โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาคารพดด้วง พลิกโฉมศูนย์ราชการสู่พื้นที่ส่วนกลางอัจฉริยะที่เย็นด้วยนวัตกรรม Keep Cool

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่มุ่งหน้าสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำและพื้นที่สีเขียวเพื่อประชาชน วันนี้จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญอย่าง “โซน C” กำลังเผยโฉมภาพลักษณ์ใหม่ของสถาปัตยกรรมรัฐที่ไม่ได้มีแค่ความโอ่อ่า แต่คือการผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมระดับโลก ภายใต้การนำของ ดร.ธีธัช สุขสะอาด รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD Asset Development

ดร.ธีธัช สุขสะอาด รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD Asset Development

ชื่อของอาคาร "พดด้วง" ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเพียงเพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของสกุลเงินโบราณเท่านั้น แต่รูปทรงโค้งมนเหล่านั้นคือยุทธศาสตร์สำคัญในการจัดการพลังงาน หากมองจากภาพมุมสูงลงมา เราจะเห็นความโดดเด่นของอาคารรูปทรงโค้งมนที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางฝั่งขวา นั่นคือ “อาคารพดด้วง” ที่ห่อหุ้มด้วย Solar Shield คุณภาพสูง ซึ่งเป็นมากกว่าแค่เปลือกอาคาร แต่มันคือแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกับการปกป้องอาคารจากแสงแดด

ดร.ธีธัช ฉายภาพให้เห็นว่าอาคารหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อรองรับหน่วยงานราชการ 25 แห่งที่จองพื้นที่จนเต็ม 100% เท่านั้น แต่คือการสร้าง "พื้นที่อเนกประสงค์" (Multi-purpose) ที่ตั้งใจเปิดประตูต้อนรับประชาชนทุกคนให้เข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะเมืองย่อยๆ แห่งหนึ่ง

Keep Cool นวัตกรรมความเย็นจากใต้พื้น

เสน่ห์แรกที่สะดุดตาคือรูปทรงโค้งมนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเงินพดด้วงโบราณ แต่นี่คืองานสถาปัตยกรรมที่คิดมาเพื่อสู้กับแดดเมืองไทยโดยเฉพาะ สิ่งนี้เรียกว่า Solar Shell หรือเปลือกอาคารอัจฉริยะที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้ากันความร้อนจากภายนอกได้ถึง 37% ช่วยลดภาระของเครื่องปรับอากาศไปได้เกือบครึ่งหนึ่ง และที่ขาดไม่ได้คือการติดตั้ง Solar Cell ที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้วันละกว่า 2,200 กิโลวัตต์

เมื่อก้าวเข้ามาข้างใน ความเย็นที่สัมผัสได้จะไม่ใช่ลมแอร์ที่เป่าลงมาจากเพดานจนเย็นยะเยือก แต่ที่นี่เลือกใช้ระบบ Radiant Floor Cooling หรือการปล่อยความเย็นผ่านท่อน้ำเย็นใต้พื้น ความเย็นจะค่อยๆ แผ่ขึ้นมาจากระดับฝ่าเท้าสู่ความสูงที่คนใช้งานจริง ซึ่งนอกจากจะประหยัดพลังงานเพราะไม่ต้องพ่นลมแรงๆ ให้สูญเสียความเย็นไปในอากาศที่สูงเกินเอื้อมแล้ว ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมด้วยม่านอากาศ (Air Curtain) ที่ติดตั้งทุกทางเข้า-ออก และระบบฟอกอากาศที่ละเอียดพอจะดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้แม่นยำถึง 85%

จาก "ธนพิพัฒน์" สู่พิมพ์เขียวพลังงานสะอาด 100%

ความสำเร็จของอาคารยุคใหม่มีจุดเริ่มต้นมาจาก “อาคารธนพิพัฒน์” อาคารต้นแบบ (Sandbox) ที่พิสูจน์แล้วว่าการใช้พลังงานทดแทนเกือบ 100% เป็นไปได้จริง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการกักเก็บพลังงานในรูปของ "ไฮโดรเจน" โดยการแยกพลังงานจากน้ำ (H2O) ในช่วงที่มีแสงแดด และเปลี่ยนกลับมาเป็นไฟฟ้าเลี้ยงตัวอาคารในเวลากลางคืน เป้าหมายคือการเป็นอาคารที่ใช้พลังงานจากฟอสซิลเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ซึ่งโมเดลนี้กำลังถูกส่งต่อมายัง “อาคารพดด้วง” และอาคารอื่นๆ ในอนาคต

