อดีตนักโทษชายคดีข่มขืนร้องขอย้ายเข้าคุกหญิงหลังผ่าตัดแปลงเพศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับคำร้องขอของอดีตนักโทษชายผู้ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้งในแคนาดา เพื่อย้ายสถานที่รับโทษเป็นเรือนจำหญิงหลังจากที่เขาเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว
สำนักข่าวซีบีซีระบุเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า แมนเฟรด สเปอร์ลิง นักโทษชายผู้ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงเมื่อปี 2567 ได้กล่าวอ้างถึงคดีล่วงละเมิดทางเพศที่รุนแรงหลายคดีที่เขาเคยก่อไว้และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องติดคุกว่า เป็นฝีมือของ “ตัวตนเก่าที่ตายไปแล้ว” (Dead self) ของเขา
สเปอร์ลิงในวัย 58 ปี เข้าออกคุกเป็นว่าเล่นจากคดีอาชญากรรมทางเพศมาตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งเป็นปีที่เขาถูกตัดสินจำคุกครั้งแรกในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศขณะอายุ 19 ปี หลังจากพ้นโทษเขายังคงก่อเหตุสะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่องนาน 4 วัน โดยการบีบคอเด็กหญิงวัย 12 ปีที่กำลังเล่นโรลเลอร์เบลดในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในมอนทรีออล พร้อมขู่ว่าจะลงมือข่มขืนเธอ อีกทั้งยังล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงอีก 2 ราย
ในเวลานั้น จิตแพทย์ได้ประณามแรงกระตุ้นที่ต่ำช้าของสเปอร์ลิง ขณะที่ผู้พิพากษาระบุว่า นักโทษชายผู้นี้ซึ่งในขณะก่อเหตุมีอายุ 34 ปี สูงประมาณ 195 ซม. และหนักประมาณ 86 กก. “ไม่ลังเลที่จะใช้พละกำลัง น้ำหนัก และขนาดตัวเพื่อควบคุมเหยื่อ”
เขาถูกประกาศว่าเป็น “บุคคลอันตราย” และถูกตัดสินจำคุกโดยไม่มีกำหนดจากข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ
ในปีแรกที่ถูกคุมขัง สเปอร์ลิงเคยข่มขู่ว่าจะข่มขืนและฆ่าเจ้าหน้าที่เรือนจำหญิง ทำให้เขาถูกส่งตัวไปยังเรือนจำชายที่มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในควิเบก ต่อมาในปี 2560 เขาได้รับการประเมินว่ามีภาวะทุกข์ใจในเพศสภาพ (Gender dysphoria) ของตนเอง
ตั้งแต่ปี 2563 สเปอร์ลิงเริ่มแสดงตัวว่า เขาเป็นผู้หญิง และในปี 2567 เขาก็ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายราว 30,000 ดอลลาร์แคนาดา (ราว 681,360 บาท) โดยทั้งหมดเป็นการเบิกจ่ายจากงบประมาณได้ที่จากภาษีของประชาชน
ปัจจุบัน สเปอร์ลิง ใช้ชื่อว่า อแมนดา จอย คูเปอร์ ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงขณะรับโทษอยู่ในเรือนจำมิลล์ฮาเวน โดยสวมเสื้อผ้าผู้หญิงและทาเล็บ อย่างไรก็ตาม คำแถลงในศาลระบุว่า สเปอร์ลิง มี "ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม” กับนักโทษชายคนอื่นๆ น้อยมาก ทั้งยังมักจะโดนนักโทษชายคนอื่นๆ ลวนลามหรือกลั่นแกล้ง
“สิ่งที่ ‘เธอ’ ต้องการสื่อสารถึงเราและถึงศาลคือ ‘ฉันเป็นผู้หญิงที่มีอวัยวะเพศหญิงอยู่ในคุกชาย คุณคิดว่าฉันจะปลอดภัยที่นี่ไหม?’” เจสสิกา โรส ทนายความของคูเปอร์ (สเปอร์ลิง) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
ทางด้านกรมราชทัณฑ์แคนาดาซึ่งปฏิเสธคำร้องขอย้ายคุกมาโดยตลอด ให้ความเห็นว่า ประวัติของ สเปอร์ลิง ที่มีพฤติกรรม “หมกมุ่นและยึดติด” ต่อเจ้าหน้าที่เรือนจำหญิง แม้ในขณะที่อยู่ในคุก ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ “มีความเสี่ยงสูงมากต่อความปลอดภัย” ของนักโทษหญิง
นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า สเปอร์ลิง ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่เขาก่อ แต่กลับโยนความผิดให้ “ตัวตนเก่าที่ตายไปแล้ว” ซึ่งเป็นคำที่กลุ่มคนข้ามเพศใช้เรียกตัวตนก่อนการแปลงเพศ
ขณะนี้ Sperling กำลังพยายามยื่นเรื่องต่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางเพื่อให้ยกเลิกคำตัดสินของกรมราชทัณฑ์ โดยจะมีการไต่สวนในสัปดาห์หน้า ขณะที่ เฮเทอร์ เมสัน นักกิจกรรมจากกลุ่มสิทธิสตรีพื้นฐานทางเพศของแคนาดา กล่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงว่า “ความรุนแรงทางเพศไม่ได้ป้องกันได้ด้วยการผ่าตัด”
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Canadian Inmates Connect