โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกทบ. เผยกองทัพไทย-กัมพูชา หารือแล้ว ด้านโฆษกรัฐบาลระบุไทยเตรียมส่งหลักฐานแจง ‘สหรัฐฯ-จีน’ หลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบ่ายนี้

THE STANDARD

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.46 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.46 น. • thestandard.co
โฆษกทบ. เผยกองทัพไทย-กัมพูชา หารือแล้ว ด้านโฆษกรัฐบาลระบุไทยเตรียมส่งหลักฐานแจง ‘สหรัฐฯ-จีน’ หลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบ่ายนี้

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ล่าสุด แม่ทัพภาคที่ 2 ได้หารือกับ รองผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 แล้ว โดยมีรายละเอียด ผลการหารือ ดังนี้ ที่ ช่องจอม หยุดยิงและห้ามยิงต่อประชาชน หยุดเพิ่มเติมกำลัง ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง และอำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต พร้อมจัดตั้งชุดประสานงานเพื่อแก้ปัญหา ฝ่ายละ 4 นาย อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการหารือการจัดการประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568

ด้าน จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาล แถลงถึงการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ว่า ยังมีการละเมิดข้อตกลงในการหยุดยิงในหลายพื้นที่ ซึ่งการรอเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึง 10.00 น. ของวันนี้ เนื่องจากจะต้องรอการสรุปสถานการณ์ จากกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ว่ามีการละเมิดข้อตกลงการหยุดยิงในจุดใดและมีพยานหลักฐานเช่นใดบ้าง

จิรายุกล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ย้ำ 4 ประเด็นดังนี้ คือ 1.ให้กองทัพปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนไทยอย่างเต็มที่และตรึงกำลังจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น 2. ย้ำในจุดยืนการเรียกเอกอัครราชทูตไทยกลับประเทศ และส่งเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับประเทศ 3. ให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน ส่วนการอพยพกลับ ขอให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์เรือนชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ในช่วงบ่ายวันนี้ ให้มีการตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน 4. ให้ ศบ.ทก. ประชุมอย่างต่อเนื่องและแจ้งต่อพี่น้องประชาชน

ส่วนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ศบ.ทก. ในเวลา 09.30 น. ยังมีการรายงานความคืบหน้า และรัฐบาลไทยจะทำเอกสารส่งไปให้ผู้สังเกตการณ์ คือสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ว่ากัมพูชายังมีการละเมิดการยิงหลังเที่ยงคืน

ส่วนที่สื่อของกัมพูชารายงานว่ากองทัพกัมพูชาหยุดยิงแล้ว เป็นสิทธิ์ที่กัมพูชาจะชี้แจง แต่กองทัพไทยยังคงตรึงกำลัง และรักษาอธิปไตยอยู่อย่างต่อเนื่อง

“จริงๆ แล้วเราเดินแนวทางกองทัพอย่างสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติภารกิจ ทั้งทางอากาศ ทางบก หรือทางใดก็แล้วแต่ เรามีความเป็นสุภาพบุรุษทางทหาร จะเห็นได้ว่าเป้าหมายต่างๆ ของกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาเราไม่เคยลงในจุดพลเรือน ในทางกลับกันเป็นที่ประจักษ์เป็นหลักฐานไปทั่วโลกว่าเราโดนกระทำอย่างต่อเนื่อง”

จิรายุกล่าวอีกว่า ด้วยการเจรจาของ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน เรายืนยันว่าเสรีภาพและสันติภาพ ย่อมเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในช่วงบ่าย เมื่อมีการส่งหนังสือไปยังผู้สังเกตการณ์จะต้องมีการนำรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. สมช. และ ศบ.ทก. โดยจะมีการแถลงข่าว ทุก 1 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร

จิรายุกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กลุ่มที่อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้เปลี่ยนภารกิจหลอกลวง มาทำให้คนไทยทะเลาะกันเอง หากพี่น้องประชาชนสามารถช่วยตอบโต้ IO ได้ ให้ช่วยกันวันละ 3 ไลก์ 3 ข้อความ

ส่วนจะส่งหนังสือให้สหรัฐอเมริกากับจีน กรณีที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงการหยุดยิงได้เมื่อไหร่ จิรายุกล่าวว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งในที่ประชุม ครม. ได้หารือกันว่าเราจะต้องส่งพยานหลักฐานตั้งแต่ช่วงกลางคืนว่าแต่ละจุดว่ามีจุดไหนที่ยิงอะไรอย่างไรบ้าง ฝ่ายไทยได้ตรึงกำลังแบบใด คาดว่าช่วงบ่ายวันนี้กระทรวงการต่างประเทศจะชี้แจงรายละเอียดในเรื่องนี้ ว่ามีการยื่นประท้วงไปกี่ข้อ ฝ่ายกัมพูชามีการส่งกำลังเข้ามาเท่าไหร่ และฝ่ายไทยดำเนินการแบบไหนอย่างไร

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นหรือไม่ว่ากัมพูชาละเมิดการหยุดยิงกี่จุด จิรายุกล่าวว่า ขณะนี้ทางเพจกองทัพบกและ ศบ.ทก. ประชุมร่วมกันอยู่ โดยมีเลขาธิการสมช. เป็นประธาน และได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีการยิงในระดับแนวหน้า ส่วนรายละเอียดเรื่องพิกัดการยิงกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้อธิบาย ซึ่งเมื่อวานนี้ก่อนเวลา 24.00 น ที่ได้รับคำสั่งให้หยุดยิง ฝ่ายไทยได้ประชุมกันว่า จะต้องมีการตรึงกำลังไว้ก่อน ไม่ใช่ 24.00 น. แล้วถอยกลับเพราะเราไม่ไว้วางใจ ประสบการณ์ที่ผ่านมา กัมพูชาพูดอย่างทำอย่าง ซึ่งเมื่อวานนี้ทหารของเราตรึงกำลัง 100% ทั้ง 7 จังหวัด ดังนั้น ประชาชนไม่ต้องกังวลใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...