โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เพราะสงครามคือเรื่องน่าขยะแขยง” Kingdom Come: Deliverance 2 สัจธรรมที่ไร้เวทมนตร์คือสงคราม สำรวจความสำเร็จของวิดีโอเกมยุคกลาง

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

*มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ*

Kingdom Come: Deliverance เปิดตัวภาคแรกไปเมื่อปี 2018 กับผลตอบรับที่ค่อนข้างดีเยี่ยม สำหรับสตูดิโอพัฒนาเกมอินดี้อย่าง Warhorse Studios หลังจากพบว่ามีศักยภาพในการทำภาคต่อ ทางสตูดิโอก็ได้ปล่อยภาคสองในอีก 7 ปีต่อมา ในชื่อ Kingdom Come: Deliverance 2 ครั้งนี้กระแสไปไกลกว่าที่คิด วิดีโอเกมมีการเข้าชิงรางวัลจากเวทีเกมมาหลายเวที แม้ว่าจะไม่สามารถคว้ารางวัลเกมแห่งปีจาก The Game Awards เมื่อปี 2025 ได้ และเกิดเป็นกระแสเล็กน้อยว่าอะไรคือมาตรวัดความเป็นเกม Role-Play Gaming แต่แฟนๆ เกมก็คิดว่า Kingdom Come: Deliverance 2 หรือ KCD 2 นั้นมีดีในตัวเอง ไม่ต่างจากที่ Red Dead Redemption 2 ที่เคยพลาดรางวัลเกมแห่งปีให้กับ God of War เมื่อปี 2018

KCD เป็นวิดีโอเกมที่มีฉากหลังอยู่ในยุคกลางในปี ค.ศ. 1403 ในอาณาจักรโบฮีเมีย (Kingdom of Bohemia) ที่คลุมพื้นที่ยุโรปตะวันออกอย่างเช็ก โปแลนด์ และเยอรมันในปัจจุบัน โดยผู้เล่นจะรับบทเป็น เฮนรี (Henry) หนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นช่างตีดาบ อาศัยอยู่เมืองเหมืองขุดเงินเล็กๆ ที่มีชื่อว่า สกาลิตซ์ (Skalitz) หลังจากเริ่มเกมไม่นาน จู่ๆ กองทัพขนาดใหญ่ได้กรูบุกเข้าทำลายเมืองสกาลิตซ์จนราบเป็นหน้ากลอง พ่อแม่ของเฮนรีถูกฆ่าตาย แต่เฮนรีนั้นสามารถหลบหนีออกจากเมืองมาได้

Warhorse Studio ออกแบบให้เราควบคุมเฮนรีในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยเนื้อเรื่องถูกเขียนออกมาราวกับภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง เราจะเห็นเฮนรีมีการพัฒนาของตัวละครมากขึ้นเรื่อยๆ จากจุดต่ำสุดที่เราคิดว่าเป็นลูกช่างตีดาบแสนธรรมดา จนถึงจุดที่เรารู้ว่าเฮนรีเป็นลูกนอกสมรสของ แรดซิก โคบิลา (Radzig Kobyla) เจ้าเมืองสกาลิตซ์และผู้บัญชาการทหาร โดยตลอดทั้งเกมเราจะรู้ว่าภารกิจจริงๆ ในใจของเฮนรี คือการทวงคืนดาบที่ตัวเองสร้างร่วมกับพ่อที่เป็นช่างตีดาบ (ซึ่งถูกขโมยไปในที่สุด ตอนที่เฮนรีพยายามกลับไปฝังศพพ่อแม่ตัวเอง) และพยายามหาตัว มาร์กวาร์ต ฟอน เอาลิตซ์ (Markvart von Aulitz) ผู้บัญชาการทหารที่สั่งบุกเมืองสกาลิตซ์ อีกทั้งยังเป็นมือสังหารพ่อแม่ของเฮนรีแบบต่อหน้าต่อตา และอิสวาน ท็อธ (Istvan Toth) ผู้บงการเบื้องหลังและคนที่ครอบครองดาบของเฮนรี ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการแก้แค้นให้การตายของพ่อแม่ตัวเอง

แดเนียล วาวรา ผู้สบถใส่วงการเกมเดิมๆ แล้วทำเกมประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้

