สพป.สุโขทัย เขต2 พัฒนารูปแบบการนิเทศ แบบผสมผสานบนฐานการคิดเชิงออกแบบ
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาไทย บทบาทของศึกษานิเทศก์กำลังถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงว่าทำหน้าที่ได้ครบถ้วนตามระบบหรือไม่ แต่คือสามารถสร้างความหมายและคุณค่าใหม่ให้กับการเรียนรู้ในสถานศึกษาได้มากเพียงใด แนวคิดการขับเคลื่อนสู่การเป็น “ศึกษานิเทศก์พฤติกรรมใหม่” จึงเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำจากผู้ตรวจสอบตามกรอบภารกิจ สู่ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ใน “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ครูสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรีของวิชาชีพในแบบฉบับของตนเอง
ดร.ปุณยวัจน์ ขอบทอง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 เผยว่า ตนเองได้พัฒนานวัตกรรมการนิเทศการศึกษาแบบผสมผสานบนฐานการคิดเชิงออกแบบที่ชัดเจน คือ “การพัฒนาคน ควบคู่กับการพัฒนาระบบ” เพื่อให้การนิเทศไม่เป็นเพียงกลไกของการควบคุม แต่เป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์การทำงานจริงของครูและสถานศึกษา นวัตกรรมดังกล่าวเกิดจากการผสมผสานหลักการ แนวคิด และทฤษฎีการนิเทศเชิงพัฒนาสมัยใหม่ เข้ากับระบบการบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วมในทุกระดับ ผ่านกลไกการเชื่อมโยงที่เป็นระบบและมีความหมายต่อผู้ปฏิบัติ
รูปแบบการนิเทศที่ประสบความสำเร็จนี้เรียกว่า “SPIRE Supervisory Model” ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันอย่างมีแบบแผน ขับเคลื่อนผ่านกลไกการดำเนินงานของคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. สังกัด สพป.สุโขทัย เขต 2 เริ่มจาก Setting the Plan การวางแผนร่วมกันบนความเข้าใจและเป้าหมายเดียวกัน ต่อด้วย Providing Knowledge การเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้การพัฒนายืนอยู่บนฐานความรู้ ไม่ใช่ความเคยชิน
ในขั้น Implementing Supervision การนิเทศถูกนำไปสู่พื้นที่จริงอย่างมีเป้าหมาย เป็นการอยู่เคียงข้างครูระหว่างการจัดการเรียนรู้ มากกว่าการตรวจสอบจากระยะห่าง ขณะที่ Reviewing Performance คือการใช้ข้อมูลจริงมาร่วมกันทบทวน วิเคราะห์ และเรียนรู้จากการปฏิบัติ และปิดท้ายด้วย Exchanging Reflections การเปิดพื้นที่แห่งการฟังอย่างลึกซึ้ง เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนและต่อยอดการพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุด
ดร.ปุณยวัจน์ กล่าวอีกว่า แนวคิดและพลังการพัฒนานวัตกรรมนี้ได้รับแรงบันดาลใจและการหนุนเสริมเชิงความคิดจากผู้มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ ดร.ปาริชาติ เภสัชชา หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สพฐ. , ดร.สกาวรัตน์ จรุงนันทกาล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ และ นางปิยนาถ สุขม่วง ศึกษานิเทศก์ทีมโค้ช (ประธานคัตเตอร์ 17) ที่ได้สะท้อนมุมมองสำคัญและสนับสนุนการพัฒนาผ่านกลไกหนุนเสริมของหน่วยศึกษานิเทศก์ ศนฐ. จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อการนิเทศการศึกษาในพื้นที่จริง
ซึ่งรูปแบบการนิเทศดังกล่าว ได้รับการชี้แนะด้านกระบวนการวิจัยและความเหมาะสมเชิงวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ประจัญบาน, รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรศักดิ์ อุปไมยอธิชัย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา กอนพ่วง อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อันเป็นหลักประกันถึงความเข้มแข็งของรูปแบบทั้งในเชิงแนวคิด กระบวนการ สู่ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง และหัวใจสำคัญของ SPIRE ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอน แต่คือการเปลี่ยน “งานนิเทศ” ให้เป็น “พื้นที่พัฒนาวิชาชีพ” ที่ครูรู้สึกปลอดภัย มีส่วนร่วม และเห็นคุณค่าในตนเอง ผ่านบทบาทศึกษานิเทศก์ในฐานะ Facilitator และเพื่อนครู ผู้ร่วมเดินทางบนเส้นทางการเรียนรู้
บทเรียนจากนวัตกรรมนี้สะท้อนชัดว่า การนิเทศที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การกำกับให้ถูกต้องด้วยมโนมติของศึกษานิเทศก์ แต่คือการเชื่อมั่นในศักยภาพของครู และศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ศึกษานิเทศก์ควรออกแบบกระบวนการเชิงระบบที่เปิดโอกาสให้งานด้านการสอนของครูเกิดความงอกงามขึ้นในรูปแบบหรือลีลาการสอนที่ครูเป็น นี่คือหัวใจของการยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านกระบวนการนิเทศ และเป็นบทบาทใหม่ของศึกษานิเทศก์ที่ครูคาดหวัง