รวมพลชาว “เอเลี่ยน” ตามหา UFO
และนี่คือรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่เปิดประสบการณ์ให้กับทั้งคนที่ชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องเหนือธรรมชาติและวัตถุประหลาดที่ยังเป็นปริศนากับโปรเจ็กต์ “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ที่ผสานเรื่องราวความเชื่อ ความสนใจเฉพาะกลุ่ม (Subculture) และมุมมองทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน แล้วชวนคนเอเลี่ยนยกขบวนมาพบปะพูดคุยสังสรรค์ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า การจัดงาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ถือเป็นโครงการนำร่องที่ ททท. ตั้งใจใช้ขยายผลให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยหยิบยกเรื่องราวของ UFO มาสร้างสรรค์เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงความรู้และประสบการณ์ (Experiential Tourism) ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีการจัดงานลักษณะนี้มาก่อนในประเทศไทย แม้จะเป็นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีความลุ่มลึกในความสนใจ
“ททท. เชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของโลกยุคใหม่ รวมถึงจะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวกลุ่ม Sub-Culture ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างจุดขายที่แปลกใหม่และแข็งแกร่ง เป็นการยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”
“Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ซึ่งจัดขึ้น 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 มีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ UFO Spaceship สัมผัสความลับภายในยานยูเอฟโอจำลองขนาดเท่าของจริง รายละเอียดจัดเต็มทุกองศา ที่แรก ที่เดียว ในประเทศไทย Stargate ประตูข้ามดวงดาวกับแสง สี และบรรยากาศที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินผ่านมิติสู่จักรวาล UFO Crash Site ซากยานยูเอฟโอที่พังอยู่ต่อหน้าต่อตา พร้อมแสง เสียง และบรรยากาศชวนตั้งคำถามว่า “นี่คืออุบัติเหตุ…หรือการมาเยือน?” Aline Morgue พื้นที่ลับสำหรับตรวจสอบสิ่งมีชีวิตนอกโลก แน่นอนว่าจะต้องมี UFOLOGY นิทรรศการยูเอฟโอ ที่พาย้อนเวลาสำรวจวิวัฒนาการของ Alien Species และรูปทรงยาน UFO ตลอดกว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมาจากบันทึกลับ ภาพจำลอง และข่าวยูเอฟโอในเมืองไทย และยังมีกิจกรรมเกี่ยวเนื่องอีกหลากหลายซึ่งจัดเต็มเพื่อชาวเอเลี่ยนโดยเฉพาะ
ขาดไม่ได้เลยคือ UFO Talk เวทีแชร์มุมมองวิทยาศาสตร์และประสบการณ์ตรงจากคนที่เชื่อ ชอบ และศึกษาเรื่องยูเอฟโออย่างจริงจัง นำโดย พีท ทองเจือ, ฟาโรห์ เตชภณ, กรทอง วิริยะเศวตกุล ดำเนินรายการโดยทอฟฟี่ สามบาทห้าสิบ และฟางโกะ ฉัตรกมล
มาถึงนครนายกช่วงนี้เจอเพื่อนต่างดาวแล้ว ต้องหาโอกาสแวะไปสวน “มะยงชิด” ผลไม้ประจำท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI มีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ รูปไข่ มีสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอม เม็ดลีบสีน้ำตาลอ่อน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีค่าความหวาน 18 – 22 องศาบิกซ์ ขณะที่มะปรางหวานนครนายก มีลักษณะผลใหญ่ยาวรี ปลายเรียวแหลม สีเหลืองทอง เปลือกบาง มีกลิ่นหอม รสชาติหวานกรอบ ค่าความหวานอยู่ในช่วง 16-19 องศาบริกซ์
ช่วงนี้มะยงชิดรอบที่ 2 กำลังสุกกำลังพอดีพร้อมให้แวะเวียนไปเที่ยวสวน แบบได้ทั้ง ชม แชะ ชิม ช้อป มีสวนกระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอทั้งที่อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี และอำเภอองครักษ์ ไปช่วงนี้ ททท.สำนักงานนครนายกมีโปรโมชั่นพิเศษให้นักท่องเที่ยวด้วย อยากรู้พิกัดไหนพร้อมให้ชิมให้ช้อป สอบถามที่ โทร. 037 312 282 หรือดูเพิ่มเติมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ททท. สำนักงานนครนายก
จากนครนายกเลยไปปราจีนบุรี ไปฮีลกายและใจที่ “อภัยภูเบศร เดย์ สปา” สถานที่รวบรวมองค์ความรู้แพทย์แผนไทย และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผสมผสานกับกลิ่นอายอารยธรรมตะวันตกอย่างลงตัว ที่นี่มีบริการทรีทเม้นท์ตามธาตุเจ้าเรือนของแต่ละบุคคลตามหลักศาสตร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลทั้งโครงสร้างและปรับอารมณ์ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงสปาคิวซีน โดยจะนำสมุนไพรที่มีคุณค่าทางสุขภาพในอดีตให้กลับมาอยู่ในวิถีปัจจุบัน กับการกินอาหารตามธาตุเพื่อใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่ความสมดุลของแต่ละบุคคล ภายใต้แนวคิดหลัก “ค้นหา เข้าถึง คืนสู่ สมดุล”
สปาบำบัด เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. แต่แนะนำให้สอบถามและจองคิวล่วงหน้า โทร. 0 3721 1088 ต่อ 3123, 0 3721 7127, 08 6534 9534 แล้วอย่าลืมเดินชม “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ลักษณะสถาปัตยกรรมยุคบาโรกแบบยุโรป มีมุขด้านหน้า ตรงกลางเป็นโดม ผนังด้านนอกเป็นปูนปั้นลายพฤกษาประดับซุ้มประตูและหน้าต่าง ภายในตกแต่งแบบตะวันตก พ.ศ. 2533 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโบราณสถาน และได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคาร จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อมาปี พ.ศ. 2537 โรงพยาบาลจึงจัดทำโครงการพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย เพื่อให้เป็นแหล่งการศึกษา ค้นคว้าให้กับประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชม
แล้วไปแวะชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภูมิภาคภาคตะวันออก ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ค้นพบในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดในภูมิภาคภาคตะวันออก โบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่พบ ได้แก่ ทับหลังจากปราสาทเขาน้อยสีชมพู ทับหลังจากปราสาทสด๊กก๊อกธม รวมถึงจารึกที่พบจากปราสาททั้ง 2 แห่ง เปิดทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์–วันอังคารและวันนักขัตฤกษ์) เวลา 09.00-16.00 น.