โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,300–1,330 จุด ชูหุ้นเด่น GULF-BH

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 02.22 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในสัปดาห์นี้ไว้ที่ระดับ 1,300–1,330 จุด โดยนักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยสำคัญจากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า “7 นางฟ้า”

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงตึงเครียด โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และเวชภัณฑ์จากเกาหลีใต้ในอัตรา 25% ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดยมองว่าทิศทางการทำกำไรของบริษัทมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรมีการเติบโตสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของ ADVANC และการขยายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ CGSI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2568–2569 (25–27F) ขึ้น

นอกจากนี้ โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อาจก่อให้เกิดภาวะคอขวดด้านพลังงานไฟฟ้า ที่ดิน และจังหวะเวลาในการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อแพลตฟอร์มธุรกิจของ GULF ที่มีความพร้อมและสามารถได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งนี้ กำหนดจุดทำกำไรที่ระดับ 47.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 45.75 บาท

ขณะเดียวกัน CGSI ยังแนะนำหุ้น บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH โดยระบุว่านักลงทุนมีความกังวลต่อผลกระทบจากมาตรการ co-payment มากเกินไป เมื่อพิจารณาจากระดับการประเมินมูลค่าหุ้นในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 (2008) ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น BH จากเดิม “ถือ” เป็น “ซื้อ” โดยคงราคาเป้าหมายเดิมไว้ที่ 178 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ระดับ 20 เท่า สำหรับปี 2570 (FY27) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ประมาณ 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ทั้งนี้ กำหนดจุดทำกำไรที่ระดับ 170.00 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 166.50 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...