ยกฟ้องครูชัยยศ!! ศาลยกฟ้องคดีใช้งบอาหารกลางวัน ครูชัยยศย้ำทำด้วยใจ ไม่ได้ทุจริต ใช้เงินช่วยเด็กมัธยมยากจนตามความจำเป็น สะท้อนความแตกต่างระหว่างผิดระเบียบกับทุจริต
THE STATES TIMES
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 06.30 น. • THE STATES TIMES TEAMศาลยกฟ้อง “ครูชัยยศ” คดีใช้งบอาหารกลางวันผิดระเบียบ หลังนำไปช่วยเด็กมัธยมยากจน เจ้าตัวย้ำทำด้วยใจ ไม่ได้ทุจริต
ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง “ครูชัยยศ” ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันของโรงเรียน หลังตรวจสอบพบว่าได้นำงบดังกล่าวไปจัดซื้ออาหารให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วย ทั้งที่ระเบียบกำหนดให้ใช้งบนี้สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาเท่านั้น
กรณีดังกล่าวเคยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากครูชัยยศถูกดำเนินคดีและถูกไล่ออกจากราชการ จากการใช้งบผิดวัตถุประสงค์ แม้เจ้าตัวจะยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้มีเจตนาทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว แต่ตัดสินใจนำเงินไปซื้ออาหารในราคาประหยัดเพื่อแบ่งปันให้นักเรียนมัธยมที่ขาดแคลน โดยเฉพาะเด็กยากจนและเด็กชาวเขาที่ประสบปัญหาไม่มีอาหารเพียงพอ
ผู้ที่ติดตามคดีนี้มาตลอดระบุว่า ครูชัยยศทำไปด้วยหัวอกของความเป็นครู เห็นใจนักเรียนที่มีความยากลำบาก แม้งบประมาณจะครอบคลุมเฉพาะเด็กประถม แต่เมื่อเห็นว่าเด็กมัธยมก็ขาดแคลนไม่ต่างกัน จึงตัดสินใจช่วยเหลือด้วยความบริสุทธิ์ใจ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานตรวจสอบจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากการใช้เงินงบประมาณต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้ครูชัยยศต้องต่อสู้คดีมาอย่างยาวนาน และในช่วงหนึ่งต้องออกจากราชการไปประกอบอาชีพค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพ
ล่าสุด ศาลได้พิพากษายกฟ้อง โดยมีการมองประเด็นสำคัญเรื่อง “เจตนา” ตามหลักกฎหมายอาญา ซึ่งหากการกระทำนั้นขาดเจตนาทุจริต ก็ไม่อาจลงโทษในฐานความผิดทางอาญาได้ ทำให้คดีของครูชัยยศสิ้นสุดลงด้วยผลเป็นคุณ
ภายหลังคำพิพากษา มีเสียงแสดงความยินดีต่อครูชัยยศจำนวนมาก พร้อมมองว่าเป็นความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ทำเพื่อเด็กด้วยความเสียสละ ไม่ได้เอาเงินไปใช้ส่วนตัวหรือเพื่อครอบครัว แต่ใช้ไปกับการจัดหาอาหารให้นักเรียนที่เดือดร้อนจริง
ทั้งนี้ หากคุณครูชัยยศยังไม่เกษียณอายุราชการ ก็มีโอกาสที่จะได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง รวมถึงอาจได้รับสิทธิประโยชน์และเงินเดือนย้อนหลังตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้โดยเร็ว
หลายฝ่ายมองตรงกันว่า กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “การทำผิดระเบียบ” กับ “การทุจริต” เพราะแม้การใช้งบจะไม่เป็นไปตามข้อกำหนด แต่หากไม่ได้มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน และทำไปเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนผู้ยากไร้ ก็สมควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งในเชิงกฎหมายและคุณธรรม
ที่มา : tiktok @rkk_khundong1