“ปวีณา” นำทัพผู้สมัคร สส.กล้าธรรม ลงพื้นที่ธนบุรี สักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช -รัชกาลที่ 1
“ปวีณา” นำทัพผู้สมัคร สส.กล้าธรรม ลงพื้นที่ธนบุรี สักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช -รัชกาลที่ 1 พร้อม ขอพลังให้ กธ.ได้ทำงานเพื่อชาติ-แผ่นดินไทย อธิษฐานให้บ้านเมืองเป็นธรรม ประชาชนอยู่ดีกินดีมีสุข
วันที่ 21 ม.ค. 69 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย คณะผู้สมัคร สส.กทม. ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณพื้นที่ เขตธนบุรีกรุงเทพฯ พร้อมสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล
นางปวีณา เปิดเผยหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จ ว่า วันนี้ตนและนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์โฆษกพรรคกล้าธรรม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นายพงศพัศ กตคุณวีสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมและนำผู้สมัคร สส.ทั้งเขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
มาสักการะบูชาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่พระบรมราชานุสรณ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่าพระเจ้าตากสินมหาราชท่านทรงกอบกู้เอกราชให้กับคนไทยและท่านก็เป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกในฝั่งธนบุรี เพื่อความกินดีอยู่ดีมีสุขกับคนธนบุรีทั่วทุกทุกวันนี้ ซึ่งเราระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระองค์ท่านได้ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนให้เราอยู่ดีกินดี เพราะฉะนั้นวันนี้พรรคกล้าธรรมได้เข้ามาที่กรุงธนบุรี เพื่อที่จะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทำให้เราเป็นคนไทยถึงทุกวันนี้ และขอให้คุณคนไทยทุกคนอยู่ดีกินดีมีสุขเหมือนที่ท่านกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้กับประเทศไทย
เมื่อถามว่าที่มาในวันนี้ได้มีการขอพรหรือบนบานศาลกล่าวอย่างไรบ้าง นางปวีณา กล่าวว่า ซึ่งเราไม่ต้องบนเพราะว่าถ้าบนคงไม่เหมาะสม แต่เราอธิษฐานจิตให้ประเทศไทยและประชาชนของเราได้รับความเป็นธรรมได้อยู่ดีกินดีมีสุข เหมือนกับพระองค์ท่านที่สามารถเอาชัยชนะสู่ประเทศไทยได้รวมถึงมีกินมีใช้ทุกวันนี้ โดยพรรคกล้าธรรมขอพลังจากท่านทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินไทย
ทั้งนี้นางปวีณาและ ผู้สมัคร สส.ได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 และทำการสักการะหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง ชุมชนริมคลอง หลังวัดหนัง วัดนางนอง
ชู นโยบายพลิกสังคม แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ หลังลงพื้นที่ เขตธนบุรี ชี้ ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่หลวงของประเทศชาติ มั่นใจ หากเลือก กธ.ให้ทำงานในสภา จะทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้
นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม และคณะผู้สมัคร สส.กทม. ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณพื้นที่ตลาดท่าดินแดง โดยระหว่างการลงพื้นที่ประชาชนได้มอบดอกกุหลาบและขอถ่ายรูปกับนางปวีณา หลังจากนั้นได้เดินไปเจอแม่ค้าพ่อค้าที่ขายผลไม้ นางปวีณาได้ถามเรื่องการค้าขาย โดยแม่ค้าบอกว่าเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี การค้าขายเลยไม่ค่อยดีไปด้วย เมื่อรับฟังปัญหาเสร็จพ่อค้าได้นำลำใยให้นางปวีณา 1 พวง
หลังจากนั้นเดินไปเจอร้านขายไข่ปิ้ง โดยนางปวีณาหยิบไข่ปิ้งมาดู ซึ่งไข่มีลักษณะสีทอง บอกร้านนี้รวย ค้าขายดีมีไข่ทองคำ ซึ่งข้างในไข่ทองคำนั้นคือไข่เยี่ยวม้า หลังจากนั้นก็ได้เดินหาเสียงต่อ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
นางปวีณา ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่และเสียงตอบรับจากประชาชน ว่า จากการลงพื้นที่ตลาดท่าดินแดง คลองสาน พรรคได้รับเสียงตอบรับดี ประชาชนน่ารักมาก ทางพรรคไม่ได้แจ้งล่วงถึงหน้าถึงการลงพื้นที่หาเสียงวันนี้ แต่ก็มีคนเข้ามาทักทายทีมหาเสียง ส่วนนายนายพงศพัต กตคุณวิสิทธิ์ ผู้สมัครสส.กทม.ของพรรคก็เป็นที่รักของประชาชน ส่วนคนในพรรคกล้าธรรม ทั้งนางปวีณา และนายธนกฤต ก็ได้รับความรักจากประชาชน ส่วนตัวตนรู้สึกชื่นใจ ที่เดินทางลง พื้นที่มาประชาชนก็รู้จัก สามารถที่จะเข้ามาทำตามนโยบายที่พรรคกล้าธรรม ทั้งเรื่องการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะปัญหาหนี้นอกระบบ
