โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ปัญญาอ่อน’ สร้างเศรษฐี

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 มกราคม 2569 เวลา 4.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"เติมเศรษฐกิจให้แข็งแรง ทำอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาเงินไปแจกผมว่าปัญญาอ่อน ถ้ามีปัญญาเขาไม่แจก เขาใช้เงินไปสร้างเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจแข็งแรง ทำเรื่องง่าย หรือยังขายวัคซีนไม่จบ ดังนั้นรีบๆ ทำ เศรษฐกิจจะได้ดี"

โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) ทักษิณ ชินวัตร กล่าวในรายการ CARE Talk เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ ในหัวข้อ "มานี่…พี่จะบอก!! ประยุทธ์ทำแพง ประชาชนจะหมดแรงแล้ว แม๊!!"

แม๊…ด่า “หลานเชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปัญญาอ่อนได้ไง

พรรคเพื่อหมดสภาพ ต้องเร่งทำคะแนนในโค้งสุดท้ายด้วยนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คน”

ประชาชนตาลุกสิครับ!

นอนเกาคางอยู่บ้านเฉยๆ ก็มีโอกาสเงินล้านหล่นทับ

ไปดูรายละเอียดนโยบายกันก่อน

พรรคเพื่อไทย อธิบายว่า

“…เศรษฐกิจนอกระบบในไทยมีมูลค่ามากถึง ๙ ล้านล้านบาท (ข้อมูลจากธนาคารโลก)

ใหญ่เป็นอันดับ ๑๔ ของโลก และอันดับ ๒ ในอาเซียน (รองจากประเทศเมียนมา)

การไม่สามารถเก็บภาษีจากส่วนนี้ได้ ทำให้ไทยขาดรายได้มหาศาล ขาดข้อมูลการค้าขายที่แม่นยำ และขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ

ฉะนั้นต่อไปนี้คนไทยมีโอกาสเป็นเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน

เพียงแค่มีใบเสร็จจากการจับจ่ายใช้สอยทุกประเภทสินค้าและบริการ ใบเสร็จใช้ได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าถึงร้านรถเข็น ร้านอาหารริมทาง

ไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ

ไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จ

เพราะ 'เพื่อไทย'มีนโยบาย 'สร้างเศรษฐีเงินล้าน'เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีแทนการบังคับ ด้วยการสุ่มจับรางวัลจากเลขใบเสร็จ ๕ รางวัล รางวัลละ ๑ ล้านบาท

อีก ๔ รางวัลมาจากการสุ่มจับเลขบัตรประชาชน ได้แก่

๑.เกษตรกร

๒.ผู้สูงอายุ

๓.อาสาสมัครเพื่อสังคม เช่น อสม. ชรบ. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ฯลฯ

๔.ผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ รางวัลละ ๑ ล้านบาทเช่นกัน

'สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน'ทุกการจับจ่ายคือโอกาสรวยทุกคน ทุกวัน เลือกเพื่อไทย เบอร์ ๙ ทั้งคนทั้งพรรค…”

“หมอมิ้ง พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” อ้างว่า นโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือ “การหาเงินให้รัฐ” โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง ๒๐% ต่อปี

ใช่ครับ…ไต้หวัน มีนโยบาย “ลอตเตอรี่ใบเสร็จไต้หวัน (Taiwan receipt lottery/統一發票)”

เป็นสลากกินแบ่งที่ออกโดยรัฐบาลไต้หวัน ในรูปแบบใบเสร็จรับเงินหลังการซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับภาครัฐ ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังไต้หวัน

โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๔ หรือเมื่อ ๗๕ ปีที่แล้ว

มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ และกระตุ้นให้ภาคธุรกิจรายงานรายได้ให้ตรงตามความเป็นจริง รวมถึงลดและสกัดการหลบเลี่ยงภาษี

อีกทั้งยังเป็นโครงการที่เพิ่มรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจต่างๆ อีกด้วย

นอกจากนี้ เจ้าของใบเสร็จที่ไม่ต้องการตรวจผลรางวัล ยังสามารถนำใบเสร็จไปใส่ในกล่องบริจาคของมูลนิธิที่ช่วยเหลือสังคมต่างๆ ตามสถานที่สำคัญทั่วไป เพื่อช่วยพัฒนาสวัสดิการสังคม

หากใบเสร็จร้านค้านั้นตรงกับผลรางวัลใด เงินที่ได้จากการถูกรางวัล จะบริจาคเข้าสู่มูลนิธิตามที่ระบุข้างกล่อง

ผลรางวัลจะประกาศทุกวันที่ ๒๕ ของเดือนที่เป็นเลขคี่ ได้แก่ มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม กันยายน พฤศจิกายน

รางวัลจะถูกจับรางวัลและดำเนินการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ทั่วไต้หวัน

กระทรวงการคลังไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ว่า ใบเสร็จกำกับภาษี (統一發票) งวดเดือน กันยายน-ตุลาคม ซึ่งถูกรางวัล รางวัลพิเศษมูลค่า ๑๐ ล้านเหรียญไต้หวัน และรางวัลใหญ่ ๒ ล้านเหรียญไต้หวัน ขณะนี้ยังมีใบเสร็จที่ถูกรางวัลแต่ยังไม่ได้ขึ้นเงิน จำนวน ๒ ใบ และ ๔ ใบ ตามลำดับ

