โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โลกใต้เงา ‘เศรษฐี’ คนรวย 1% มั่งคั่งเพิ่มขึ้น 16% กุมอำนาจสื่อ-นโยบายรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซีเอ็นบีซีรายงานอ้างถึง รายงานจากองค์กรการกุศลระดับโลก Oxfam ระบุว่าความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ที่ 18.3 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเหล่ามหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยมหาศาลต่างแสวงหาอำนาจ "เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง"

โลกจะมีมหาเศรษฐี 5 ล้านล้านดอลลาร์ ในทศวรรษหน้า

ในปีที่ผ่านมา จำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 3,000 คน และโดยรวมแล้วทรัพย์สินของพวกเขามีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 16% หรือคิดเป็นเงินกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ Oxfam ยังระบุว่าความมั่งคั่งของกลุ่มมหาเศรษฐีพุ่งสูงขึ้นถึง 81% นับตั้งแต่ปี 2563 โดยนิยามว่าทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็น "ทศวรรษที่ดีสำหรับมหาเศรษฐี"

องค์กรการกุศลแห่งนี้ได้เผยแพร่รายงานความเหลื่อมล้ำเพื่อให้สอดคล้องกับการประชุมประจำปี World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2557 โดยปีที่แล้ว Oxfam คาดการณ์ว่าโลกจะมี "เศรษฐีระดับล้านล้าน" อย่างน้อย 5 คนภายในทศวรรษหน้า และได้เรียกร้องให้นโยบายภาษีทั่วโลกบังคับให้คนรวยจ่ายภาษีในสัดส่วนที่เหมาะสม

ในขณะที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น แต่อัตรา "ความยากที่ลดลง" กลับชะลอตัวลง ตามเอกสารแถลงข่าวขององค์กรระดับความยากจนในปัจจุบันยังคงวนเวียนอยู่ที่ระดับเดียวกับในปี 2562

คนรวยกุมอำนวจ 'สื่อ-นโยบานรัฐ'

Oxfam ยังระบุด้วยว่ากลุ่มคนรวยมหาศาลมักใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างฐานอำนาจทางการเมืองและการเป็นเจ้าของสื่อ โดยยกตัวอย่างการเข้ามามีส่วนร่วมในรัฐบาลสหรัฐของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในช่วงต้นปี 2568 รวมถึงการที่เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) เป็นเจ้าของ The Washington Post และการเข้าซื้อกิจการ CNews สื่อฝรั่งเศสโดยมหาเศรษฐีวินเซนต์ บอลลอเร่ (Vincent Bolloré)

อามิทาบ เบฮาร์ ผู้อำนวยการบริหารของ Oxfam ระบุในรายงานชื่อ "Resisting the Rule of the Rich: Protecting Freedom from Billionaire Power" หรือ "ต่อต้านการปกครองของคนรวย: ปกป้องเสรีภาพจากอำนาจมหาเศรษฐี" ว่า

อิทธิพลอันล้นหลามที่มหาเศรษฐีมีต่อเหล่านักการเมือง ระบบเศรษฐกิจ และสื่อ ได้ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำให้ลึกยิ่งขึ้น และทำให้การแก้ปัญหาความยากจนหลุดออกจากทิศทางที่ควรจะเป็น

สำหรับการประชุมดาวอสในปีนี้ซึ่งเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 19 ม.ค.นี้ จะมีผู้นำรัฐเข้าร่วมราว 65 คน และซีอีโออีกกว่า 850 คน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐมีกำหนดการกล่าวปราศรัยต่อผู้เข้าร่วมประชุมในวันพุธนี้

เบฮาร์กล่าวว่า ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างคนรวยและประชากรส่วนที่เหลือ กำลังสร้างความบกพร่องทางการเมืองที่อันตรายอย่างยิ่งและไม่ยั่งยืน

“รัฐบาลต่าง ๆ กำลังตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกเอาอกเอาใจเหล่าชนชั้นนำและปกป้องความมั่งคั่ง ในขณะเดียวกันกลับปิดกั้นสิทธิและเพิกเฉยต่อความโกรธแค้นของประชาชน ที่ต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบากและค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนเกินรับไหว”

ในปี 2568 ร่างกฎหมายภาษีของทรัมป์ “big beautiful bill” ได้นำมาตรการลดหย่อนภาษีหลายประการมาใช้กับกลุ่มคนรวย ส่งผลให้ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี มีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3%

ในทางกลับกัน รายงานจากสถาบัน Ludwig Institute for Shared Economic Prosperity ในปี 2566 ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สามารถแบกรับค่าครองชีพขั้นพื้นฐานได้อีกต่อไป

จากข้อมูลสำมะโนประชากรของสหรัฐที่เผยแพร่ในเดือนกันยายน พบว่ามีชาวอเมริกันประมาณ 10% ที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เส้นความยากจนในปี 2567

Oxfam เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนลดความเหลื่อมล้ำระดับชาติ เก็บภาษีมหาเศรษฐีเพื่อลดอำนาจผูกขาด และให้ความสำคัญกับการสร้าง "แนวกันไฟ" ระหว่างอำนาจการเมืองและความมั่งคั่งให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกให้ดียิ่งขึ้น

รายงานฉบับนี้ออกมาในช่วงเวลาที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,500 รายในอิหร่าน นับตั้งแต่การประท้วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เรื้อรังเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนก่อน โดย Oxfam ระบุว่าในปีที่แล้วมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่กว่า 140 ครั้งใน 68 ประเทศ ซึ่งมักจะถูกเจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง

"การยากจนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดความหิวโหย แต่การยากจนทางอำนาจทางการเมืองทำให้เกิดความแค้น" เบฮาร์กล่าว

นอกจากนี้ รายงานของ Oxfam ยังระบุว่าประเทศที่ร่ำรวยกำลัง "ตัดงบประมาณช่วยเหลือเร็วกว่าและมากกว่าที่เคยเป็นมา" ซึ่งการปรับลดเหล่านี้ รวมถึงการสั่งปิดหน่วยงาน USAID อาจนำไปสู่การเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 14 ล้านคนภายในปี 2573

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...