ในอุตสาหกรรมวิดีโอเกม น้อยนักที่มีเกมอิงประวัติศาสตร์จริงๆ เพราะหากมองจากแว่นตาของนักพัฒนาวิดีโอเกม เกมที่มีเนื้อหาประวัติศาสตร์หนักเกินไปนั้นมักขายไม่ได้ ผู้พัฒนาเกมส่วนใหญ่จึงเดินคนละครึ่ง คือพัฒนาเกมแฟนตาซีที่มีฉากหลังเป็นยุคกลางแทน เรามี The Elder Scrolls: Skyrim ที่มีแรงบันดาลใจมาจากไวกิ้งและตำนานสแกนดิเนเวีย เรามี The Witcher ทั้งสามภาค ที่มีฉากหลังเป็นยุคกลางในยุโรปตะวันออก เวทมนต์และพลังคือสิ่งที่สะกดใจผู้เล่น แต่สิ่งที่ แดเนียล วาวรา (Daniel Vávra) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Warhorse Studios คือการ ‘ช่างมัน’ กับทุกสิ่งที่เคยมีมา แล้วเรี่ยไรเงินพัฒนาเกมของตัวเองที่อิงประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ไม่มีมังกร ไม่มีเวทย์มนต์ ไม่มีผีสาง หรืออาวุธสุดเท่หลุดกฎฟิสิกส์อะไรทั้งนั้น วาวรา อธิบายว่า ถ้าภาพยนตร์และนิยายเชิงประวัติศาสตร์สามารถทำให้คนถูกใจได้ทั่วโลก ทำไมวิดีโอเกมถึงทำไม่ได้ เขาสงสัยมาตลอดมาทำไมวิดีโอเกมยุคกลางไม่หนีห่างจากเวทย์มนต์

ด้วยความที่วาวราเป็นชาวเช็กแต่กำเนิด เขาเดินตามรอย Braveheart Effect หรือการเปิดรับกระแสตอบรับหนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่กำกับและแสดงโดย เมล กิบสัน (Mel Gibson) วาวราเล่าว่าน้อยนักที่จะมีคนรู้จักประวัติศาสตร์สก็อตแลนด์ แต่หลังจากหนังออกฉายทำให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าใจจริงๆ ว่าในอดีตอังกฤษเคยเอารัดเอาเปรียบคนสก็อตแลนด์อย่างไร เช่นเดียวกันกับเรื่อง วาวราจึงคิดว่าแทนที่เขาจะโฟกัสที่ช่วงเวลาที่คนรู้จักอยู่แล้วอย่างอาณาจักรโรมัน (Roman Empire) หรือกรีกโบราณ เขาเลือกที่เล่าประวัติศาสตร์ชนชาติเช็ก อาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) และอาณาจักรโบฮีเมีย แทน และเชื่อว่าการเล่าบนความเป็นจริงของสงครามที่เคยเกิดขั้นในประวัติศาสตร์มนุษย์นั้นมีความน่าสนใจกว่าความแฟนตาซีหลายเท่า

หลังจากนั้น วาวรา จึงทำการเริ่ม kickstarter ในปี 2014 ซึ่งผลที่ได้คือมีคนมีสนใจมากกว่าที่คาดกันไว้ เป็นการสะท้อนให้เขาเห็นว่ายังมีช่องว่างในตลาดวิดีโอเกมที่ผู้เล่นต้องการเห็นวิดีโอเกมอิงประวัติศาสตร์แบบสมจริง ณ ตอนนั้นเอง Warhorse Studios ได้เกิดขึ้น และมีโปรเจกต์แรกคือ Kingdom Come: Deliverance

บนความสมจริง ทีมงานได้ออกเดินทางในใจกลางสาธารณรัฐเช็ก ใกล้กับแม่น้ำ Sázava และถ่ายรูปเพื่อศึกษาเส้นทางและสถานที่ใช้จริงในแผนที่ของเกม มีการหารือกับนักประวัติศาสตร์เพื่อปรับเนื้อหา และมีการขบคิดสไตล์การต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ โดยมีแรงบันดาลใจจากกีฬาฟันดาบ HEMA (Historical European Martial Arts) โดยจ้าง ปีเตอร์ นูเซ็ก (Petr Nusek) นักดาบและโครีโอกราฟเฟอร์มาโมแคปกระบวนท่าใช้ดาบในยุคศตวรรษที่ 15

KCD 2 นอกจากสานต่อเรื่องราวของเฮนรี แต่ยังปูพื้นสู่เหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์