Digital Twin โลกคู่ขนานที่จัดการตึกแบบ Real-time

สิ่งที่ยกระดับอาคารพดด้วงสู่ความล้ำสมัยคือเทคโนโลยี Digital Twin หรือการสร้างแบบจำลองสามมิติของอาคารไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมโยงกับอุปกรณ์จริง

เราจะมองเห็นผ่านระบบ Smart City เลยว่าห้องไหนเปิดไฟหรือเปิดแอร์อยู่ด้วยความเย็นเท่าไหร่

ความน่าสนใจอยู่ที่การตรวจจับความผิดปกติ หากแอร์ในห้องเสีย ระบบจะ Alert แจ้งเตือนทันทีโดยไม่ต้องรอคนแจ้ง ช่วยให้การบริหารจัดการอาคารมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด ซึ่งนวัตกรรมอัจฉริยะทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณไม่ถึง 1% ของงบก่อสร้าง แต่ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ามหาศาลในระยะยาว

พื้นที่ทำงานของคนรุ่นใหม่ในรั้วราชการ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการบริหารพื้นที่ชั้น 4 และ 5 ของอาคารพดด้วง ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อรองรับยุคสมัยของ Freelance และ SME โดยเฉพาะ ภายในถูกเนรมิตให้เป็นทั้ง Co-working Space สำหรับนั่งทำงานรายวันในราคาเพียงหลักร้อยบาท และ Serviced Office สำหรับทีมขนาดเล็ก 2 คน ไปจนถึงทีมใหญ่ 50 คน ในอัตราเช่าที่ยืดหยุ่นเริ่มต้นเพียง 6,000 บาทต่อเดือน โดยคิดราคาเป็นรายห้องเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่าย

ถ้าเป็น Serviced Office เริ่มตั้งแต่ 6,000 บาท จนถึงหลักหมื่นบาทแล้วแต่ขนาด เราคิดเป็นรายห้อง ไม่ได้คิดเป็นตารางเมตร ส่วนรายวันอาจจะหลักร้อยบาท เรายละเอียดตัวเลขที่ชัดเจนจะให้ข้อมูลอีกครั้ง ในส่วนของราชการนั้น ธพส. มีผู้เช่ารายเดียวคือกรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์จะเป็นผู้จัดสรรพื้นที่ให้กับหน่วยงานทั้งหมด กรมธนารักษ์จึงเป็นผู้จ่ายค่าเช่าให้กับ ธพส.

สำหรับใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจใหม่แต่ยังไม่มีที่ตั้งสำนักงาน ที่นี่ยังมีบริการ Virtual Office สำหรับจดทะเบียนบริษัทด้วยที่อยู่ศูนย์ราชการฯ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ผสานกับพื้นที่อำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งโรงพยาบาลรามาธิบดี (OPD), ฟิตเนส, ศูนย์อาหาร และห้องจัดประชุม (Function Room) รวมถึงฮอลล์ขนาดใหญ่ที่ชั้น 7 ที่จุคนได้หลักพัน ทั้งหมดนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อรองรับผู้ใช้งานที่คาดว่าจะแตะระดับ 8,000 คนต่อวันในอนาคตอันใกล้

นอกจากนี้ยังมี Green Rooftop ไฮไลต์สำคัญคือสวนออกกำลังกายบนดาดฟ้าที่กว้างขวางถึง 19,900 ตารางเมตร ครบทั้งลู่วิ่ง ที่นั่งพักผ่อน และจุดชมวิวเมืองที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เมืองอัจฉริยะที่สั่งการได้ผ่านปลายนิ้ว

ดร.ธีธัช ย้ำว่าคำว่า Smart City ของที่นี่ไม่ได้หยุดแค่ตัวอาคาร แต่รวมถึงการใช้ชีวิตผ่านแอปพลิเคชัน GCC (Government Complex) Super App ที่เปรียบเสมือนรีโมทคอนโทรลสำหรับทุกคน

