โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Dexter Holland ฟรอนท์แมน The Offspring และนักวิทยาศาสตร์ระดับด็อกเตอร์ ฮาวทูเอาดีทั้งดนตรีและการเรียน

BOTS WORLD

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2565 เวลา 04.36 น.

ย้อนไปปลายยุค 90 ต่อต้นยุค 2000 ไม่มีชาวร็อกคนไหนไม่รู้จักชื่อ The Offspring วงพังก์พันธุ์โจ๊ะ เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Pretty Fly (For A White Guy), The Kids Aren’t Alright, Hit That และเป็นหนึ่งในหัวหอกยุคเฟื่องฟูของแนวพังก์-อัลเทอร์เนทีฟบนชาร์ตเพลงเมนสตรีม

ถึงจะผ่านยุคทองของเพลงพังก์มานานแล้ว และวงร่วมรุ่นเดียวกันก็ล้มหายตายจากไปจนเกือบหมด แต่ทุกวันนี้ The Offspring ก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการอย่างแข็งแกร่ง ออกทัวร์เป็นประจำ ขึ้นเล่นตามเทศกาลดนตรีน้อยใหญ่ทุกปี แถมเพิ่งปล่อยอัลบั้มล่าสุด Let the Bad Times Roll ไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

ซึ่งที่ผ่านมา The Offspring ก็เปลี่ยนหน้าค่าตาสมาชิกวงอยู่เรื่อยๆ แต่หนึ่งคนที่ไม่เคยขาด-ลา-มาสาย อยู่ยั้งเป็นดั่งกระดูกสันหลังของวงมาโดยตลอด คือ เดกซ์เตอร์ ฮอลแลนด์ ฟรอนท์แมนผู้มักถูกจดจำจากแฟนๆ ในภาพของพังก์เกอร์ผมตั้งสีทอง เห็นไกลๆ ร้อยเมตรก็ยังรู้ว่าแสบชัวร์!

แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ลุคพังก์ๆ แบบนี้ เดกซ์เตอร์ยังมีอีกร่างหนึ่งซ่อนอยู่ในตัวเอง เป็นอีกแพชชั่นที่เขาทุ่มเทให้กับมันมาตลอดเช่นเดียวกับดนตรี หากก็เป็นสิ่งที่แทบจะอยู่คนละฟากละฝั่งกับดนตรีพังก์ไปเลย นั่นคือ ‘วิทยาศาสตร์’

ไล่มาตั้งแต่เด็กๆ เดกซ์เตอร์เรียนจบไฮสคูลที่แคลิฟอร์เนียร์เมื่อปี 1984 ในฐานะเด็กเรียนดี โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนจะเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาชีววิทยา และปริญญาโทสาขาอณูชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัย Southern California

“ผมมักสอบได้เกรดดีเสมอ แต่จากสังคมแบบเด็กๆ ที่ผมโตมา ทำให้ผมอายนิดๆ ที่เป็นเด็กเรียนดี มันเลยเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะแยแสเท่าไรในตอนนั้น” เดกซ์เตอร์กล่าวถึงตัวเองสมัยก่อน

ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เขา ‘แยแส’ กว่าคือดนตรีพังก์ร็อก - ระหว่างที่เดกซ์เตอร์กำลังเรียนต่อในระดับปริญญาเอก The Offspring ก็เริ่มบินสูงขึ้นๆ จนมาถึงจุดที่เขาต้องเลือกว่าจะเอาดีทางด้านไหน ดนตรี หรือการเรียน

สุดท้ายเขาเลือกข้อแรก “ผู้จัดการวงบอกผมว่ายังไงก็ต้องเลือก ซึ่งตอนนั้นผมเริ่มทำธีสิสไปแล้ว และคิดว่าน่าจะเสร็จในอีกไม่นาน ประมาณ 2 ปีข้างหน้าคุณสามารถเรียกผมว่าด็อกเตอร์ฮอนแลนด์ได้เลย แต่ผมก็รักดนตรีพังก์มาก และไม่อยากเล่นมันเป็นงานอดิเรกตอนอายุ 40 โดยมีงานหลักเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมอยากเริ่มมันตอนนี้เลย” เดกซ์เตอร์ให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 1995

ที่เขากล่าวไว้อย่างนี้ไม่ใช่เพราะเกลียดการเรียน แต่เพราะเชื่อว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน ตอนที่ยังหนุ่มยังมีแรงก็ขอโลดเต้นบนเวทีให้เต็มที่ก่อน จากนั้นค่อยกลับไปเล่าเรียนใหม่ คงไม่สายเกิน

ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จจริงๆ อย่างที่ตั้งใจ เมื่อในปี 2017 เดกซ์เตอร์เรียนจบในระดับปริญญาเอก สาขาอณูชีววิทยา ด้วยธีสิสหนา 183 หน้าว่าด้วยรีเสิร์ชเกี่ยวกับ HIV อย่างเจาะลึกและรอบด้าน - เท่ากับว่า เขากลายเป็น ‘ด็อกเตอร์ฮอนแลนด์’ อย่างที่เคยลั่นวาจาไว้มาได้ 5 ปีแล้ว

เมื่อกลางเดือนพฤษภาที่ผ่านมา เดกซ์เตอร์ได้รับเชิญกลับไปมหาลัย เพื่อกล่าวสุนทรพจน์แก่บัณฑิตจบใหม่ของคณะ

เขาในวัย 56 กล่าวถึงชีวิตทั้งสองด้านอย่างดนตรีและวิทยาศาสตร์ว่า “มันคือสิ่งที่ผมรักทั้งคู่ ทำไมต้องตัดสินใจเลือกด้วย ในเมื่อผมทำได้ดีทั้งสองอย่าง

“เพราะผมเชื่อว่ามันมีจุดที่เชื่อมกันอยู่ระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ อย่างในการทดลองเชิงวิทย์ เราก็ยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เลย”

หรือในทางกลับกัน เดกซ์เตอร์ก็แต่งเพลง ‘Come Out and Play’ ของ The Offspring จากประสบการณ์ในห้องแล็บระหว่างเรียนที่มหาลัยเช่นกัน - สิ่งนี้ก็ยืนยันถึงสปีชของเขาได้เป็นอย่างดี

สุดท้าย เดกซ์เตอร์ยังบอกเคล็ดลับที่ทำให้เขากลับมาเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาได้ว่าเป็นเพราะความรักและความเพียร “ซึ่งน้องๆ บัณฑิตทุกคนก็คงมีเหมือนกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนมายืนอยู่ด้วยกันในวันนี้ได้”

“แต่โปรดจำไว้ นี่ไม่ใช่เส้นชัย ชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุด และพวกคุณยังต้องไปต่ออีกไกล”

กล่าวแบบชุ่ยๆ บัณฑิตสายวิทย์ที่เพิ่งจบใหม่ในที่นี้สักคน อาจกลายเป็นพังก์สตาร์แบบเดกซ์เตอร์ก็ได้ในอนาคต เพราะชีวิตมันก็เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้หรอกเนอะ

ที่มา: https://bit.ly/3wQKYTM

https://bit.ly/38tAGzS

https://bit.ly/3LOKqlH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...