Kingdom Come: Deliverance 2 ปล่อยตัวเกมออกมาเมื่อต้นปี 2025 แม้ว่าระบบของเกมจะไม่เปลี่ยนอะไรมากนัก ยกเว้นกราฟิกมีความสวยงามมากขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยีและเงินทุนที่มากขึ้นจากเดิม ขนาดของแผนที่ของเกมที่มีขนาดใหญ่ และบทสนทนาที่มีมากถึง 2.2 ล้านคำ (เยอะจนแซงหน้า Baldur’s Gate 3) ส่วนเนื้อหายังคงสานต่อภารกิจของเฮนรีที่เดินทางไปอีกภูมิภาคเพื่อไปเจรจากับขุนนางคนสำคัญของอาณาจักร ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่สงบในเมืองคุตเทนเบิร์ก (Kuttenberg) มีการปรากฎตัวของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์เช็ก นั่นก็คือ ยาน ชิซก้า (Jan Zizka) ที่ภายหลังกลายเป็นผู้นำในสงครามฮุตไซต์ (Hussite Wars) ซึ่งเป็นฉนวนสำคัญในการเกิดการปฏิรูปฝ่ายโปรเตสแตนต์ (Protestant Reformation) ที่นำโดย มาร์ติน ลูเธอร์ ในปี ค.ศ. 1517

เราจะเห็นว่า KCD ไม่ได้เล่าประวัติศาสตร์แบบหนักข้อ แต่เพิ่มเข้ามาทีละนิดทีละหน่อยผ่านบทสนทนา และภารกิจที่เฮนรีต้องทำ แต่การเมืองที่คุกรุ่นและเป็นฉากหลังของ KCD คือเหตุการณ์หลังจากที่พระเจ้าเวนเซสลาสที่ 4 (King Wenceslas IV) ถูกลักพาตัวโดยน้องชายตัวเองหรือพระเจ้าซิกิสมุนด์แห่งลักเซมเบิร์ก (King Sigismund of Luxembourg) เพราะมองว่าพี่ชายบกพร่องในการปกครองอาณาจักรโบฮีเมีย เหตุการณ์นี้ทำให้คนในอาณาจักรมีการแบ่งฝ่ายแบ่งพวกอย่างชัดเจน

แดเนียล วาวรา อธิบายว่าเขาไม่อยากให้ KCD เป็นเหมือนเกมเชิงการศึกษา (educational game) เพราะตลาดมองว่าน่าเบื่อและไม่ชวนติดตาม เขาจึงพยายามออกแบบเกมให้เหมือนเป็นการพาทุกคนย้อนเวลากลับไปยุคกลางพร้อมๆ กัน ได้เรียนรู้บทสนทนา ปัญหา และค่านิยมที่เกิดขึ้นจริงๆ ในบทบาทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ขุนนาง หรือสัปเหร่อ อย่างภารกิจบางอันทำให้เรารู้ว่าสัปเปร่อในยุคกลางไม่มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่ต้องอยู่นอกหมู่บ้าน และสามารถให้ลูกแต่งงานกับคนทำอาชีพเดียวกันเท่านั้น เพราะอาชีพแตะต้องศพถือว่าเป็นลางไม่ดี เป็นต้น สำหรับผู้เล่นคนไหนที่อยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทีมพัฒนามีการเพิ่มเกร็ดน่ารู้ในหน้า codex เพื่อทำความเข้าใจชีวิตคนในยุคกลางมากขึ้น เช่น อำนาจของสันตะปาปา กฎสวรรค์ของสามชนชั้น และชีวประวัติของบุคคลจริงที่ปรากฎในเกม เป็นต้น ตัวละครเอกอย่าง เฮนรี ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ต่อเนื้อเรื่องเพียงอย่างเดียว แต่ วาวรา ต้องการให้ เฮนรี เปรียบเสมือนผู้เล่นที่อ่อนต่อโลกในยุคนั้น และมีการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามที่เนื้อเรื่องของเกมจะพาไป

War is a nasty business

ประโยค “War is a nasty business” หรือ “สงครามเป็นเรื่องน่าขยะแขยง” เป็นประโยคที่ถูกพูดอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจากปากของตัวละครที่เป็นชาวนา ขุนนาง หรือเจ้าเมือง สงครามนั้นเรียกว่าเป็นธีมหลักของ KCD 2 และเป็นความตั้งใจของ วาวรา ในการนำเสนอสงครามแบบสมจริง (realism) ผ่านฉากที่น่าสลด บทสนทนาที่บีบขั้น และสถานการณ์อันเคร่งเครียดเพื่อให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกด้วยตนเอง ซึ่งต่างจากมุมมองสงครามในเกมหรืออื่นๆ ที่ไม่สามารถทำให้ผู้เล่นรู้สึกมีอารมณ์ร่วมด้วยได้

เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เฮนรี เองได้กลายเป็นเหยื่อของสงคราม (หลังจากเหตุการณ์ที่พ่อแม่ตัวเองเสียชีวิตจากกองทัพของพระเจ้าซิกิสมัน) จากที่เขาไล่สังหารโจรธรรมดาๆ ตามทาง หรือตามแคมป์ ในภาค KCD 2 เฮนรี เริ่มมีบทบาทและเข้าไปพัวพันกับการเมืองของชนชั้นสูงที่ยุ่งยากและซับซ้อน เกิดไดเลมมา (dilemma) หรือทางสองทางที่เลือกไม่ลง และผลสุดท้ายมีจำนวนศพจากเงื้อมมือของเฮนรีนับไม่ถ้วน

ในฉากหนึ่งช่วงท้ายของเกม เฮนรี ในที่สุดก็ได้พบกับ มาร์กวาร์ต ฟอน เอาลิตซ์ ที่กำลังอยู่ในสภาพเจียนตาย และเกิดบทสนทนาที่ทำให้ผู้เล่นต้องมาขบคิดกับเรื่องการแก้แค้น อุดมการณ์ทางการเมือง และความถูกต้องกันอีกครั้ง ซึ่ง มาร์กวาร์ต ได้เล่าความจริงของสงครามว่า “เป็นเรื่องน่าขยะแขยง” และเขาทำไปเพื่อหวังว่าอาณาจักรจะดีขึ้น ตรงจุดนี้ เฮนรี มีการสวนกลับไปว่าฝ่ายของตัวเองไม่เหมือนฝ่ายของมาร์กวาตที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วน แต่ประโยคที่ตอนกลับมาทำให้เฮนรีถึงกับพูดไม่ออกคือ “แล้วเรามั่นใจได้อย่างไรว่าเราไม่ได้ฆ่าพ่อหรือแม่ของใครสักคน?”

Warhorse Studios ไม่ได้มอบเพียงแค่ความบันเทิง แต่เป็นการมอบมุมมองอีกมุมหนึ่งที่ใช้มองได้กับทุกสงครามตลอดทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมือง หรือสงครามโลกทุกอย่างล้วนรับใช้ต่ออุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่งอยู่เสมอ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะยอมตกเป็นเหยื่อของสงครามเหล่านั้นไหม บางทีการเป็นเหยื่อของสงครามอาจไม่จำเป็นต้องลงมือทำร้ายใคร แต่มาในรูปแบบของการแสดงออกที่สุดโต่งจนเกินไปก็เป็นได้ หรืออาจเป็นการที่เราไม่เห็นด้วยกับจุดยืนของคนอื่น

แดเนียล วาวรา ออกแบบให้ผู้เล่นสามารถเลือกช้อยส์ให้กับ เฮนรี ได้ ว่าสุดท้ายเราจะออกมากลายเป็นคนแบบไหน เราจะเป็นผู้ที่ให้อภัยกับทุกสิ่ง หรือผู้ที่เสพติดการแก้แค้นและความอาฆาตพยาบาท ซึ่งหากเราเป็นอย่างที่สอง เฮนรีก็ไม่ต่างจากคนที่เขาเกลียดชังตั้งแต่แรก และกลายเป็นเหยื่อของสงครามโดยสมบูรณ์

Kingdom Come: Deliverance 2 ขายไปทั้งหมด 5 ล้านก็อปปี้ และทำรายได้ทั้งหมดราว 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา โดยผลตอบรับกลายเป็นเกมประจำชาติชาวเช็กที่ทำให้มีคนค้นหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และสงครามของชาวเช็กมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับใครที่อยากเล่นวิดีโอเกมนี้ สามารถซื้อได้ที่ Steam, Epic Game และแพลตฟอร์มเกมชั้นนำ

บทความต้นฉบับได้ที่ : “เพราะสงครามคือเรื่องน่าขยะแขยง” Kingdom Come: Deliverance 2 สัจธรรมที่ไร้เวทมนตร์คือสงคราม สำรวจความสำเร็จของวิดีโอเกมยุคกลาง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...