เหตุผลเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของมื้อพิเศษในคนแต่ละเจเนอเรชั่น
จำได้ไหมว่าอาหารมื้อพิเศษที่เราชื่นชอบคืออะไรบ้าง
เคยสังเกตไหมว่าอาหารบางชนิดที่ได้เป็นเมนูโปรดในดวงใจของรุ่นหนึ่ง อาจไม่ใช่เมนูที่น่าพิสมัยสำหรับคนรุ่นอื่น ขณะที่เราชื่นชอบเมนูปลาดิบหลากชนิด คนรุ่นพ่อแม่ก็อาจไม่ได้อินซาชิมิจนกินได้ทุกมื้อเหมือนเรา ในทางกลับกัน เราก็อาจไม่ได้อินเมนูพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ อย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนโปรดปรานเช่นกัน
เชื่อว่าภาพของอาหารมื้อพิเศษของคนละวัยย่อมแตกต่างออกไป อาหารธรรมดาๆ ของคนยุคหนึ่ง อาจเคยเป็นอาหารมื้อพิเศษในยุคเรามาก่อน แล้วอะไรที่ทำให้อาหารมื้อพิเศษของคนแต่ละวัยแตกต่างกันบ้างนะ วันนี้เราชวนไปดูเหตุผลเบื้องหลังของมุมมองต่ออาหารที่เปลี่ยนไป แล้วมุมมองเหล่านี้ส่งผลยังไงต่ออุตสาหกรรมอาหารในอนาคตบ้างนะ
เมื่ออาหารคือภาพสะท้อนสภาพสังคมและเศรษฐกิจ
อาหารจานโปรดของแต่ละคนอาจไม่ได้มาจากความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอันซับซ้อนอีกมากที่ทำให้เราเลือกเก็บอาหารเมนูนั้นไว้ในใจ โดยมีส่วนผสมระหว่างรสชาติ สุขภาพ ความคุ้มค่า และความสะดวก แต่นอกจากปัจจัยเหล่านี้แล้ว การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันในแต่ละเจเนอเรชั่นก็มีผลทำให้ความชื่นชอบอาหารแต่ละชนิดแตกต่างกันไปด้วย
แน่นอนว่าเงื่อนไขของร่างกายแต่ละช่วงวัยมีผลต่อการเลือกอาหาร คนวัยผู้ใหญ่อาจกินอาหารหนักได้ไม่เท่าวัยรุ่น หรือคนหนุ่มสาวก็อาจเลือกอาหารที่รสชาติจัดจ้านกว่า แต่นั่นก็อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเลือกอาหารเท่านั้น อันที่จริงวิธีการเติบโตของคนแต่ละรุ่นก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้แต่ละคนมีมุมมองด้านอาหารไม่เหมือนกัน
Food & Agri จาก Anders Invest บริษัทด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหาร อธิบายปัจจัยที่ทำให้คนแต่ละวัยชื่นชอบอาหารไม่เหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือวัฒนธรรมการทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งหล่อหลอมให้คนแต่ละรุ่นมีประสบการณ์การทานอาหารต่างกันไป
สำหรับคนรุ่น Baby Boomers และเจน X หรือคนช่วงอายุราวๆ 46 - 80 ปี คนรุ่นนี้มักไปทานอาหารนอกบ้านนานๆ ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลือกร้านหรูหรา อย่างภัตตาคาร หรือร้านอาหารดีๆ ทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหาร นอกจากนี้ยังมักชื่นชอบอาหารแบบดั้งเดิม ตามขนบ ไม่ได้หวือหวามากนัก โดยดีกรีความเคร่งครัดก็อาจจะน้อยลงมาเล็กน้อยตามช่วงวัย อย่างชาวเจน X ที่แม้จะชอบเมนูดั้งเดิม แต่ก็ชอบเมนูที่ปรับแต่งได้ตามความชอบได้ อย่าง แฮมเบอร์เกอร์ หรือพิซซ่า
คริส กราบาร์คิวิช (Chris Grabarkiewicz) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลจาก The Food Institute อธิบายว่าเหตุผลเบื้องหลังตัวเลือกมื้ออาหารพิเศษของคนวัยนี้ ย้อนกลับไปในอดีต ชาวเจน X เติบโตในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้แพร่หลายเท่าคนทุกวันนี้ คนเจนนี้เกือบครึ่งไม่ได้มีคอมพิวเตอร์อยู่ในบ้าน พวกเขาจึงเป็นรุ่นท้ายๆ ที่ได้สัมผัสการทานอาหารแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นประจำทุกวัน
นอกจากนี้ในยุคนั้นความหลากหลายด้านเชื้อชาติยังน้อยกว่าปัจจุบัน คนเจนนี้ไม่ได้สัมผัสผู้คนจากวัฒนธรรมอื่นได้รวดเร็วและหลากหลายเท่าคนปัจจุบัน จึงทำให้รสนิยมการทานอาหารไม่กว้างเท่าชาวเจน Y หรือเจน Z จึงไม่แปลกหากคนกลุ่มนี้ยังชอบรสชาติอาหารตามขนบ หรืออาหารที่ปรุงเองได้ในครัวมากกว่าเมนูอื่นๆ
ในทางกลับกันคนรุ่นใหม่อย่างชาวเจน Y และ เจน Z ที่เติบโตมาในยุคดิจิทัล เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก จังหวะของชีวิตก้าวเร็วกว่าคนรุ่นก่อน ความเร่งรีบทำให้คนกลุ่มนี้เลือกทานอาหารนอกบ้านมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ แม้ว่ารายได้จากน้อยกว่าคนรุ่นพ่อแม่ก็ตาม แต่เพราะสภาพสังคมและเศรษฐกิจลักษณะนี้ จึงทำให้ร้านอาหารนอกบ้านยุคใหม่มีราคาไม่แพง เข้าถึงง่าย เหมาะกับการใช้เวลาอยู่กับคนใกล้ชิด กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ไม่เพียงแต่การทานอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้นเท่านั้น แต่การเติบโตท่ามกลางสื่อ ได้สัมผัสความหลากหลายด้านวัฒนธรรมไวกว่าคนรุ่นก่อน สิ่งเหล่านี้ก็ได้หล่อหลอมรสนิยมการกินของพวกเขาด้วย จากรายงานของ CivicScience บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลและวิจัยผู้บริโภค ระบุว่า Gen Z มีรสนิยมกว้างกว่าคนรุ่นที่ผ่านมา อย่างเปิดรับอาหารเอเชีย ทั้ง ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน
