ผลวิจัยชี้ ปริมาณการดื่มชาและกาแฟมีผลต่ออัตราความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม
เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีการเปิดเผยผลการศึกษาและวิจัยในระยะยาวที่ดำเนินการในสหรัฐเกี่ยวกับเครื่องดื่มประจำวันและความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม ผลที่ได้ระบุว่า ชาและกาแฟมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมอง ไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อสุขภาพร่างกายและความเสี่ยงต่อโรคหลายโรค
ผลการวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก Journal of the American Medical Association (JAMA) ภายใต้หัวข้อที่ชื่อว่า Coffee and Tea Intake, Dementia Risk, and Cognitive Function
คณะผู้วิจัยนำโดยจางอวี้ร่วมกับทีมวิจัยจากสถาบันชั้นนำอย่าง Harvard T.H. Chan School of Public Health และ Mass General Brigham ในประเทศสหรัฐอเมริกา จุดเด่นที่สุดของงานวิจัยชิ้นนี้คือขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่กว้างขวางและระยะเวลาในการศึกษาที่ยาวนานมาก
ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากโครงการระดับชาติ 2 โครงการใหญ่คือ Nurses' Health Study และ Health Professionals Follow-up Study ทำให้มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้นถึง 131,821 รายที่ไม่มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง พาร์กินสัน หรือสมองเสื่อม
ด้านกระบวนการติดตามผลก็มีความต่อเนื่องยาวนานครอบคลุมเวลาถึง 43 ปี โดยเริ่มเก็บข้อมูลย้อนกลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1980 จนถึงช่วงต้นปีค.ศ. 2023 เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มกับสุขภาพสมองในระยะยาวอย่างละเอียด
หลังจากเฝ้าติดตามพฤติกรรมและสอบถามถึงปริมาณการดื่มชาและกาแฟในแต่ละวันของผู้เข้าร่วมโครงการนับแสนรายเหล่านี้ พบว่า มีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมรายใหม่เกิดขึ้น 330 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ในกลุ่มผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนเลย
ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณปานกลาง พบผู้ป่วยเพียง 229 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี โดยกลุ่มที่ดื่มมากที่สุดมีอัตราการเกิดโรคต่ำที่สุด และเมื่อนำปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ เช่น อายุและการสูบบุหรี่มาคำนวณร่วมด้วย พบว่าทั้งการดื่มในปริมาณปานกลางและปริมาณมาก ต่างช่วยลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมลงได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันอย่างยิ่งคือร้อยละ 19
ด้านผู้ที่ดื่มชามากก็มีความเสี่ยงที่ลดลงเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าชาดังกล่าวต้องมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตาม
กระนั้นก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมเครื่องดื่มเหล่านี้ถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีแนวคิดว่า "การอักเสบ" เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม และงานวิจัยในอดีตชี้ว่า คาเฟอีนสามารถช่วยลดการอักเสบได้
นอกจากนี้ สารประกอบอื่นๆ ในกาแฟและชายังอาจช่วยลดสภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นสาเหตุที่เซลล์ถูกทำลาย
ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ จึงไม่ได้แค่ช่วยให้รู้สึกอบอุ่นยามอากาศหนาวเหน็บหรือช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าซึ่งเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ที่มา : ladbible.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES