โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กังวลสุญญากาศรัฐบาล 28 คดีเลือกตั้ง-ธุรกิจหวั่นงบช้า 8 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ระทึก 28 คำร้อง ถึง 3 ศาล กูรูกฎหมายตีความลงคะแนน “ไม่ลับ” เสี่ยงเลือกตั้งโมฆะ-ลุ้นลงคะแนนใหม่ “อนุทิน” เดินหน้ารวบ 291 เสียงโหวตนายกฯคนใหม่ ผู้จัดการรัฐบาลเตรียมแผน “รักษาการ” ตั้งรับอุบัติเหตุระหว่างรอผล กกต. ปักธงได้รัฐบาลเดินหน้าคนละครึ่งพลัสทันที ดึงผู้เชี่ยวชาญร่วมทีมดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% นักธุรกิจท้อตั้งรัฐบาลลากยาว สุญญากาศ 4 เดือน กระทบเบิก-จ่ายงบประมาณ 2570 ล่าช้า 8 เดือน วิเคราะห์กรณีเลวร้าย “โมฆะ” สะเทือนลงทุนต่างชาติ-ตลาดหุ้น-แผนการคลัง การเจรจาการค้า FTA ลุ้น กกต.รับรองผล เดินหน้าจัดรัฐบาลเสียงข้างมาก หวังโผรัฐมนตรีมืออาชีพ

นักกฎหมายฟันธงเสี่ยงโมฆะ ?

การเมืองเข้าสู่โค้งสำคัญหลังผ่านการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ มา 2 สัปดาห์ การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ถูกวิจารณ์ถึงความโปร่งใสอย่างมาก และยังมีประเด็นที่สุ่มเสี่ยงอาจทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นโมฆะ เนื่องจากปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งแบบ สส.แบ่งเขต และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ปรากฏคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดอยู่บนบัตรเลือกตั้ง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการสืบค้น ส่งผลการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 หรือไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความเห็นจาก 2 นักกฎหมายสำคัญของประเทศ อย่าง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่มีความเห็นส่วนตัวว่า ผลการลงคะแนนเลือกตั้งไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ถือว่าไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85

ขณะที่ นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ถ้าทฤษฎีพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางวิทยาศาสตร์ ออกมาแล้วว่ามันเช็กย้อนหลังไปได้เกือบทุกบัตร มีโอกาสที่ศาลจะต้องวินิจฉัยว่ามันไม่ลับเสียแล้ว แม้ว่ายังไม่ได้มีการเช็กย้อนหลัง เอาทฤษฎีแค่นี้ก็อันตรายแล้ว ยิ่งถ้ามีตัวอย่างว่า เขาถูกข่มขู่จากคนจ่ายเงินว่าคุณเลือกอย่างนั้นอย่างนี้

“ถ้ามีเรื่องนี้เข้าไปเสริมแค่ 1-2 เคส ผมว่าไม่ลับ แต่เวลานี้กรณีที่จะเกิดขึ้นจริงยังไม่มีแม้แต่เคสเดียว จึงต้องมาสู้กันที่ทฤษฎี หลักวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลชั้นสูงมาสู้กัน”

28 คำร้องถึง 3 ศาล

ปัญหาบัตรเลือกตั้ง จึงมีผู้ยื่นไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วกว่า 28 คำร้อง นอกจากนี้ ยังมีการร้องไปยังศาลปกครอง และศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อเอาผิดกับ กกต.

ทั้งนี้ เส้นทางการร้องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีพรรคประชาชนเตรียมยื่นเรื่องเอาผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อ กกต.นั้น ประเมินได้ว่า เป็นการเอาผิด กกต.มากกว่ากระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา เว้นแต่ระหว่างการพิจารณา หากศาลเห็นว่ามีปัญหาชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ อาจส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

ไม่ลับลุ้นลงคะแนนใหม่

สำหรับคำร้องในศาลปกครอง หลายคำร้องซึ่งระบุถึงปัญหาการทำหน้าที่ของ กกต.ที่บกพร่อง เช่น ปัญหาการนับคะแนน ปัญหาการใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งอาจส่งผลให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ กกต.จัดการ “ลงคะแนนใหม่” เฉพาะในส่วนที่จัดทำบัตรที่ไม่เป็นความลับ

ส่วนการร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งกรณีนี้อาจยังมีปัญหาในการตีความข้อกฎหมายเรื่องช่องทางยื่นสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 23 (1) กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีบทบัญญัติกฎหมายที่มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

แต่ใน (2) ระบุว่า กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อ “ศาลปกครอง” และให้ศาลวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า

และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ระบุว่า บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง ยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคําวินิจฉัยว่าการกระทํานั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นว่าถูกละเมิดสิทธิกรณีเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

ภูมิใจไทย-กล้าธรรมบี้โผ ครม.

ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 193 เสียง เดินเกมรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว 291 เสียง แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง และพรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรคประชาชาติ 5 เสียง

แม้ว่าการเดินเกมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย จะปรากฏร่องรอยความไม่ลงรอยกับพรรคกล้าธรรม ที่ถือตัวเลข สส.ในมือ 58 เสียง ซึ่งต้องการสานต่อเก้าอี้กระทรวงสำคัญ ๆ อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพร้อมยอมเงื่อนไขที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไม่รับเก้าอี้รัฐมนตรี แต่พรรคภูมิใจไทย ที่ถือไพ่เหนือกว่ายังไม่แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการพรรคกล้าธรรมหรือไม่ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกเพียงว่ารอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียก่อน

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า การจะร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ รอ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเช่นกัน พร้อมทั้งระบุว่าเป็นห่วงเรื่องปัญหาการเลือกตั้งมากกว่าการร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่อาจกลายเป็นโมฆะ และพร้อมลงเลือกตั้งทุกเมื่อ

สุญญากาศการเมืองยาว

ทั้งนี้ ระหว่างการรอผลการรับรองผลการเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการจาก กกต. ซึ่งมีเวลา 60 วัน จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2569 จากนั้นจึงจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แล้วทูลเกล้าฯ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ และรอโปรดเกล้าฯ คู่ขนานกับการรอผลการพิจารณารับคำร้องและคำวินิจฉัย คำสั่ง ของศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นห้วงเวลาสุญญากาศทางการเมืองอย่างน้อย 4 เดือน หรือมากกว่านั้น สถานะของนายอนุทินยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลรักษาการต่อไป

โดยแหล่งข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประเมินว่า ภายในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 กกต.ถึงจะทยอยรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างไม่เป็นทางการ หลังจากมีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและร้องคัดค้านต่าง ๆ แล้ว

ผู้จัดการรัฐบาลเตรียมแผนตั้งรับ

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิในไทย ซึ่งกรรมการบริหารพรรคมอบหมายให้ทำหน้าที่เจรจาจัดตั้งรัฐบาล กล่าวถึงกรณีไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลว่า ในเชิงการทำงานพรรคภูมิใจไทยปัจจุบันยังทำงานกันอยู่ รัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรักษาการยังทำงานอยู่ ในเชิงแผนงานอาจส่งผลในเชิงความคล่องตัว แต่เราได้หาข้อมูลและหากไทม์ไลน์การรับรองผลการเลือกตั้งล่าช้าออกไป เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยระบุว่า จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาในเรื่องของการรับรองผลเลือกตั้ง

การฟื้นฟูเศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นไปตามเป้าที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ระบุจะโตเกิน 3% หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวยอมรับว่า ถ้าสถานการณ์ปกติไม่น่ายาก แต่เมื่อสถานการณ์โลกเป็นเช่นนี้จะพยายามให้เต็มที่ เชื่อว่าทีมบริหารทุกคนมีเป้าหมายอยู่แล้ว โดยยาแรงที่จะเริ่มดำเนินการทันทีเมื่อจัดตั้งรัฐบาล คือ โครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเปิดลงทะเบียนใหม่ รวมถึงกิโยตินกฎหมาย โดยจะนำนักกฎหมายและนักวิชาการอิสระมาร่วมดำเนินการ เชื่อว่าหากเป็นไปตามแผน 2 ปีหลังตั้งรัฐบาลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มหาศาล

ลงทุนสะดุด หากเลือกตั้งโมฆะ

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า โอกาสความเป็นไปได้ของผลการเลือกครั้งนี้จะเป็น “โมฆะ” นั้น มองว่ามีโอกาสค่อนข้างน้อยมาก อย่างไรก็ดี กรณีหากเป็น “โมฆะ” จริง มองว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และตลาดหุ้นที่ในช่วงที่ผ่านมาทยอยปรับตัวดีขึ้น

