โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

New Balance ยอดขายพุ่ง 2.8 แสนล้าน โต 19% เมื่อ ‘Dad Shoes’ มรดกยุค 90 มัดใจคนรุ่นใหม่ ท่ามกลาง Nike สะดุด

THE STANDARD

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
New Balance ยอดขายพุ่ง 2.8 แสนล้าน โต 19% เมื่อ ‘Dad Shoes’ มรดกยุค 90 มัดใจคนรุ่นใหม่ ท่ามกลาง Nike สะดุด

New Balance เผยความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยยอดขายในปี 2025 ที่พุ่งสูงถึง 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.86 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางสภาวะที่แบรนด์รองเท้าเก่าแก่นี้ยังคงทำผลงานได้เหนือกว่าตลาดรองเท้าโลก และเดินหน้าแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งที่กำลังสะดุดอย่าง Nike

แบรนด์รองเท้าจากบอสตันที่มีอายุยาวนานกว่า 120 ปีรายนี้ได้เปิดเผยผลประกอบการกับ CNBC ว่านอกจากอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดแล้ว บริษัทยังตั้งเป้าที่จะทำรายได้แตะระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.11 แสนล้านบาท) ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

โจ เพรสตัน (Joe Preston) ซีอีโอของ New Balance ให้สัมภาษณ์ว่า “เราเป็นบริษัทที่เน้นการแข่งขันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เราต้องการให้แน่ใจว่าคุณภาพของธุรกิจต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก เราไม่ต้องการการเติบโตที่ไร้คุณภาพ แต่ต้องการทำตามเป้าหมายที่วางไว้ คือการยกระดับแบรนด์สู่พรีเมียม ซึ่งเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วทั่วโลกตลอด 5 ปีที่ผ่านมา”

นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา New Balance มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 180% ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งไม่กี่รายที่สามารถขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นได้ ในขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Nike กำลังปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจนสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด นั้น Nike ได้ทุ่มหนักไปที่กลยุทธ์ ‘การขายตรง’ (Direct-to-Consumer) ผ่านเว็บไซต์และร้านค้าของตัวเอง พร้อมกับยกเลิกสัญญากับตัวแทนจำหน่ายสินค้าส่งที่ร่วมงานกันมานานหลายราย แม้วิธีนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายและกำไรได้ในช่วงสั้นๆ แต่กลับเป็นการทิ้ง ‘ช่องว่าง’ บนชั้นวางของร้านค้าปลีกดั้งเดิมไว้ให้แบรนด์อย่าง New Balance รวมถึง Brooks Running, On และ Deckers เข้าไปเสียบแทน

ขณะที่ Nike มัวทุ่มเทกับการสร้างระบบขายตรงซึ่งมีความซับซ้อนสูง ก็เริ่มสูญเสียความเป็นผู้นำในด้าน ‘นวัตกรรม’ และตลาดรองเท้ากีฬาประสิทธิภาพสูงไป ซึ่งเพรสตันมองว่าช่วงวิกฤตโลกคือโอกาสให้ทีมของเขาได้รวมพลังกันเพื่อวางกลยุทธ์ใหม่

“เราประชุมกันทุกเช้าวันอังคารเวลา 07.30 น. และปัจจุบันเราก็ยังคงมีการประชุมนั้นอยู่ทุกสัปดาห์ มันทำให้เราสามารถรุกตลาดในระดับโลกได้พร้อมกัน และเราก้าวผ่านวิกฤตมาได้ด้วยความแข็งแกร่งกว่าบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน” เพรสตันกล่าว พร้อมเสริมว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Nike นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราเติบโตขึ้น”

ซีอีโอของ New Balance ระบุว่าการเติบโตนี้ครอบคลุมในหลายภูมิภาคและทุกหมวดหมู่สินค้า โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเดินหน้าเปิดร้านค้าใหม่ถึง 80 แห่งเฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว แม้ว่าการเปิดร้านใหม่จะมีต้นทุนสูงและต้องใช้เวลาในการสร้างผลกำไรคืนมาก็ตาม ทั้งนี้ New Balance ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเรื่องกำไรของบริษัท จึงยังไม่ชัดเจนว่าการลงทุนเหล่านี้กดดันผลกำไรมากน้อยเพียงใด

เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง New Balance ได้นำกลยุทธ์บางส่วนจากความสำเร็จของ Nike มาปรับใช้ โดยเฉพาะการวางตำแหน่งแบรนด์ให้มีความพรีเมียม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เคยทำให้ Nike เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจระดับ ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.56 ล้านล้านบาท)

วิธีการของ New Balance คือการคัดเลือกช่องทางจัดจำหน่ายอย่างเข้มงวดและคัดกรองเรื่องการลดราคาอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 30% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่คู่แข่งรายอื่นต้องพึ่งพาโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย

นอกจากนี้จังหวะเวลาที่เหมาะสมยังช่วยส่งเสริมแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เพราะหลังจากยุคโควิด สิ้นสุดลง New Balance ตั้งใจนำมรดกแบรนด์ในฐานะ ‘Dad Shoes’ ยุค 90 มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่กระแสแฟชั่นย้อนยุคกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าอายุน้อยที่ชื่นชอบแฟชั่นมากกว่าแค่การใส่เพื่อออกกำลังกาย

ในส่วนของตลาดรองเท้ากีฬาประสิทธิภาพสูง New Balance ก็ได้ร่วมงานกับนักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย เช่น โชเฮ โอทานิ (Shohei Ohtani) นักเบสบอลจากทีมดอดเจอร์ส, โคโค่ กอฟฟ์ (Coco Gauff) นักเทนนิสสาวชื่อดัง และ จอช อัลเลน (Josh Allen) ควอเตอร์แบ็กจากทีมบัฟฟาโล บิลส์

สำหรับก้าวต่อไปในปี 2026 บริษัทมีแผนจะขยายไลน์สินค้าเดิมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเน้นน้ำหนักไปที่กลุ่มรองเท้ากีฬาเพื่อการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงการเปิดร้านค้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อเพิ่มยอดขายตรงกับผู้บริโภค

แม้การเน้นขายตรงจะไม่ได้ผลดีนักสำหรับ Nike แต่เพรสตันกล่าวว่าเขาจะใช้วิธีที่แตกต่างออกไป “เราไม่ได้กำหนดเป้าหมายการขายตรงไว้ในใจ เพราะเราต้องการให้แน่ใจว่าเป้าหมายของเราคือการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่การทำให้ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจ ผมไม่อยากไปขวางทางในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ”

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

แฟ้มภาพ : Maddie Malhotra/Boston Red Sox/Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...