ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 54.34 จุด หลังทรัมป์แย้ม พร้อมคุยจีน
ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 54.34 จุด หลังทรัมป์แย้ม พร้อมคุยจีน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มิ.ย. 68 7:46: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันศุกร์ (30 พ.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 54.34 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวนตลอดทั้งวัน หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างรุนแรง ก่อนจะมีสัญญาณเชิงบวกถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้า อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบหนึ่งเดือนนับตั้งแต่พ.ย. 2023
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 54.34 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 42,270.07 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.48 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 5,911.69 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 62.11 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 19,113.77 จุด
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ เปิดตลาดในแดนลบ หลังประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ใน Truth Social กล่าวหาว่าจีนละเมิดข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการที่แข็งกร้าวกับจีนมากขึ้น ก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว หลังทรัมป์กล่าวว่า จะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และหวังว่าจะสามารถหาข้อยุติในประเด็นการค้าและภาษีได้ โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า ข่าวสารเกี่ยวกับภาษีที่ถาโถมเข้ามาตลอดนั้น ได้สร้างความกังวลให้กับตลาดเป็นอย่างยิ่ง
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 1.6% ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.9% และดัชนีแนสแดค เพิ่มขึ้น 2 % และเมื่อเทียบเป็นรายเดือนพบว่า ดัชนีหลักทั้ง 3 ของวอลล์สตรีท ปรับตัวเพิ่ม 3.9%, 6.2% และ 9.6% ตามลำดับ ซึ่งทั้งดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดค ทำสถิติเพิ่มขึ้นรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2023
เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจากนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุน แต่ท่าทีที่ผ่อนปรนมากขึ้นเกี่ยวกับมาตรการภาษี รวมถึงผลประกอบการที่ดีและข้อมูลเงินเฟ้อที่ไม่สูงมาก ช่วยให้ดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในเดือนเม.ย.
ผลการประเมินของ Oxford Research พบว่า ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริงของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 2-3% แต่ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งเดิมทีนั้น คาดว่าอัตราดังกล่าว จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 6% จากคำตัดสินของศาลการค้า แต่ภายหลังศาลอุทธรณ์ได้ออกคำสั่งระงับชั่วคราว ทำให้อัตราภาษียังคงอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้นักลงทุนยังซึมซับข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนมี.ค. ซึ่งตัวเลขดังกล่าว ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จับตาเป็นพิเศษ เพื่อหาสัญญาณเงินเฟ้อ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ระดับ 2% ขณะที่นักลงทุนคงคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในเดือนก.ย.นี้
ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้นของ Ulta Beauty พุ่งขึ้น 11.8% หลังบริษัทเครื่องสำอางรายนี้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปี หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่แข็งแกร่ง
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