โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การศึกษาพบว่ากลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 10% ของโลกเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน 2 ใน 3

BT Beartai

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 14.28 น.
การศึกษาพบว่ากลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 10% ของโลกเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน 2 ใน 3

กลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 10% ของโลก เป็นต้นตอของปัญหาโลกร้อนถึง 2 ใน 3 นับตั้งแต่ปี 1990 ตามผลการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่ งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่าการใช้ชีวิตและการลงทุนของคนกลุ่มนี้ทำให้โลกเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงและภัยแล้งที่ทวีความร้ายแรงขึ้น

ซาราห์ โชนการ์ต (Sarah Schoengart) นักวิทยาศาสตร์จาก ETH Zurich หนึ่งในทีมวิจัย อธิบายว่า “เราสามารถเชื่อมโยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนของคนรวยเข้ากับผลกระทบต่อสภาพอากาศที่เกิดขึ้นจริงได้ชัดเจน” การศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Climate Change เป็นงานวิจัยแรกที่ชี้ให้เห็นว่า ความมั่งคั่งที่กระจุกตัวส่งผลโดยตรงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว

ผลการวิจัยพบว่า คนรวย 1% แรกของโลก สร้างผลกระทบต่อคลื่นความร้อนที่เกิดยากในรอบศตวรรษมากกว่าคนทั่วไปถึง 26 เท่า และเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งในลุ่มน้ำแอมะซอนถึง 17 เท่า โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของโลก การปล่อยก๊าซจากคนรวย 10% ในสองประเทศนี้ ทำให้ความร้อนจัดเพิ่มสูงขึ้น 2-3 เท่า

ทีมวิจัยใช้ข้อมูลเศรษฐกิจผสานกับการจำลองสภาพอากาศ เพื่อติดตามการปล่อยก๊าซจากกลุ่มคนที่มีรายได้ต่างกัน และประเมินผลกระทบต่อสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการตัดไม้ทำลายป่า ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.3 องศาเซลเซียสในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่าการลงทุนที่ก่อมลพิษมีส่วนสำคัญไม่แพ้การใช้ชีวิตประจำวันของคนรวย

คาร์ล-ฟรีดริช ชลอยส์เนอร์ (Carl-Friedrich Schleussner) หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบัน IIASA ใกล้กรุงเวียนนา กล่าวว่า “ถ้าเราไม่จัดการกับบทบาทของคนรวยที่สุดในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ เราอาจพลาดโอกาสสำคัญในการลดความเสียหายในอนาคต” เขาแนะนำให้ใช้มาตรการอย่างภาษีความมั่งคั่ง หรือภาษีจากการลงทุนที่สร้างคาร์บอนสูง เพื่อสร้างความรับผิดชอบ

งานวิจัยก่อนหน้านี้เคยระบุว่า การเก็บภาษีจากทรัพย์สินที่ก่อมลพิษนั้นยุติธรรมกว่าภาษีคาร์บอนทั่วไปที่มักกระทบคนรายได้น้อย แต่ความพยายามเพิ่มภาษีคนรวยหรือบริษัทข้ามชาติ เช่น ข้อเสนอของบราซิลในฐานะเจ้าภาพ G20 ที่ผลักดันภาษี 2% สำหรับคนที่มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงการเจรจาเรื่องภาษีขั้นต่ำ 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติที่หยุดชะงักเช่นกัน

ข้อมูลจาก Forbes ระบุว่า มหาเศรษฐีเกือบ 1 ใน 3 ของโลกมาจากสหรัฐอเมริกา มากกว่าจีน อินเดีย และเยอรมนีรวมกัน ขณะที่ Oxfam เผยว่าในรอบทศวรรษที่ผ่านมา คนรวย 1% แรกสะสมความมั่งคั่งใหม่ถึง 42 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าความมั่งคั่งของคน 95% ที่เหลือของโลกรวมกันเสียอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...