จึงไม่แปลกหากเราจะเห็นคนรุ่นใหม่ชื่นชอบอาหารฟิวชั่น หรืออาหารเมนูแปลกใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม อาหารนอกบ้านอาจไม่ใช่เมนูที่พ่อแม่เราทำให้ทานตั้งแต่เด็ก แต่มื้อเย็นของเราอาจเป็นข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น หม่าล่าทั่งเผ็ดร้อน หรือซูชิสายพานที่เลือกได้ตามใจ เพราะพวกเขาไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับอาหารตามขนบเพียงแบบเดียว แต่อาหารสำหรับคนรุ่นใหม่กลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนพวกเขาได้ด้วย
อาหารของคนรุ่นใหม่กำลังได้รับความนิยม
หน้าตาอาหารมื้อพิเศษที่เปลี่ยนไปแต่ละเจเนอเรชั้นไม่ใช่แค่สะท้อนภาพสังคมขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันสิ่งนี้ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมอาหารด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เหล่าผู้ผลิตและร้านอาหารต่างก็พยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมการเลือกอาหารของคนแต่ละวัย เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกวันนี้
จากรายงานของ The NPD Group บริษัทวิจัยตลาดและเทคโนโลยี ปี 2019 พบว่าพฤติกรรมการเลือกอาหารของคนรุ่นใหม่อย่างชาวเจน Y และเจน Z กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมการทานอาหารของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเทรนด์การทางอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนหรืออาหารสุขภาพ กลายเป็นค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และค่อยๆ ขยายไปถึงคนรุ่นอื่นๆ โดยกลุ่มคนที่มองว่าการทานอาหารคลีนช่วยยกคุณภาพชีวิตให้ตัวเองมากที่สุด คือกลุ่มคนตั้งแต่อายุ 18-34 ปี ขณะเดียวกันในวันที่ชาวมิลเลเนียลหรือเจน Y เติบโตขึ้นและกลายเป็นพ่อแม่ พวกเขายังได้ปลูกฝังการเลือกทานอาหารเหล่านี้ให้ลูกๆ ด้วย โดยพบว่าเด็กอายุต่ำว่า 9 ขวบ บริโภคอาหารออร์แกนิกเฉลี่ยสูงสุดกว่าคนวัยอื่นๆ
แม้การทานอาหารคลีนจะเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพ แต่ค่านิยมการทานอาหารสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแรงต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังพ่วงมาด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม หรือว่าง่ายๆ คือการห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมและลดการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมไปถึงการสะท้อนภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพด้วย
เมื่อการกินของผู้คนเปลี่ยนไป อุตสาหกรรมอาหารก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละเจนเช่นกัน การมาถึงของเทรนด์อาหารสุขภาพทำให้ร้านอาหารเริ่มปรับตัว เพิ่มส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น Tastewise แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค พบว่าร้านอาหารมีเมนูที่มีส่วนผสมช่วยลดความเครียด เช่น คาโมมายล์และแอชวาแกนดา ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่ผ่านมา
ไม่เพียงแต่เทรนด์อาหารสุขภาพเท่านั้น แต่ความนิยมสั่งอาหารออนไลน์ หรือการทานอาหารว่างระหว่างวัน หรืออาหารที่พกพาสะดวก เช่น เมนูกรีกโยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต ถั่ว หรือผลไม้ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็ยิ่งทำให้อาหารที่ทานง่าย สะดวก และเชื่อว่าดีต่อสุขภาพจะได้ค่อยๆ เพิ่มขึ้น กลายเป็นอาหารที่บ่งบอกตัวตนของคนรุ่นใหม่ได้ ไม่ต่างจากอาหารโฮมคุ้กของคนรุ่นก่อน
เมื่อโลกหมุนไป สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงแค่ผู้คนเท่านั้น แต่อาหารที่เชื่อมโยงกับมนุษย์อยู่ตลอดก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย และนี่ก็ทำให้น่าสนใจว่าอาหารของคนรุ่นถัดไปจะมีหน้าตาแบบไหนกันนะ
อ้างอิงจาก
Graphic Designer: Phitsacha Thanawanichnam
Editorial Staff: Paranee Srikham