โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝรั่งหอบเงินหนี!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หากพูดกันตามทฤษฎีที่เล่าเรียนมาจะเห็นว่า เงินบาทมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นเรื่อย ๆ และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากทั่วโลกพากันเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับท่าทีของ “ทรัมป์”จะเกิดอาการเพี้ยน ขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จึงพยายามโยกสินทรัพย์ไปลงทุนอย่างอื่นที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ น้อยสุด เพราะรู้สึกว่า ดอลลาร์นับวันจะเสื่อมค่าลงเรื่อย ๆ ไงล่ะคะ

ผนวกกับท่าทีของยุโรปที่ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจแบบเกลือจิ้มเกลือ ยิ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอีกอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนผู้ส่งออกบางรายพูดไปในทางเดียวกันว่า หากการเมืองระหว่างประเทศยังตึงเครียดในทุกมิติต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกตกอยู่ในภาวะชะลอตัวและจะกระทบกับสภาพสังคมอย่างที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้เจ้าค่ะ

ถามว่า ทำไมอีฉันถึงเลือกที่จะพูดถึงประเด็นข้างต้น อีฉันตอบได้ทันทีว่า มันเป็นผลมาจากเงินสดกำลังมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับความจริงที่เกิดกับโลก และความเชื่อมั่นในทุกมิติกำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก รวมทั้งผู้คนไม่มั่นใจว่า จะฝากอนาคตไว้กับระบบการเงินเดิม ๆได้อีกต่อไป จึงทำให้ราคาทองพุ่งไม่หยุดสักที!..หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยขึ้นได้ไม่เต็มที่นะจ๊ะ

เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยหลังจากขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,300 จุดและกำลังพยายามขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,350 จุดแต่ดันเริ่มมีแรงขายออกมาเป็นระลอก (ฝรั่งขาย 3 วัน 2.25 พันล้านบาท) ดัชนีเลยยืนปิดได้แค่ระดับ 1,314.39 จุด บวกไป2.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย5.09 หมื่นล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องกลับมาคิดอีกครั้งว่า จะเหมือนกับครั้งก่อนที่ขึ้นมาแถว 1,325 จุดแล้วย่อตัวลงเรื่อย ๆอะป่าว?

โดยเฉพาะในรายของ KTC ซึ่งโบรกเกอร์หลายรายยังเชียร์ซื้อ หลังประกาศงบปี 68 ออกมาโตกว่าปี 67 ราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นมาตลอด จนวันศุกร์ที่แล้วเริ่มมีแรงขายออกมาเป็นระลอก และทำให้หุ้นยืนปิดไปที่ระดับ 27.25 บาท ลบไป0.50 บาท หรือลงไป1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย531 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นประเด็นที่ทำให้ต้องคิดมากหน่อย เพราะโมเมนตัมมันไม่เหมือนเดิมนะจะบอกให้

เหมือนกับในรายของ TTB ซึ่งเป็นหุ้นต่ำสิบที่ขาลุยชอบเล่น ก็ออกอาการเครื่องน็อคให้เห็นอีกครั้งแบบนี้ “โมนิก้า” บอกได้เลยว่า ตั้งแต่ประกาศงบปี 68 ไม่โตเหมือนที่หวัง ราคาหุ้นก็ขยับขึ้นไปไหนไม่ได้เลย และกำลังถูกแทนที่ด้วยแรงขายที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าดูจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เทียบกับการยืนปิดที่ระดับ 1.99 บาท ลบไป 0.03 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย1.14 พันล้านบาท เป็นการส่งสัญญาณเตือนอะไรหรือเปล่า?

ส่วนรายที่เห็นชัด ๆ ว่า ผลงานปี 68 น่าจะพลาดเป้า“โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น CCET เพื่อย้ำให้เห็นยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายของปีในเดือน พ.ย.ลดลง 13% และในเดือน ธ.ค.ก็ลดลง 1% มันคือแรงกดดันที่กระทบโดยตรงกับกำไรอย่างแน่นอน ส่งผลให้การเด้งขึ้นต่อเนื่องร่วมสัปดาห์เป็นเพียงการเกาะกระแสตลาด และกลายเป็นข้อควรระวังการลงมาปิดที่ระดับ 5.05 บาท ลบไป 0.15 บาท หรือลงไป 2.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 230 ล้านบาท คือจบรอบใช่ไหมตัวเอง

สำหรับในรายของ LH ก็มีรูปแบบการเคลื่อนตัวของราคาหุ้นคล้ายกับรายข้างต้น แต่ที่น่าคิดคือยอดขายบ้านในสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวยังดีไหม? และอย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ที่หุ้นขึ้นต่อเนื่องเป็นผลมาจากภาวะโดยรวมดีขึ้น และคนมาเล่นสตอรี่ปันผลเป็นหลัก “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจว่า การลงมายืนปิดที่ระดับ 3.96 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 2.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 169 ล้านบาท คือภาพที่ฟ้องว่า จบข่าวแล้วค่ะนายอะป่าว?

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...