โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวม 7ตัวตึงท้าชนสีน้ำเงิน ฟัดรัฐบาล”อนุทิน”

INN News

อัพเดต 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.38 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

มีความพยายามยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จากประเด็น "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง"ว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ จากกลุ่มต่างๆ ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงศาลปกครอง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองเป็นเกมการเมือง ของฝ่ายที่พยายามจะล้ม"สีน้ำเงิน" ที่ต่อเนื่องมาจากคดี"ฮั้ว สว." และ "เขากระโดง" โดยมีตัวละครหลายคน มีความเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกัน

คนแรก "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" หรือ "ภัทรพงศ์ ศุภักษร" ทนายความชื่อดัง เคยเคลื่อนไหว ในคดี "ฮั้ว สว." ด้วยการนำพยานหลักฐาน มามอบให้ กกต. และ ดีเอสไอ เพื่อเอาผิดขบวนการฮั้วอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ยังเคลื่อนไหว ในคดีเขากระโดง สนับสนุนการรถไฟ ทวงสิทธิ์ ในที่ดินกลับคืนตามคำสั่งศาลด้วย ก่อนที่จะออกตัวในคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 ในประเด็น บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ด้วยการยื่น กกต. และ ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นอกจากนี้ "ทนายอั๋น" ยังมีความเชื่อมโยงกับการเมืองด้วย เพราะในอดีต เคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ และเมื่อปี 2563 ก็เคยลงสมัครสู้ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.บุรีรัมย์ โดยแพ้ให้กับ "ภูษิต เล็กอุดากร" หลานชายของ "เนวิน ชิดชอบ"

2 คนต่อมา "ภูมิธรรม เวชยชัย" อดีตรักษาการนายกฯ สมัยของ "แพทองธาร ชินวัตร" และ "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง"หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรัฐมนตรียุติธรรม 2 คนนี้ นับเป็นโจทย์คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นตัวละครสำคัญ ในการเดินหน้าคดี "ฮั้ว สว." ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และ ฟอกเงิน ซึ่งดำเนินคดีโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเรื่องเขากระโดง ที่พยายามให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดิน จนถูก สว.น้ำเงินฟ้องกลับ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าแทรกแซงคดี แต่ท้ายที่สุด ศาลวินิจฉัยชี้ขาด ว่า "ภูมิธรรม และ ทวี" ไม่ได้กระทำความผิด แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า กระทั่งปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และได้เชื้อเชิญพรรคเพื่อไทย ร่วมรัฐบาล และประชาชาติก็สนับสนุน "อนุทิน ชาญวีรกุล" เป็นนายกฯ แต่ "ภูมิธรรม และ ทวี" ก็ถูกกีดกัน กดดันจากภูมิใจไทยไม้ให้รับตำแหน่งใดๆ จึงเกิดคำถามตามมาว่า คดีฮั้ว สว. และ เขากระโดง ที่ "ภูมิธรรม และ ทวี" พยายามเดินหน้า จะจบลงอย่างไร หรือจะกลายเป็นลูบหน้าปะจมูก หลัง 2 พรรคร่วมรัฐบาลกันอีกครั้ง

คนที่ 4 "กุสุมาวตี ศิริโกมุท" หรือ "เจ๊แมว" อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ของ"พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค"และอดีต สส.มหาสารคาม 3 สมัย และเป็นอดีตผู้สมัคร สว.ผู้กลายเป็นโจทย์คนสำคัญในคดีฮั้ว สว. โดยยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอยุบพรรคภูมิใจไทย พร้อมอ้างมีหลักฐานการกระทำความผิดอั้งยี่ซ่องโจร พร้อมพาดพิงถึงหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค รวมถึงแกนนำคนสำคัญ เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการ ใน จ.บุรีรัมย์ และพบเส้นทางการเงินเป็นหลักฐานการโอนเงิน ด้วย จนฝ่ายกฏหมายต้องออกมาตอบโต้ และใช้ช่องทางตามกฎหมายยื่นฟ้องเอาคืนกรณีถูกใส่ร้ายบิดเบือน และกลายเป็นคู่ปรับ ระหว่าง "หนู กับ แมว"

คนที่ 5."พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว" อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะอดีตผู้สมัคร สว. และยังรั้งตำแหน่ง สว.สำรอง คือตัวต้นเรื่องของคดีฮั้ว สว. เพราะเป็นคนแรกที่ออกมาแฉ เรื่อง "โพยฮั้ว" หรือการจัดตั้งคะแนนในการเลือก สว. และยื่น ต่อ กกต. และดีเอสไอตรวจสอบ จนคดีดังกล่าวกลายมาเป็นมหากาพย์ ที่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้ว 2 ครั้ง และกำลังจะเปลี่ยนอีกครั้งแต่หน้าเดิมก็ตาม รวมถึงยังเป็นผู้นำคณะ สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อสอบจริยธรรม 92 สว.เกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว.เมื่อปี 2567 นับเป็นคู่ปรับของ สว.สีน้ำเงินอย่างแท้จริง

คนที่ 6 "นันทนา นันทวโรภาส" สว.สายอิสระ แต่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับพรรคสีส้ม หรือมีแนวคิด เอนเอียงไปทางสีส้ม ก่อนจะมาเป็น สว.นั้น เป็นนักวิชาการ ในตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก เป็น 1 ในกลุ่ม สว.เสียงข้างน้อย ที่เป็นโจทย์ กับกลุ่ม สว.น้ำเงินอย่างชัดเจน เคยร่วมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ตรวจสอบที่มาของสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งเรียกร้องให้ที่ประชุม สว.ชะลอการการลงมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพราะอาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะ สว.กำลังถูกตรวจสอบในเรื่องความโปร่งใสของที่มา โดยล่าสุด "สว.นันทนา" ถูงโยงเข้ามามีส่วนในการดำเนินการตรวจสอบการเลือกตั้ง ซึ่ง"ทนายอั่น" ได้มายื่น ให้ สว.รวมรายชื่อ เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจัย

คนสุดท้าย "พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถูกโยงเป็นคู่ปรับของสีน้ำเงิน หลังจากได้รับแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2567 เพราะดีเอสไอ ต้องเข้ามารับผิดชอบในดีฮํ้ว สว. ตามการผลักดันของ "ภูมิธรรม และ ทวี" โดย "พ.ต.ต.ยุทธนา" หรือ "รองแพ"เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 49 โอนย้ายจากข้าราชการตำรวจมารับราชการที่ดีเอสไอ ตั้งแต่ยุคก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งขณะเป็นรองอธิบดีเคยรับผิดชอบคดีคนเสื้อแดง 99 ศพ,คดีโกงหุ้นสตาร์คหมื่นล้าน, คดีปั่นหุ้นมอร์ และยังเป็นผู้ดูแลคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ เมื่อขยับเป็น เบอร์ 1 ดีเอสไอ ก็ต้องมาเกี่ยวข้องกับ คดีฮั้ว สว. และ เขากระโดง ที่มีการร้องเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลายเป็น คู่กรณีกับ สว.น้ำเงิน และพรรคน้ำเงินไปโดยปริยาย ต้องติดตามกันต่อไปว่า คดีฮั้ว สว. และ เขากระโดง รวมถึงการเลือกตั้ง จะได้ข้อยุติ มีบทสรุปเป็นอย่างไร..

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...