Dexter Holland ฟรอนท์แมน The Offspring และนักวิทยาศาสตร์ระดับด็อกเตอร์ ฮาวทูเอาดีทั้งดนตรีและการเรียน
ย้อนไปปลายยุค 90 ต่อต้นยุค 2000 ไม่มีชาวร็อกคนไหนไม่รู้จักชื่อ The Offspring วงพังก์พันธุ์โจ๊ะ เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Pretty Fly (For A White Guy), The Kids Aren’t Alright, Hit That และเป็นหนึ่งในหัวหอกยุคเฟื่องฟูของแนวพังก์-อัลเทอร์เนทีฟบนชาร์ตเพลงเมนสตรีม
ถึงจะผ่านยุคทองของเพลงพังก์มานานแล้ว และวงร่วมรุ่นเดียวกันก็ล้มหายตายจากไปจนเกือบหมด แต่ทุกวันนี้ The Offspring ก็ยังโลดแล่นอยู่ในวงการอย่างแข็งแกร่ง ออกทัวร์เป็นประจำ ขึ้นเล่นตามเทศกาลดนตรีน้อยใหญ่ทุกปี แถมเพิ่งปล่อยอัลบั้มล่าสุด Let the Bad Times Roll ไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง
ซึ่งที่ผ่านมา The Offspring ก็เปลี่ยนหน้าค่าตาสมาชิกวงอยู่เรื่อยๆ แต่หนึ่งคนที่ไม่เคยขาด-ลา-มาสาย อยู่ยั้งเป็นดั่งกระดูกสันหลังของวงมาโดยตลอด คือ เดกซ์เตอร์ ฮอลแลนด์ ฟรอนท์แมนผู้มักถูกจดจำจากแฟนๆ ในภาพของพังก์เกอร์ผมตั้งสีทอง เห็นไกลๆ ร้อยเมตรก็ยังรู้ว่าแสบชัวร์!
แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ลุคพังก์ๆ แบบนี้ เดกซ์เตอร์ยังมีอีกร่างหนึ่งซ่อนอยู่ในตัวเอง เป็นอีกแพชชั่นที่เขาทุ่มเทให้กับมันมาตลอดเช่นเดียวกับดนตรี หากก็เป็นสิ่งที่แทบจะอยู่คนละฟากละฝั่งกับดนตรีพังก์ไปเลย นั่นคือ ‘วิทยาศาสตร์’
ไล่มาตั้งแต่เด็กๆ เดกซ์เตอร์เรียนจบไฮสคูลที่แคลิฟอร์เนียร์เมื่อปี 1984 ในฐานะเด็กเรียนดี โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนจะเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิชาชีววิทยา และปริญญาโทสาขาอณูชีววิทยา ที่มหาวิทยาลัย Southern California
“ผมมักสอบได้เกรดดีเสมอ แต่จากสังคมแบบเด็กๆ ที่ผมโตมา ทำให้ผมอายนิดๆ ที่เป็นเด็กเรียนดี มันเลยเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะแยแสเท่าไรในตอนนั้น” เดกซ์เตอร์กล่าวถึงตัวเองสมัยก่อน
ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เขา ‘แยแส’ กว่าคือดนตรีพังก์ร็อก - ระหว่างที่เดกซ์เตอร์กำลังเรียนต่อในระดับปริญญาเอก The Offspring ก็เริ่มบินสูงขึ้นๆ จนมาถึงจุดที่เขาต้องเลือกว่าจะเอาดีทางด้านไหน ดนตรี หรือการเรียน
สุดท้ายเขาเลือกข้อแรก “ผู้จัดการวงบอกผมว่ายังไงก็ต้องเลือก ซึ่งตอนนั้นผมเริ่มทำธีสิสไปแล้ว และคิดว่าน่าจะเสร็จในอีกไม่นาน ประมาณ 2 ปีข้างหน้าคุณสามารถเรียกผมว่าด็อกเตอร์ฮอนแลนด์ได้เลย แต่ผมก็รักดนตรีพังก์มาก และไม่อยากเล่นมันเป็นงานอดิเรกตอนอายุ 40 โดยมีงานหลักเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมอยากเริ่มมันตอนนี้เลย” เดกซ์เตอร์ให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 1995
ที่เขากล่าวไว้อย่างนี้ไม่ใช่เพราะเกลียดการเรียน แต่เพราะเชื่อว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน ตอนที่ยังหนุ่มยังมีแรงก็ขอโลดเต้นบนเวทีให้เต็มที่ก่อน จากนั้นค่อยกลับไปเล่าเรียนใหม่ คงไม่สายเกิน
ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จจริงๆ อย่างที่ตั้งใจ เมื่อในปี 2017 เดกซ์เตอร์เรียนจบในระดับปริญญาเอก สาขาอณูชีววิทยา ด้วยธีสิสหนา 183 หน้าว่าด้วยรีเสิร์ชเกี่ยวกับ HIV อย่างเจาะลึกและรอบด้าน - เท่ากับว่า เขากลายเป็น ‘ด็อกเตอร์ฮอนแลนด์’ อย่างที่เคยลั่นวาจาไว้มาได้ 5 ปีแล้ว
เมื่อกลางเดือนพฤษภาที่ผ่านมา เดกซ์เตอร์ได้รับเชิญกลับไปมหาลัย เพื่อกล่าวสุนทรพจน์แก่บัณฑิตจบใหม่ของคณะ
เขาในวัย 56 กล่าวถึงชีวิตทั้งสองด้านอย่างดนตรีและวิทยาศาสตร์ว่า “มันคือสิ่งที่ผมรักทั้งคู่ ทำไมต้องตัดสินใจเลือกด้วย ในเมื่อผมทำได้ดีทั้งสองอย่าง
“เพราะผมเชื่อว่ามันมีจุดที่เชื่อมกันอยู่ระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ อย่างในการทดลองเชิงวิทย์ เราก็ยังต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เลย”
หรือในทางกลับกัน เดกซ์เตอร์ก็แต่งเพลง ‘Come Out and Play’ ของ The Offspring จากประสบการณ์ในห้องแล็บระหว่างเรียนที่มหาลัยเช่นกัน - สิ่งนี้ก็ยืนยันถึงสปีชของเขาได้เป็นอย่างดี
สุดท้าย เดกซ์เตอร์ยังบอกเคล็ดลับที่ทำให้เขากลับมาเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาได้ว่าเป็นเพราะความรักและความเพียร “ซึ่งน้องๆ บัณฑิตทุกคนก็คงมีเหมือนกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนมายืนอยู่ด้วยกันในวันนี้ได้”
“แต่โปรดจำไว้ นี่ไม่ใช่เส้นชัย ชีวิตไม่เคยเป็นเส้นตรงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุด และพวกคุณยังต้องไปต่ออีกไกล”
กล่าวแบบชุ่ยๆ บัณฑิตสายวิทย์ที่เพิ่งจบใหม่ในที่นี้สักคน อาจกลายเป็นพังก์สตาร์แบบเดกซ์เตอร์ก็ได้ในอนาคต เพราะชีวิตมันก็เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้หรอกเนอะ
ที่มา: https://bit.ly/3wQKYTM