โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโตแค่ 1.6% หนี้ครัวเรือนสูง-ท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า

NATIONTV

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลกที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น การวิเคราะห์ล่าสุดจากธนาคารโลก ในรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย (Thailand Economic Monitor) ชี้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลวัตอีกครั้ง การขยายไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน และทำให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวต่อทิศทางอุปสงค์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้

ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลกระบุ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะชะลอลงเหลือร้อยละ 1.6 ในปี 2569 สะท้อนผลจากภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้าลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเป็นร้อยละ 2.2 ในปี 2570 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้น และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริง

ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก

เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก ระบุ ภาคการผลิตยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และร้อยละ 16 ของการจ้างงาน หรือประมาณ 6.2 ล้านตำแหน่ง รายงานระบุว่าสินค้าส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยมีสัดส่วนเกือบร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และโดยเฉลี่ยมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

"อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ และสร้างงานที่มีคุณภาพ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังกำหนดรูปแบบการเติบโตระยะต่อไป การประชุมประจำปีของกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้"

รายงานชี้ว่า ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน เป็นห่วงโซ่มูลค่าสีเขียวที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม และสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศที่ผลิตในประเทศไทยมีสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของตลาดโลก หรือร้อยละ 10 ของการส่งออกเครื่องปรับอากาศทั่วโลก ขณะที่ในภาคยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยในปัจจุบันยังสามารถนำไปใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยรักษาการจ้างงานควบคู่ไปกับการยกระดับกระบวนการผลิต

เมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก

เพื่อปลดล็อกโอกาสเหล่านี้ รายงานเน้นย้ำถึงนโยบายที่ดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เสริมความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเออร์ในประเทศ และกำหนดแรงจูงใจที่ชัดเจนสำหรับการผลิตคาร์บอนต่ำ มาตรการเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงของประเทศไทย

“ประเทศไทยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลายอย่างที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสูงอยู่แล้ว และยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อีกมาก การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการขยายอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจช่วยเพิ่ม GDP ได้อีกร้อยละ 2.9 ภายในปี 2578 โอกาสสำคัญในขณะนี้คือการก้าวข้ามจากการประกอบไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น”

รายงานยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างฐานรากการเติบโตของประเทศไทย อาทิ การส่งเสริมการแข่งขัน การยกระดับทักษะแรงงาน และการปรับสมดุลทางการคลัง การส่งเสริมการแข่งขันในภาคบริการและโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยยกระดับผลิตภาพและดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ ขณะที่การฝึกอบรมและการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมจะช่วยให้แรงงานสามารถย้ายเข้าสู่ภาคส่วนที่เติบโตเร็ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่ทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการขยายฐานรายได้ จะสนับสนุนการปฏิรูปเหล่านี้และช่วยให้ประเทศไทยคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...