โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ศบ.ทก." ยันไทยเห็นด้วย "หยุดยิง" จะทำได้ ต่อเมื่อ "กัมพูชา" จริงใจ ซัดยั่วยุ ปลุกระดมคนกัมพูชา ยิงใส่รพ.ไร้มนุษยธรรม

สยามรัฐ

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.38 น.

วันที่ 27 ก.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก.ว่า กรณีปรากฏเป็นข่าวเรียกร้องของบางประเทศ ให้ทั้งไทยกับกัมพูชาหยุดยิง ฝ่ายไทยขอชี้แจงว่า เห็นด้วยในหลักการดังกล่าว แต่จะกระทำได้ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจและเข้าร่วมหารือในขั้นตอนในรายละเอียดต่างๆด้วย รวมทั้งหยุดยิงเป็นที่ประจักษ์

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่ผ่านมาเห็นได้ว่า ฝ่ายกัมพูชายังคงมีการส่งกำลังทหารเข้าปะทะบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ของเขาพระวิหาร ในเวลา 02.10 น. ประกอบด้วย การยิงจรวด BM-21 ในเวลา 06.10 น. เป็นกระสุนชนิดจรวดเข้ามายังฝ่ายไทย ตกบริเวณบ้านตาโสร์ หมู่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของพลเรือน ทำให้บ้านของพลเรือนเสียหาย

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ในเวลา 15.30 น. กระสุนพื้นใหญ่ของกัมพูชาได้พุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสะเกษ โรงพยาบาลบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งมีการใช้ประชาชนเป็นโล่กำบังในการตั้งอาวุธยิง ถือเป็นการใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างไร้หลักมนุษยธรรมในเรื่องของความเป็นมนุษย์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น เราขอประณามในเรื่องของความไม่จริงใจในการพูดคุยของฝ่ายกัมพูชาโดยที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิเสธและเลื่อนการพูดคุยเจรจาหารือในเวทีทวิภาคีอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเจบีซี หรืออาร์บีซี ฝ่ายไทยมองว่า การประชุมต่างๆ เหล่านี้ถือว่าสามารถนำประเด็นต่างๆ ที่เรามีข้อขัดแย้งระหว่างกัน สามารถนำมาหารือได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่ ที่ผ่านมาสังเกตได้ว่า ฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทางทหาร เตรียมที่มั่น ดัดแปลงตามบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง มีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

การแสดงท่าทียั่วยุส่งเสริมการปลุกระดมมวลชนชาวกัมพูชาทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดน โดยใช้กระแสชาตินิยมมาปลุกปั่น หวังยกระดับให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการแสดงออกท่าทีของความพร้อมในการใช้กำลังทหารผ่านการโพสต์ ผ่านช่องทางสื่อสารสังคมออนไลน์ต่างๆ ด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาประเทศไทยอย่างไร้หลักฐานที่เป็นฉนวนของความไม่พอใจและนำไปสู่การใช้รุนแรงต่อกันในเวลาต่อมา

พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายังดำเนินการใช้อาวุธหนัก ไม่ว่าจะเป็นปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้ง จรวดหลายลำกล้อง BM-21 รวมทั้งปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหวว่า อาจจะมีการใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพ เช่น PHL-03, RM-70 และ BM-21 จรวดหลายลำกล้องเพิ่มเติม

พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังสรุปยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เวลา 09.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม สำหรับผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนมี 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 11 ราย บาดเจ็บปานกลาง 12 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย ยอดรวมทั้งหมด 49 ราย จะสังเกตได้ว่า ถึงแม้ตัวเลขอาจไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่คงต้องชื่นชมหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ในการช่วยเหลือประชาชนอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ถือว่าประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว และได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในเรื่องปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบัน เป็นปัญหาที่เกิดจากนโยบายและรัฐบาลกัมพูชาล้วนๆ ไม่ใช่เกิดจากพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองประเทศ จึงขอวิงวอนให้ประชาชนชาวไทยหลีกเลี่ยงการแสดงความรุนแรงด้วยการใช้คำหรือการใช้กำลัง การดูหมิ่นเหยียดหยามพี่น้องกัมพูชาที่เข้ามาพำนักหรือทำงานในไทยอย่างสุจริต เช่นผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษา ชาวกัมพูชา หรือแม้กระทั่งผู้ประกอบการในทุกสาขาวิชาชีพ เว้นในกรณีที่ชาวกัมพูชานั้นแสดงกิริยาก้าวร้าว ขอให้ใช้สติและเหตุผลในการพูดจา ตักเตือน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ถ้าเหตุสุดวิสัยจริงขอแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการดำเนินการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...