โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โรคหัวใจและหลอดเลือด ภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทย เช็กความเสี่ยงก่อนสายเกินไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 08.29 น.

รู้หรือไม่ว่าคนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ด้วยอัตราการเสียชีวิตกว่า 58,000 ราย ในปี 2563 และมีแนวโน้มที่ตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจมองว่าโรคหัวใจนั้นเป็นเรื่องไกลตัว

และไม่ได้คาดคิดว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอาจส่งผลให้โรคร้ายนี้ก่อตัวเป็นภัยร้ายแฝงอยู่ในร่างกายอย่างเงียบ ๆ

โดย อาจารย์นายแพทย์ปริญญ์วาที สาธกกิจ อายุรแพทย์สาขาโรคหัวใจโรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำแนวทางป้องกันโรคและชวนให้คนไทยใส่ใจดูแลสุขภาพ พร้อมเจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดวิธีประเมินความเสี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดโรคร้ายนี้ได้อย่างไร

ปัจจุบันบุคคลทั่วไปก็สามารถลองทำแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่าย ๆ โดยไม่จำกัดอายุ เพื่อเริ่มประเมินตนเองเบื้องต้นว่ามีความเสี่ยงหรือไม่

และเพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ชุดข้อมูลพื้นฐานที่เป็นสากลในการทำแบบประเมิน คือ อายุ เพศ ค่าความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันในเลือด

และประวัติการสูบบุหรี่ เป็นต้น จากสถิติพบว่ายิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ โอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใด ๆ

รู้ทัน “โรคหัวใจ” ภัยอันตรายสำหรับคนไทยที่ไม่ควรละเลย

นอกเหนือจากอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังมีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกกว่า 6 แสนรายในปี 2564 ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย และในแต่ละปี ช่วงวัยของกลุ่มผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนไทย

ส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคมักพบในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็มีโอกาสพบในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 40 ปีด้วยเช่นกัน ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง และอาจเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย หรือที่เราเรียกว่า “สหปัจจัย”

ซึ่งเกิดได้ทั้งจากพันธุกรรมและพฤติกรรม เช่น มีประวัติคนในครอบครัวที่เคยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมาก่อนหรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการเกิดโรค เช่น พฤติกรรมการดื่มสุรา สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะความเครียดความดัน ไขมันในเลือดสูง อ้วนน้ำหนักเกิน และเบาหวาน เป็นต้น

“ลักษณะของโรคหัวใจที่น่าเป็นห่วงและมักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุน้อยและดูแข็งแรงดี คือ ผู้ป่วยอาจมีคราบไขมันสะสมในเส้นเลือดซ่อนอยู่ก่อนโดยที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการตีบตันใด ๆ

แต่หากวันใดวันหนึ่งที่ร่างกายเกิดความเครียดมาก จนคราบไขมันที่อยู่ในเส้นเลือดเกิดการแตกออก ร่างกายจะซ่อมแซมตนเองด้วยการส่งเกล็ดเลือดไปอุดบริเวณที่เสียหาย เกล็ดเลือดที่ไปรวมกันในหลอดเลือดเล็ก ๆ นั้นสามารถที่จะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันฉับพลันได้ไม่ยาก

ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดฉับพลัน และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ เหมือนที่เราจะเห็นได้จากหลาย ๆ เคสที่ผู้ป่วยยังอายุไม่เยอะและสุขภาพร่างกายดูแข็งแรงปกติดี แต่กลับล้มลงและเสียชีวิตขณะออกกำลังกาย”

สำหรับอาการเบื้องต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบได้บ่อยและสามารถสังเกตได้ง่าย คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอกด้านซ้าย หรืออาการปวดลึก ๆ บริเวณกลางอก อาจลามไปถึงแขนหรือกราม

โดยอาการเจ็บส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับการออกแรง เมื่อได้หยุดพักอาการจะดีขึ้น หากมีอาการต้องสงสัยข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาโรคและดูแลรักษาต่อไป

รู้ไว ห่างไกลโรค กับโทรโปนินไอ (Troponin-I)

ทั้งนี้ เนื่องจากแบบประเมินพื้นฐานดังกล่าวออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้ง่ายกับกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย ในหลากหลายประเทศทั่วโลก ค่าความเสี่ยงที่ได้จึงจะเป็นค่าความเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความแม่นยำที่มากขึ้น หรือจำเพาะเจาะจงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น

โรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทยจึงเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการช่วยประเมินความเสี่ยงให้แม่นยำขึ้นเข้ามาประยุกต์ใช้ควบคู่กัน ยกตัวอย่าง เช่น การตรวจเลือดเพื่อหาค่าโทรโปนินไอ

ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของกล้ามเนื้อหัวใจ และมีความจำเพาะต่ออาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง จึงสามารถเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ รวมถึงช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้นั่นเอง

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย จึงมีการตรวจหาค่าโทรโปนินไอที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำมากขึ้นหรือที่เรียกว่า “high sensitivity Troponin-I (hsTni)” “การตรวจเจาะเลือดแบบ high sensitivity troponin-I มีความไวและแม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆสามารถตรวจได้แม้กระทั่งในบุคคลทั่วไปที่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใด ๆ

โดยมีโอกาสตรวจพบค่าโทรโปนินไอในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการของโรคหัวใจได้สูงถึง 80% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่สุขภาพร่างกายอาจดูแข็งแรงปกติดี

แต่อาจจะมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งการตรวจเลือดด้วยวิธีการอื่น ๆทั่วไปอาจไม่ได้มีความละเอียดมากพอ สำหรับค่าเฉลี่ยมาตรฐานของโทรโปนินไอสำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 12 และสำหรับผู้หญิงไม่ควรเกิน 10 โดยค่าที่ได้นั้น

เมื่อนำมาใช้ร่วมกับแบบประเมินความเสี่ยงพื้นฐานก็จะเพิ่มความสามารถในการบ่งบอกถึงความเสี่ยง รวมถึงคาดการณ์ระยะเวลาที่จะเกิดโรคได้ล่วงหน้าถึง 10 ปี เพื่อเตรียมแนวทางในการป้องกัน หรือวางแผนการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

เพราะโรคหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป อย่าปล่อยให้เรื่องสุขภาพของคุณสายเกินแก้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...