โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์ชู “Drill, Baby, Drill” กลางสภา ไร้คำว่า “โลกร้อน” สะเทือนทิศทางพลังงานสหรัฐฯ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท่ามกลางความกังวลเรื่องโลกร้อนและเหตุสภาพอากาศสุดขั้วที่ถี่ขึ้น ผู้นำสหรัฐเลือกชูธง “drill, baby, drill” (เดินหน้าขยายการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมโจมตีนโยบายพลังงานสีเขียวของรัฐบาลก่อนหน้า บนเวทีแถลงนโยบายประจำปีที่ยาวกว่า 100 นาที โดยไม่เอ่ยถึงคำว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” แม้แต่ครั้งเดียว จุดกระแสวิพากษ์ว่าทิศทางพลังงานใหม่อาจกระทบเป้าหมายลดคาร์บอน การจ้างงานพลังงานสะอาด และค่าไฟของประชาชนในระยะยาว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวลากว่า 108 นาทีในการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา โดยชูแนวทาง “drill, baby, drill” ผลักดันการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พร้อมวิจารณ์นโยบายพลังงานสีเขียวของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าเป็น “green new scam” อย่างไรก็ตาม ตลอดการกล่าวสุนทรพจน์ เขาไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ในช่วงต้นของการปราศรัย ทรัมป์กล่าวถึงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่แคมป์มิสติก รัฐเท็กซัส เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าเป็น “หนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเห็น” พร้อมยกย่องเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 165 คน

ด้านนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศจำนวนมากระบุว่า เหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้สอดคล้องกับคำเตือนเรื่องผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากการสะสมก๊าซคาร์บอนในชั้นบรรยากาศที่ทำให้ระบบภูมิอากาศกักเก็บพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงทวีความถี่และความเข้มข้น

แม้จะมีฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ว่าปัญหาโลกร้อนมีอยู่จริง แต่ทรัมป์ยังคงตั้งข้อสงสัยต่อประเด็นดังกล่าว และเดินหน้าสนับสนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยระบุว่า “การผลิตน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน และการผลิตก๊าซธรรมชาติทำสถิติสูงสุดตลอดกาล เพราะผมรักษาคำมั่นว่าจะขุดเจาะ”

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสำนักสถิติแรงงานสหรัฐชี้ว่า นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง มีตำแหน่งงานในภาคเหมืองแร่ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติลดลงราว 15,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน การชะลอหรือยกเลิกโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงการระงับสัญญาเช่าพื้นที่พลังงานลมนอกชายฝั่ง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียหรือเลื่อนจ้างงานพลังงานสะอาดกว่า 172,000 ตำแหน่ง ตามการวิเคราะห์ขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อม

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พลังงานลมและแสงอาทิตย์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในสหรัฐ และมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจำกัดโครงการเหล่านี้อาจทำให้อุปทานพลังงานตึงตัว ในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทรัมป์ยังประกาศแผน “คำมั่นคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้า” (ratepayer protection pledges) โดยระบุว่าจะให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รับผิดชอบต้นทุนพลังงานของศูนย์ข้อมูลตนเอง เพื่อไม่ให้ค่าไฟประชาชนเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี กลุ่มสิ่งแวดล้อมมองว่า มาตรการดังกล่าวยังขาดความชัดเจน และไม่แตะต้นตอของปัญหาการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ยังคงอาศัยพลังงานจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก อาจกระทบต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของสหรัฐในระยะยาว ขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงเร่งรัดกระบวนการอนุญาตทั้งโครงการศูนย์ข้อมูลและโรงไฟฟ้าฟอสซิลเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...