โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ดร.อธิป' ถอดรหัส 'อปริหานิยธรรม 7' ชี้ไม่ใช่แค่ธรรมะที่เก็บไว้บนหิ้ง แต่คือทางรอดองค์กรที่ผู้นำยุคปัจจุบันต้องเรียนรู้ เชื่อ 'ความเข้มแข็งภายใน' ชนะทุกสงคราม

THE STATES TIMES

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 10.00 น. • Hard News Team

‘ดร.อธิป’ ถอดรหัส "อปริหานิยธรรม 7" หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สู่ทางรอดองค์กรยุคใหม่ ชี้ชัด "ความเข้มแข็งภายใน" สามารถชนะทุกสงคราม
(17 กุมภาพันธ์ 2569) – ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรง การบริหารจัดการองค์กรหรือแม้แต่การปกครองบ้านเมือง จำเป็นต้องอาศัยหลักการที่มั่นคงและยั่งยืน ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจผ่านคลิปวิดีโอใน TikTok โดยการหยิบยกหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่อง "อปริหานิยธรรม 7" มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ในบริบทของโลกปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่า หลักธรรมที่มีอายุกว่า 2,500 ปีนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องราวในตำรา แต่คือ "พิมพ์เขียว" ของการสร้างความเข้มแข็งที่จับต้องได้จริง
ดร.อธิป เริ่มต้นด้วยการพาผู้ฟังย้อนกลับไปสู่พุทธกาล ในเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ใน "มหาปรินิพพานสูตร" เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธ ผู้ทรงอำนาจ หมายจะกรีธาทัพเข้าบดขยี้แคว้นวัชชี จึงส่งวัสสการพราหมณ์ไปทูลถามพระพุทธเจ้าถึงความเป็นไปได้ในการศึกครั้งนี้ พระพุทธเจ้ามิได้ทรงตอบรับหรือปฏิเสธโดยตรง แต่ทรงเลือกที่จะสนทนากับพระอานนท์ถึงวิถีปฏิบัติของชาววัชชีแทน โดยตรัสถามถึงหลัก 7 ประการที่ชาววัชชียึดถือปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย:
1. การหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
2. การพร้อมเพรียงกันประชุมและเลิกประชุม รวมถึงพร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึงทำ
3. การไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ และไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว (ยึดมั่นในกฎกติกา)
4. การเคารพและรับฟังผู้ใหญ่ผู้มีประสบการณ์
5. การคุ้มครองสตรี มิให้ถูกข่มเหงรังแก
6. การเคารพสักการะปูชนียสถานและสัญลักษณ์ร่วมของบ้านเมือง
7. การให้ความคุ้มครองแก่พระอรหันต์และผู้ทรงศีล
พระพุทธเจ้าทรงสรุปไว้อย่างทรงพลังว่า "ตราบใดที่ชาววัชชียังปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ ความเจริญย่อมเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ และความเสื่อมย่อมเป็นสิ่งที่คาดหมายไม่ได้" ซึ่งแม้แต่วัสสการพราหมณ์เอง เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ยังยอมรับว่า หากแคว้นวัชชียังดำรงธรรมเหล่านี้ไว้ แม้เพียงข้อเดียวก็มิอาจเอาชนะด้วยการรบได้ ต้องใช้อุบายยุยงให้แตกสามัคคีภายในเท่านั้นถึงจะสำเร็จ
จากเรื่องราวในอดีต ดร.อธิป ได้เชื่อมโยงมาสู่ปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่า "ความพ่ายแพ้" ของประเทศหรือองค์กรส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากศัตรูภายนอกที่เก่งกาจกว่า แต่เกิดจาก "สนิมเกิดแต่เนื้อในตน" หรือความอ่อนแอภายใน ไม่ว่าจะเป็นการเลิกประชุมปรึกษาหารือ การไม่รับฟังความเห็นต่าง หรือการละเมิดกติกาที่วางไว้ เพื่อป้องกันความเสื่อมเหล่านี้ ดร.อธิป ได้ถอดบทเรียนออกมาเป็น 4 หลักปฏิบัติง่ายๆ สำหรับผู้นำและองค์กรยุคใหม่ เพื่อสร้าง "ภูมิคุ้มกันความเสื่อม" และขจัดวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic Culture):
• ประชุมให้เป็นงาน: การประชุมต้องมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม ต้องมีการเตรียมข้อมูล มีข้อสรุปที่ชัดเจน และมีการติดตามผลอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงาน ไม่ใช่ปล่อยให้ความเงียบสร้างความเข้าใจผิด
• ทำกติกาให้มีศักดิ์ศรี: ยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) กติกาต้องโปร่งใส ยุติธรรม และบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของผู้มีอำนาจ
• สร้างความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety): สร้างสภาพแวดล้อมที่คนในองค์กรกล้าพูดความจริง กล้าเสนอแนะ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิหรือคุกคาม เพื่อให้เกิดการระดมสมองและความร่วมมืออย่างแท้จริง
• ปกป้องผู้ยึดมั่นในจริยธรรม: ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่กล้าออกมาเปิดโปงความไม่ถูกต้อง หรือผู้ที่ยืนหยัดในความดี เพื่อไม่ให้คนดีท้อถอยและระบบถูกครอบงำโดยผู้มีอิทธิพล
ดร.อธิป ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า หากเราสามารถนำหลัก "อปริหานิยธรรม 7" มาประยุกต์ใช้ได้จริง มันจะไม่ใช่แค่ธรรมะบนหิ้งบูชา แต่จะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะพาองค์กรและสังคมก้าวข้ามทุกวิกฤตไปสู่ความเจริญอย่างยั่งยืนได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...