โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"เลขาธิการสปส." แจงจ่ายเงินสมทบ "ประกันสังคม" 875 บาท ทุกเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิ์อะไรบ้าง ยืนยันไม่ด้อยกว่าสิทธิ์อื่น

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

"เลขาธิการสปส." แจงจ่ายเงินสมทบ "ประกันสังคม" 875 บาท ทุกเดือน ผู้ประกันตนได้สิทธิ์อะไรบ้าง ยืนยันไม่ด้อยกว่าสิทธิ์อื่น

จากกรณีที่มีผู้ประกันตนร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในระหว่างลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ถึงปัญหาความไม่สะดวกในการใช้สิทธิรักษาพยาบาล และการได้รับยาที่ไม่ตรงกับความต้องการเดิมนั้น เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมานั้น ต่อมาทางด้านสำนักงานประกันสังคมได้เร่งดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนให้ได้รับความธรรมและถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ ขณะที่นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ขอชี้แจง เพื่อสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนและผู้ประกันตนเรื่องมาตรฐานการจ่ายยาตามสิทธิประกันสังคม ดังนี้ • โดยปกติ สถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมจะจ่ายยาตาม บัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุมการรักษาโรคต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย • ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีความประสงค์จะใช้ "ยานอกบัญชียาหลัก" ตามความคุ้นเคยเดิม สถานพยาบาลสามารถจัดหายาที่มี "คุณสมบัติในการรักษาเทียบเท่ากัน" ในบัญชียาหลักให้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย •หากแพทย์วินิจฉัยว่ามีความจำเป็นทางการแพทย์ ที่ต้องใช้ยานอกบัญชีตัวนั้นจริง ๆ เนื่องจากยาในบัญชีใช้ไม่ได้ผลหรือเกิดอาการแพ้ยา สถานพยาบาลคู่สัญญา ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยจะจัดหาให้ผู้ประกันตนโดยไม่เรียกเก็บเงินเพิ่ม ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์กำลังเร่งประสานงานกับโรงพยาบาลในกรณีดังกล่าว เพื่อทบทวนแนวทางการรักษาและพิจารณาความจำเป็นทางการแพทย์ในกรณีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพและไม่เป็นภาระด้านค่าใช้จ่าย

ล่าสุดวันนี้ (25 ม.ค.) นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ยังได้ชี้แจงว่า สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับ หลังมีการปรับอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นเป็น 875 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 17,500 บาทขึ้นไปว่า สิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนในอัตรา 5% ของค่าจ้าง ซึ่งนายจ้างก็ได้สมทบในอัตรา 5% เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนของรัฐบาลที่ร่วมสมทบในอัตรา 2.75% รวมทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 12.75% สำหรับใช้ในการจ่ายสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี ให้แก่ผู้ประกันตน ได้แก่ 1.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย 2.กรณีคลอดบุตร 3.กรณีทุพพลภาพ 4.กรณีตาย 5.กรณีสงเคราะห์บุตร 6.กรณีชราภาพ และ7.กรณีว่างงาน ทั้งนี้เงินสมทบสูงสุดเดือนละ 875 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท ซึ่งถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบเพื่อดูแลผู้ประกันตนใน 7 กรณีสำคัญ แบ่งเป็น

ดูแล 4 กรณีพื้นฐาน 262.50 บาท ครอบคลุมการเจ็บป่วย รักษาฟรีไม่จำกัดวงเงิน, คลอดบุตร เหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง ฝากครรภ์ 1,500 บาท ผู้ประกันตนหญิงรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร สูงสุด 26,250 บาท, ทุพพลภาพ เงินทดแทนตลอดชีวิตสูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน และเสียชีวิตค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายสมทบ 36 เดือน ขึ้นไปได้รับเพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีตาย • กรณีว่างงาน 87.50 บาท รับเงินทดแทนสูงสุดประมาณ 10,500 บาทต่อเดือน • เงินออมชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร 525 บาท เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดเพื่อใช้ในกรณีสงเคราะห์บุตร อายุไม่เกิน 6 ปี 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน และเงินชราภาพ บำเหน็จ/บำนาญ ซึ่งนายจ้างจะสมทบเพิ่มให้อีกเท่าตัว รวมเป็นเงินสมทบสะสม 1,050 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ไม่ใช่ผู้ประกันตนทุกคนต้องชำระเงินสมทบ 875 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนมีค่าจ้างไม่ถึง 17,500 บาท จะชำระในอัตรา 5% ของค่าจ้างจริง เช่น ค่าจ้าง 10,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบในอัตรา 500 บาทต่อเดือน เป็นต้น นางสาวกาญจนา ชี้แจงอีกว่า ในกรณีที่ผู้ประกันตนไม่เคยใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมถึงไม่มีครอบครัว อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินสมทบที่นำส่งนั้น ขอชี้แจงข้อมูลให้ทราบว่า ถึงแม้ผู้ประกันตนไม่เจ็บป่วย ไม่ได้ใช้สิทธิในการรักษาพยาบาล แต่กองทุนประกันสังคมได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลในลักษณะเหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญาเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในยามจำเป็นหรือในเวลาฉุกเฉินได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงค่าใช้จ่าย ดังนั้นในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ไม่เคยใช้สิทธิใดๆเลย ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่ายังมีเงินออมกรณีชราภาพคอยดูแลในยามเกษียณ นอกจากนี้กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เป็นหลักประกันว่า หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังมีสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมให้การดูแลแก่ครอบครัวของผู้ประกันตนต่อไป ทั้งนี้ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วงปี 2562 - 2565 กองทุนประกันสังคมให้การดูแลผู้ประกันตนกรณีเจ็บป่วย และกรณีว่างงานสุดวิสัยจากการปิดสถานประกอบการตามคำสั่งรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 268 ล้านบาท หรือเหตุอุกทกภัยในปี 2567-2568 ได้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสุดวิสัย เป็นเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...