หากมีการเลือกตั้งใหม่อาจจะกระทบต่อการลงทุนที่จะล่าช้าออกไปอีก เพราะเดิมนักลงทุนมองว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม 4 ปี การดำเนินนโยบายมีความต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ซึ่งหากเป็นโมฆะ ทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่จะเข้ามาอาจจะชะลอเข้ามาหรือรอดูสถานการณ์ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะล่าช้าออกไป เพราะเดิมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม และทยอยเบิกจ่ายได้ภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ ปัจจัยเหล่านี้อาจจะกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจได้

อย่างไรก็ตาม หากการเลือกตั้งเดินหน้าต่อไปได้ มองว่า นโยบาย 10 Plus ของรัฐบาลมีทั้งนโยบายระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากตลาด รวมถึงมีแผนการดำเนินนโยบายทางการคลังระยะกลางที่จะช่วยให้ไทยไม่โดนปรับลดอันดับเครดิต หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับคำเตือนจากบริษัทจัดอันดับเครดิต (Rating Agency) โดยจะเห็นว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญและมีกรอบการคลังชัดเจน (Fiscal Farmwork) เพราะที่ผ่านมารัฐบาลสนใจเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น

“ในสมมุติฐาน Based Case เรามองว่า โอกาสโมฆะน้อยมาก แต่หากโมฆะแผนทุกอย่างจะดีเลย์ออกไป เพราะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ กระบวนการจัดทำงบประมาณ และการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า แผนลดขาดดุลการคลังที่วางไว้ และเรื่อง Trade Deal และการเจรจา FTA จะฉุดชะงักไปด้วย”

กังวลเสี่ยงโมฆะ-งบฯช้า 8 เดือน

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านการเมืองในประเทศ แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่กระแสความกังวลเรื่องโมฆะการเลือกตั้ง เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อบุคคลสำคัญหลายรายออกมาแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยหากต้องมีการเลือกตั้งใหม่จะกระทบต่อกระบวนการจัดทำงบประมาณ ซึ่งเดิมคาดว่าจะล่าช้าเพียง 1-2 เดือน และงบประมาณจะผ่านคณะรัฐมนตรีและเข้าสู่สภาในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนต้องเลือกตั้งใหม่ ระยะเวลาความล่าช้าอาจยาวนานและส่งผลลบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

“ต้องเลือกตั้งใหม่ จะคล้ายกรณีในอดีตจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสู่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าไป 3 เดือน และกระบวนการจัดทำงบประมาณล่าช้ากว่า 8 เดือน”

หอค้าจับตา กกต.รับรองเลือกตั้ง

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ควรที่จะเร่งสร้างความชัดเจนในการเลือกตั้ง และภายใน 90 วันนี้คงต้องติดตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะดำเนินการประกาศรับรองได้ชัดเจนแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ภาคเอกชนก็คาดหวังการตั้ง ครม. จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเข้ามาทำงาน ปัญหาประเทศตอนนี้มีความเสี่ยงหลายด้านมาก ต้องการผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเข้ามาทำงาน และเดินหน้าต่อเนื่อง เพราะหากเป็น รมต. โควตาการเมือง เชื่อว่าปัญหาอาจจะต้องตามมาอีกเยอะ

เชื่อเสียงพอตั้งรัฐบาลได้

นายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกรรมการเครือโรงแรมใบหยก เปิดเผยว่า คาดหวังว่าการเลือกตั้งจะไม่มีปัญหาและ กกต.จะรับรองผลได้เร็ว เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งแต่ละพรรคที่เข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อรวมกันแล้วถือว่ามีเสียงเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล ทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยที่จะมาคุมเศรษฐกิจในรัฐบาลชุดใหม่ ดูแล้วมีความน่าเชื่อถือ ภาคธุรกิจและประชาชนก็คาดหวังไว้เยอะมาก ก็เป็นโจทย์ท้าทายที่ต้องเร่งทำผลงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กังวลสุญญากาศรัฐบาล 28 คดีเลือกตั้ง-ธุรกิจหวั่นงบช้า 8 เดือน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...