โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบอร์ 5 ลุยไม่หยุด! อนุชา-อภิสิทธิ์ บุกลาดกระบัง-คลองสามวา ฟังเสียงชาวกรุง

แนวหน้า

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อนุชา เบอร์ 5-อภิสิทธิ์"ลุยหาเสียงไม่หยุด บุก"ลาดกระบัง-คลองสามวา" ชูนโยบายรถฟีดเดอร์ ขยายศูนย์ฝึกอาชีพ จี้ตรวจโครงสร้างอาคารเก่าชั้นในกรุง

22 มิถุนายน 2568 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรคอาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดกลางนครร่มเกล้า ตลาดเกรียงไกร กับ น.สพ.อนันต์ ฤกษ์ดี ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง หมายเลข 6 จากนั้นลงพื้นที่ชุมชนเคซี 1 กับ นายมนูญ อินช่วย ผู้สมัคร ส.ก.เขตคลองสามวา หมายเลข 5 ก่อนจะไปลงพื้นที่ตลาด Sun Plaza เขตจตุจักร ช่วงเที่ยง

นายอนุชา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ ก็ได้รับฟังปัญหาที่ชาวบ้านสะท้อนมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาดในตลาด เรื่องการคมนาคม ซึ่งเรานำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของ รถฟีดเดอร์ (Feeder) หรือรถเมล์เล็กมาวิ่งตามตรอกซอกซอย เพราะว่าหลายที่ในบริเวณนี้จะมีหมู่บ้าน มีการเคหะที่อยู่อาศัยกัน แต่ยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่มารับส่ง บางทีต้องรอเป็นชั่วโมง ก็เลยอยากให้เพิ่มความถี่นำไปสู่ระบบขนส่งหลัก

นายอนุชา ยังกล่าวถึงนโยบายการสร้างรายได้ว่า เมื่อวานนี้ก็ได้ไปที่ศูนย์ฝึกอาชีพของ กทม. ก็เห็นปัญหาเรื่องความแออัดของศูนย์ มีคนเป็นร้อย แต่ปรากฏว่าอยู่ในห้องประมาณไม่เกิน 3 ห้องเล็กๆ แล้วก็ร้อนด้วย หลายคนบอกว่าอยากให้ขยาย บางคนยังต้องไปฝึกอาชีพกันอยู่บริเวณริมทางเดิน หลายคนบอกว่าอยากให้ขยาย อยากให้เพิ่มเติมหลายๆ จุดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าหลายคนเดินทางมาไกล ขณะที่ปัญหาอิทธิพลแรงงานต่างด้าว เดินตามแผงในตลาดก็ยังเห็นอยู่ มีหลายคนมากระซิบบอกว่าไม่อยากพูดดัง แสดงว่าเริ่มมีอิทธิพล ตรงนี้เรายอมไม่ได้ อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ควรให้การสนับสนุน

สำหรับปัญหาระเบียงอาคารเก่าถล่มที่เขตสัมพันธวงศ์ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นายอนุชา กล่าวว่า ตอนนี้หลายคนมองว่า "ถ้าปัญหาไม่เกิด ก็ไม่เข้าไปดำเนินการ" แต่สิ่งที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์มองจากนี้ไป กทม. ต้องมีนโยบายทำงานเชิงรุก อะไรที่มองเห็นแล้วคิดว่าต้องเข้ามาตรวจสอบ อาจต้องดำเนินการก่อนที่จะเกิดปัญหา อย่างเมื่อวันก่อนที่เห็นคืออาคารอายุกว่าร้อยปี แต่อาคารเหล่านั้นไม่ได้เป็นที่พักอาศัยแล้ว ส่วนใหญ่คนที่เคยอยู่บริเวณนั้นใช้เป็นหน้าร้านขายของ ถ้าเกิดสมมติว่าเป็นที่พักอาศัย อาจจะเกิดความเสี่ยงกว่านี้ได้

"ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชั้นในที่อาคารมีอายุการใช้งานค่อนข้างมาก เมื่อวานดูแล้วอาคารมีลักษณะคล้ายๆ กัน หลังๆ ก็จะมีการเปลี่ยนในเรื่องของกฎระเบียบมากขึ้น ทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น แต่ว่าของเก่าเราจะไปบอกให้เขารื้อทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น คงต้องเข้าไปดูว่าจะไปเสริมอย่างไรให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น ต้องให้แต่ละเขตไปพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องของการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบตรงนี้เพิ่มเติม" นายอนุชา กล่าว

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...