โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยชี้ ปริมาณการดื่มชาและกาแฟมีผลต่ออัตราความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มประจำวันอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสการเกิดโรคสมองเสื่อม โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีการเปิดเผยผลการศึกษาและวิจัยในระยะยาวที่ดำเนินการในสหรัฐเกี่ยวกับเครื่องดื่มประจำวันและความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม ผลที่ได้ระบุว่า ชาและกาแฟมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมอง ไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อสุขภาพร่างกายและความเสี่ยงต่อโรคหลายโรค

ผลการวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในวารสารทางการแพทย์ระดับโลก Journal of the American Medical Association (JAMA) ภายใต้หัวข้อที่ชื่อว่า Coffee and Tea Intake, Dementia Risk, and Cognitive Function

คณะผู้วิจัยนำโดยจางอวี้ร่วมกับทีมวิจัยจากสถาบันชั้นนำอย่าง Harvard T.H. Chan School of Public Health และ Mass General Brigham ในประเทศสหรัฐอเมริกา จุดเด่นที่สุดของงานวิจัยชิ้นนี้คือขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่กว้างขวางและระยะเวลาในการศึกษาที่ยาวนานมาก

ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากโครงการระดับชาติ 2 โครงการใหญ่คือ Nurses' Health Study และ Health Professionals Follow-up Study ทำให้มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้นถึง 131,821 รายที่ไม่มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง พาร์กินสัน หรือสมองเสื่อม

ด้านกระบวนการติดตามผลก็มีความต่อเนื่องยาวนานครอบคลุมเวลาถึง 43 ปี โดยเริ่มเก็บข้อมูลย้อนกลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1980 จนถึงช่วงต้นปีค.ศ. 2023 เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มกับสุขภาพสมองในระยะยาวอย่างละเอียด

หลังจากเฝ้าติดตามพฤติกรรมและสอบถามถึงปริมาณการดื่มชาและกาแฟในแต่ละวันของผู้เข้าร่วมโครงการนับแสนรายเหล่านี้ พบว่า มีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมรายใหม่เกิดขึ้น 330 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ในกลุ่มผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนเลย

ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณปานกลาง พบผู้ป่วยเพียง 229 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปี โดยกลุ่มที่ดื่มมากที่สุดมีอัตราการเกิดโรคต่ำที่สุด และเมื่อนำปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ เช่น อายุและการสูบบุหรี่มาคำนวณร่วมด้วย พบว่าทั้งการดื่มในปริมาณปานกลางและปริมาณมาก ต่างช่วยลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมลงได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันอย่างยิ่งคือร้อยละ 19

ด้านผู้ที่ดื่มชามากก็มีความเสี่ยงที่ลดลงเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าชาดังกล่าวต้องมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตาม

กระนั้นก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมเครื่องดื่มเหล่านี้ถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีแนวคิดว่า "การอักเสบ" เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม และงานวิจัยในอดีตชี้ว่า คาเฟอีนสามารถช่วยลดการอักเสบได้

นอกจากนี้ สารประกอบอื่นๆ ในกาแฟและชายังอาจช่วยลดสภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นสาเหตุที่เซลล์ถูกทำลาย

ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ จึงไม่ได้แค่ช่วยให้รู้สึกอบอุ่นยามอากาศหนาวเหน็บหรือช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าซึ่งเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ที่มา : ladbible.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...