สำหรับใบเสร็จที่ถูกรางวัลพิเศษ ๑๐ ล้านเหรียญไต้หวัน แต่ยังไม่มีผู้ไปขึ้นเงินนั้น หนึ่งใบเป็นค่าสมาชิก Google Play มูลค่าเพียง ๕๐ เหรียญไต้หวัน อีกใบเป็นใบเสร็จค่าอาหาร ๑๕๓ เหรียญไต้หวัน ออกโดยร้าน “อาตันเอยเตี้ยน” (阿潭ㄟ店) ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตราคาย่อมเยาที่ตั้งอยู่ในเขตจงลี่ นครเถาหยวน

ขณะที่ใบเสร็จถูกรางวัลใหญ่ ๒ ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งยังไม่ได้ขึ้นเงินจำนวน ๔ ใบ ได้แก่ การซื้อแอปพลิเคชันผ่าน App Store มูลค่า ๑๖๕ เหรียญไต้หวัน, ค่าธรรมเนียมผ่าน JKO Pay (街口支付) จำนวน ๙๐ เหรียญไต้หวัน, การซื้อสินค้าที่ห้าง POYA (寶雅) บนถนนฉือเหวิน นครเถาหยวน รวม ๑,๑๑๗ เหรียญไต้หวัน, และการซื้อสินค้าที่ร้านผลิตภัณฑ์อาหาร เป่าชาง (寶昌食品) ถนนซิ่นอี้ ตำบลเฉาโจว เมืองผิงตง มูลค่า ๑๒๐ เหรียญไต้หวัน

กระทรวงการคลังไต้หวันย้ำเตือนว่า ใบเสร็จที่ถูกรางวัลงวดเดือนกันยายน-ตุลาคม ปีที่แล้ว ยังอยู่ในระยะเวลาขึ้นเงิน ขอให้ผู้โชคดีรีบไปขึ้นเงิน ภายในวันที่ ๕ มีนาคมปีนี้

ครับ…ที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าไต้หวันก็มี เป็นเรื่องจริงครับ บรรยากาศลาภลอย ดูน่าตื่นเต้น เร้าใจ

แต่…นโยบายนี้จะสามารถนำมาใช้กับไทย และสามารถแก้ปัญหาเอาธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินได้หรือไม่

มีการศึกษาแล้วหรือยังว่า เคยมีธุรกิจใต้ดินอะไรที่ไต้หวัน ปัจจุบันอยู่บนดินแล้ว หรือยังอยู่ใต้ดินเหมือนเดิม

ธุรกิจใต้ดินมี ๒ ประเภทคือ ถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย

เฉพาะทางเท้าในประเทศไทยเราก็รู้ดีว่าเต็มไปด้วยธุรกิจใต้ดิน

อาทิ หาบเร่-แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ส่วนที่ผิดกฎหมายสำหรับประเทศไทยมีเพียบครับ

ค้าของเถื่อน ค้ายาเสพติด ค้าสัตว์และพืชสงวนพันธุ์ ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ค้าแรงงาน ค้าเด็ก ค้าโสเภณี การพนัน ค้าสื่อลามก

การพนัน หวยใต้ดิน พนันออนไลน์

มีมือปืนรับจ้าง และอาชญากรรมข้ามชาติ น้ำมันเถื่อน

เทียบกับไต้หวันแล้วเรามีมากกว่าเขาเยอะครับ ทั้งในเชิงปริมาณ และสาขาอาชีพ

แน่นอนครับเกือบทั้งหมดไม่สามารถเข้าระบบภาษีได้

เข้าได้ก็เฉพาะร้านค้ารถเข็น ธุรกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย

เจ้าของบ่อน เจ้ามือหวยเถื่อน พ่อค้ายา ฯลฯ ไม่ออกใบเสร็จให้หรอกครับ

ฉะนั้นถ้าอ้างนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน เป็นการแก้ปัญหาให้คนไทยเข้าระบบภาษี ก็ดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

อาจจะเป็นการฆ่าคนตัวเล็กตัวน้อยด้วยซ้ำ

เพราะเมื่อร้านข้าวแกงรถเข็นริมทางไม่สามารถออกใบเสร็จให้ได้ ผู้บริโภคอาจจะเลือกเข้าไปกินข้าวในร้านอาหารที่สามารถออกใบเสร็จได้มากกว่า

ครับ…สุดท้ายจะซ้ำรอยแจกเงินหมื่น เป็นแค่นโยบายขอคะแนนจากประชาชนโดยไม่มีการศึกษาให้รอบคอบถึงข้อดีข้อเสีย

แม้นโยบายนี้สามารถเดินหน้าไปได้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาธุรกิจใต้ดินได้

แต่สิ่งที่จะได้ คือการล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินด้วยนโยบายประชานิยมอีกครั้ง

ดูรูปแบบการกระจายรางวัลก็รู้แล้วครับ หาเสียงชัดๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...