"สว.นันทนา" ขอโทษประชาชน หลังพบข้อกฎหมายปิดช่องร้องเอาผิด กกต.ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง
"สว.นันทนา" ขอโทษประชาชน หลังพบข้อกฎหมายปิดช่องร้องเอาผิด กกต.ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ส่งเรื่องคืน “ทนายอั๋น” เดินต่อภาคประชาชน รวบรวมชื่อส่งร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ พ่วงส่งผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งต่อศาล รธน. ตีความ ขัด รธน.มี.83,85 หรือไม่
วันที่ 26 ก.พ. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงความคืบหน้าในการยื่นฟ้องศาลกรณีการเลือกตั้งสส.ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ ว่า ล่าสุดฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญต่างๆแล้ว พบว่า ไม่มีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้ สว.เข้าชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระใดได้เลย โดยเฉพาะกรณีการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่มีการพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 85 หรือไม่ เราจึงไม่สามารถใช้กลไก สว.ดำเนินการได้ ดังนั้นจะส่งคำร้องนี้คืนให้นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ให้ทำหน้าที่ภาคประชาชนรวมรายชื่อประชาชนดำเนินการฟ้องร้อง กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามมาตรา 157 หรือจะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 ในฐานะประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง ที่ไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทนายอั๋นรับปากเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้แล้ว
“นี่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญปี2560 ที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระ และนักการเมืองทุจริต ทั้ง สส.หรือ สว. ทำได้เพียงแต่งตั้งได้อย่างเดียว จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเพิ่มกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล โดยให้ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สส.และสว.รวมถึงภาคประชาชนต้องสามารถตรวจสอบกรรมการองค์กรอิสระ และนักการเมืองสามารถตรวจสอบ ถอดถอนคนเหล่านี้ได้ คนร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เขียนได้ซับซ้อน ซ่อนอำนาจและจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน ไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้อำนาจประชาชนในการตรวจสอบถ่วงดุล ทั้งนี้ ในส่วนของส.ว. เราต้องขอยุติกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งเพียงเท่านี้ และต้องขอโทษประชาชนด้วย เพราะกลไกของกฎหมายไม่เปิดช่องให้เราทำได้” น.ส.นันทนา กล่าว