โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฝรั่งเศส สั่งแบน "ทูตสหรัฐ" เข้าพบรัฐบาล ปมวิจารณ์คดีสังหารนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฝรั่งเศส สั่งแบน "ทูตสหรัฐ" เข้าพบรัฐบาล ปมวิจารณ์คดีสังหารนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา

วันที่ 25 ก.พ. 2569 นายชาร์ลส์ คุชเนอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามเข้าพบสมาชิกรัฐบาลฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เขาไม่ได้เดินทางมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงกรณีสถานทูตสหรัฐฯ แสดงความเห็นต่อเหตุสังหารนักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดในฝรั่งเศส ซึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ

การเรียกตัวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นายคุชเนอร์ชี้แจงกรณีที่สถานทูตสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นต่อการเสียชีวิตของนายเกวนติน เดอรองก์ นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดชาวฝรั่งเศสที่ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิตในการปะทะกับกลุ่มที่อ้างว่าเป็นนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายจัด ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศและถูกขนานนามว่าเป็น "เหตุการณ์ชาร์ลี เคิร์ก แห่งฝรั่งเศส"

สถานทูตสหรัฐฯ ในฝรั่งเศส และสำนักงานต่อต้านการก่อการร้ายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่ากำลังจับตาดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนว่า "ลัทธิซ้ายจัดหัวรุนแรงกำลังพุ่งสูงขึ้น" และควรได้รับการปฏิบัติในฐานะภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะ

ด้านแหล่งข่าวทางการทูตฝรั่งเศสระบุว่า "หลังการเผยแพร่ความเห็นของสถานทูตสหรัฐฯ ต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเรื่องของการถกเถียงสาธารณะภายในชาติ และเราปฏิเสธที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ท่านทูตชาร์ลส์ คุชเนอร์ จึงถูกเรียกตัวมายังกระทรวงในวันนี้ แต่เขาไม่ปรากฏตัว"

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า "เมื่อต้องเผชิญกับความเข้าใจผิดอย่างชัดเจนต่อความคาดหวังพื้นฐานในบทบาทของทูตผู้มีเกียรติที่เป็นตัวแทนประเทศ รัฐมนตรีจึงมีคำสั่งไม่ให้เขาเข้าถึงสมาชิกของรัฐบาลฝรั่งเศสโดยตรงอีกต่อไป"

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่นายคุชเนอร์เพิกเฉยต่อการเรียกตัวของทางการฝรั่งเศส เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 เขาเคยถูกเรียกตัวให้มาชี้แจงหลังจากแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อชาวยิวในฝรั่งเศส พร้อมทั้งวิจารณ์ทางการฝรั่งเศสว่าดำเนินการรับมือเรื่องนี้ไม่เพียงพอ

การสั่งแบนครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการทูตระหว่างพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐฯ และฝรั่งเศส ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...