Smart Mobility ติดตามตำแหน่งรถเมล์ EV ที่ให้บริการรับส่งได้แบบสดๆ ว่าจะถึงกี่โมง

Smart Parking จองที่จอดรถล่วงหน้าผ่านแอปฯ พร้อมระบบกล้องอัจฉริยะบอกสถานะที่จอดรถว่างในแต่ละชั้น และชำระเงินออนไลน์ได้ทันที

Smart Navigation ระบบนำทาง Digital Signage ที่ให้ประชาชนสแกน QR Code แล้วเดินตามระบบนำทางไปยังหน่วยงานที่ต้องการได้โดยไม่หลง

ความปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่ถูกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวทั่วอาคาร ซึ่งฉลาดพอจะแยกแยะได้ว่านี่คือเหตุการณ์จริงหรือแค่แรงสั่นสะเทือนจากรถวิ่งข้างนอก เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลที่ถูกต้องผ่านแอปพลิเคชัน ลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้อาคาร ซึ่งความล้ำสมัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้

เรามีเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวในทุกอาคาร เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทุกคนยังไม่คุ้นเคยและเกิดอาการตื่นตระหนก เราจึงติดตั้งระบบนี้เพื่อแจ้งเตือนและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าเกิดการสั่นสะเทือน จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นแผ่นดินไหวจริงๆ หรือเป็นแค่แรงสั่นสะเทือนจากรถวิ่งข้างนอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่อยู่ในอาคารครับ

Big Data เพื่อหัวใจของประชาชน

เบื้องหลังความสะดวกสบายคือการเก็บข้อมูลผ่านระบบ People Counting เพื่อวิเคราะห์จำนวนผู้ใช้งาน แยกเพศ และช่วงอายุ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือเข็มทิศในการวางแผนดึงหน่วยงานและบริการต่างๆ มาลงในพื้นที่ให้ตรงใจผู้ใช้งานที่สุด ผสานกับการตรวจสอบคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง

ระบบอัจฉริยะที่เข้าถึงง่ายในงบประมาณ 1%

เพื่อความเป็นหมู่บ้านอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบ ทุกฟังก์ชันถูกเชื่อมต่อผ่าน GCC Super App ตั้งแต่ระบบ Smart Parking ที่จองที่จอดรถล่วงหน้าได้ ระบบนำทางดิจิทัลด้วยการสแกน QR Code ไปจนถึงเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวที่ติดตั้งไว้ในทุกอาคารเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่ง ดร.ธีธัช เผยว่านวัตกรรม Smart Building ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณไม่ถึง 1% ของงบก่อสร้างทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนกว่า 8,000 คนที่หมุนเวียนเข้ามาในแต่ละวัน

ก้าวต่อไปสู่มาตรฐาน ‘อาคารเขียว’ ทั่วไทย

ปัจจุบัน มีหน่วยงานราชการย้ายเข้ามาแล้ว 17 แห่ง จากทั้งหมด 25 แห่ง และคาดว่าจะเข้าอยู่ครบสมบูรณ์ภายในต้นปี 2569 นี้ ความสำเร็จของอาคารพดด้วงจะเป็นต้นแบบหรือ "พิมพ์เขียว" ที่ DAD จะนำไปขยายผลต่อในโครงการอื่นๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาคารอเนกประสงค์ให้กรมธนารักษ์ที่ซอยพหลโยธิน 11 หรืออาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแห่งใหม่

ดร.ธีธัช ยืนยันว่า DAD ตั้งใจจะทำให้ทุกอาคารที่จะก่อสร้างต่อจากนี้ อย่างน้อยที่สุดจะต้องเป็น "อาคารเขียว" (Green Building) เพื่อเป้าหมายรายได้รวม 3-4 พันล้านบาท และเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าอาคารของรัฐสามารถทันสมัย ยั่งยืน และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนอยากเข้ามาใช้ชีวิตได้จริงๆ

เราได้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ลงไป ประสบการณ์แล้วก็ความรู้ในเรื่องของการจัดการอาคารที่เป็นแบบ Smart Building และอาคารแบบประหยัดพลังงานเพราะฉะนั้นในทุกอาคารที่ทำให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อย่างน้อยที่สุดก็จะเป็นอาคารเขียว เป็นความตั้งใจของทางเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...