้ว..!!

เมื่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นเบี้ยหัวแตกอย่างนี้ สิ่งที่ตามมา…ในมุมหุ้นไม่มีเจ้า (ภาพ) ทำให้คนที่จะเข้ามาเก็งกำไรก็จะลดน้อยลง หุ้นก็จะไม่มีสีสันค่อย ๆ ตายซากไป ส่วนในมุมธุรกิจจะขยับขยายไปทำอะไรก็มีความเสี่ยง จะใช้มติผู้ถือหุ้นใหญ่โหวตก็ไม่ง่าย เพราะแต่ละคนถือหุ้นไม่ถึง 5% เสียด้วยซ้ำ แล้วจะเอาแรงบันดาลใจที่ไหนไปขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต…จริงมั้ย..??

ลองคิดดูว่า การจะพลิกฟื้นบริษัทที่ในปี 2567 มีตัวเลขขาดทุนบักโกรกกว่า 547 ล้านบาท ให้พลิกมามีกำไรคงไม่ง่าย…ไหนจะตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรก้อนใหญ่กว่า 473.79 ล้านบาทอีก จะสะสางยังไง..??

ยังนึกไม่ออกจริง ๆ พับผ่าสิ…ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพที่แท้จริง ไม่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ถือหุ้นเกิน 5% เลย…

แล้วต้องไม่ลืมว่า ธุรกิจเกมและแอนิเมชั่น เป็นธุรกิจเฉพาะทาง ต้องใช้ไอเดียและโนว์ฮาว…ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหนก็จะทำได้นะ…

ทำให้ YGGจากหุ้นเทคที่เป็น “ดาวรุ่ง”อนาคตไกล กลายเป็น “ดาวดับ”อนาคตมืดมนทันที..!!

แต่ก็ไม่แน่นะ…อาจจะมีกลุ่มทุนใหม่เข้ามาก็ได้…

จะเข้ามาพลิกฟื้นธุรกิจเดิมหรือเอาธุรกิจใหม่มาสวม ก็อีกเรื่องหนึ่ง…

ส่วนการ Exit ของ “ธนัช”จะด้วยภาวะ “จำยอม”หรือ “จำใจ”…ไม่รู้ ๆ

แต่ผู้ถือหุ้นที่อยู่ต่อไปคงต้อง “จำใจ” อ่ะนะ…

ขณะที่บทสรุปของ “ธนัช”กับ YGGสอนให้รู้ว่า เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับบัญชีมาร์จิ้น…เห็นมานักต่อนักแล้วว่าศพไม่สวยสักราย

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...