“ลองถามดูสิ ว่าคนในตลาด ทั้งหมดประมาณ 70 ถึง 80% ล้วนเป็นหนี้นอกระบบทั้งสิ้นหรือแม้แต่โรงเรียนก็ตามอย่างครูก็เป็นหนี้นอกระบบเพราะฉะนั้นพรรคกล้าธรรม มีนโยบายที่จะกล้าพลิกสังคม แก้ปัญหาของประชาชนให้เขาอยู่ดีกินดีมีสุข”
พร้อมทั้งระบุว่า นายพงศพัต กตคุณวิสิทธิ์ ผู้สมัครสส.กทม. จะเป็นโคลนนิ่งของพรรคกล้าธรรมในการช่วยเหลือสังคม หากได้รับเลือกเข้าไปเป็นสส. ซึ่งสส.ก็คือนิติบัญญัติ ก็สามารถที่จะแก้กฎหมาย ตนมองว่าผู้สมัครสส.เขตนี้เป็นคนที่เกิดที่นี่ก็รู้ปัญหาในพื้นที่ เพราะฉะนั้นการรู้ปัญหาก็จะสามารถนำไปสู่การเสนอกฎหมายได้ ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆ ในพรรคกล้าธรรม ก็จะทำงานให้นโยบายกับคนในพรรคซึ่งหากว่าได้เข้าไปเป็นสส. เราก็จะเข้าไปแก้
ปัญหาสังคมในปัจจุบันให้ เป็นโอกาสให้กับประชาชนทั้งประเทศไม่ใช่แค่เฉพาะที่นี่ นอกจากนี้ยังต้องแก้ปัญหาเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่หลวงของประเทศชาติ
เมื่อถามว่าประชาชนได้สะท้อนอะไรระหว่างที่ทีมหาเสียงพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่บ้าง นางปวีณา ระบุว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความยากจน การค้าขายไม่ดี และปัญหาเรื่องปากท้อง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเพราะปัญหาความยากจนเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของประเทศ ความยากจนทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นซึ่งพรรคกล้าธรรม มีนโยบายชัดเจน ที่จะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ และเชื่อมั่นว่าหากประชาชนมั่นใจและเลือกให้เราทำงานในสภา เราก็จะสามารถทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้
ส่วนของความมั่นใจในการลงพื้นที่ครั้งนี้นั้น นายพงศพัต กตคุณวิสิทธิ์ ผู้สมัครสส.กทม. เขต 24 ของพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า ตนเกิดที่นี่ โตที่นี่ อยู่ที่นี่ ตนมีความเชื่อมั่นว่าคนที่นี่รู้ว่าตนดูดูแลพวกเขาอย่างไร ส่วนตัวของประกาศปักธงคลองสานเขตเลือกตั้งที่ 24 ด้านนางปวีณา กล่าวเสริมว่า เราต้องเลือกหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เข้า มาเป็นผู้แทนราษฎรให้ได้และพรรคกล้าธรรม ก็กล้าที่จะทำเพื่อประชาชนให้อยู่ดีกินดี
ขณะที่นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม เปิดเผยสั้นสั้นว่าเรื่องภาคสังคมให้พรรคกล้าธรรมดูแล ส่วนเรื่องคดีหมิงตี้ ที่มีผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนระหว่างการหาเสียงวันนี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 สมัยนั้นตนทำหน้าที่เป็นเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งก็มีการรับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้วแต่เรื่องของคดีมีผู้เสียหายเยอะดังนั้นจะมีการไปติดตามเรื่องของคดีความให้ โดยรับปากว่าหลังจากที่มีการเลือกตั้งแล้ว จะดำเนินการตรงนี้ให้ โดยเรื่องนี้นางปวีณาเป็นคนรับเรื่องเอง ส่วนตนจะมีการสานเรื่องนี้ต่อให้และคิดว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายซึ่งนี่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่พรรคกล้าธรรมตั้งใจเข้ามาทำงานเรื่องนี้ เนื่องจากมองเห็นเรื่องของภาคสังคมยังขาดคนที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมดังนั้นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเป็นส่วนหนึ่งที่กล้าธรรมจะทำให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงโดยง่ายและเป็นนโยบายหลักที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แค่นี้แหละนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ได้ให้นโยบายไว้กับทางผู้สมัครสส.ทุกคน และ ผู้บริหารพรรคโดยมีการเน้นย้ำให้ดูแลเรื่องของภาคสังคมเป็นหลัก ตั้งแต่เกิดถึงเชิงตะกอน โดยพรรคกล้าธรร จะผนึกกำลังกันเป็นหนึ่งเดียวและขอโอกาสให้คนกรุงเทพมหานครเปิดพื้นที่ให้กับพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ชาวกรุงเทพมหานคร