โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าปล่อยให้สมอง วิ่งเครื่องเปล่า จนล้า! หมอวี เผยวิธีปิดสวิตช์ฟุ้งซ่าน!

แนวหน้า

เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น.

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

วันนี้จะเล่าเรื่องสมองสนุกๆ ให้ฟังนะครับ สมองกำลังทำอะไรอยู่ ”ตอนที่คุณคิดว่าไม่ได้คิดอะไร?“

ลองนึกภาพนี้ครับ คุณขับรถบนเส้นทางที่คุ้นเคย พอถึงบ้านกลับนึกไม่ออกเลยว่าผ่านอะไรมาบ้าง หรือนั่งเงียบๆ แล้วหัวก็เริ่มวนเวียน คิดเรื่องเมื่อวาน กังวลเรื่องพรุ่งนี้ ย้อนคิดเรื่องที่ยังค้างคาใจ
นั่นไม่ใช่ความฟุ้งซ่านธรรมดา นั่นคือสมองกำลังทำงานใน “โหมดลับ” ที่เรียกว่า Default Mode Network หรือ DMN

DMN คือวงจรประสาทที่ทำงานเมื่อเราไม่ได้โฟกัสกับงานใดงานหนึ่ง สมองใช้โหมดนี้สำหรับทบทวนความทรงจำ วางแผนอนาคต คิดเรื่องตัวเอง และจินตนาการ นักวิทยาศาสตร์พบว่า DMN ใช้พลังงานสมองมากถึง 60-80% แม้ในยามพัก สมองของเราจึงไม่เคยหยุดจริง แค่เปลี่ยนโหมดครับ

แต่เมื่อเราทำสมาธิ จดจ่อกับลมหายใจ สมองเปลี่ยนไปอย่างไร?

ทันทีที่ตั้งใจสังเกตลมหายใจ สมองสลับออกจาก DMN เข้าสู่ Central Executive Network หรือ CEN วงจรที่รับผิดชอบการโฟกัสและการอยู่กับปัจจุบัน

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือตัวกลางที่คอยทำงานระหว่างสองโหมด เรียกว่า Salience Network มันทำหน้าที่เหมือน “ยาม” ที่ตรวจจับว่าเราเริ่มฟุ้งซ่านแล้ว และส่งสัญญาณให้สมองดึงสติกลับมา
ทุกครั้งที่ฟุ้ง แล้วรู้ตัว แล้วดึงกลับ คือการฝึก Salience Network ให้แข็งแรงขึ้นหนึ่งครั้ง

สมองที่ฝึกสมาธิ VS ไม่ฝึก ต่างกันอย่างไร?

สมองที่ไม่ฝึกสมาธิ — DMN ทำงานหนักตลอดเวลา ความคิดวนเวียนไม่หยุด แม้จะนั่งเงียบๆ หัวก็ยังพาไปคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ เครียดง่าย นอนไม่หลับ รู้สึกสมองล้าโดยไม่รู้สาเหตุ ที่สำคัญคือ Salience Network ช้า รู้ตัวว่าฟุ้งช้า และดึงสติกลับมาได้ยาก

สมองที่ฝึกสมาธิสม่ำเสมอ — DMN ชะลอลงได้จริง แม้ในยามพัก ความคิดวนเวียนลดลง Salience Network ไวขึ้น รู้ตัวเร็วขึ้นเมื่อเริ่มฟุ้ง

สมองส่วนหน้า Prefrontal Cortex ส่วนโฟกัสและควบคุมอารมณ์หนาขึ้นจริง วัดได้จาก MRI และจัดการความเครียดได้ดีกว่า เพราะสมองไม่ได้ “วิ่งเครื่องเปล่า” ตลอดเวลา

งานวิจัยจาก Harvard พบว่าคนที่ทำสมาธิต่อเนื่องมีสมองส่วนโฟกัสและความจำหนาขึ้นชัดเจน และงานวิจัยจาก Yale พบว่า DMN ในนักทำสมาธิทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หมายถึงเสียงในหัวเบาลงจริง

การทำสมาธิจึงไม่ใช่แค่การทำใจให้สงบ แต่คือการฝึกวงจรประสาทของสมอง ทีละลมหายใจ ทีละครั้งที่รู้ตัวแล้วดึงกลับ

ไม่ต่างจากการออกกำลังกาย แต่คราวนี้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้นคือสมองของคุณเองครับ

หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...