โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนปลด 9 บิ๊กทหาร ก่อนประชุมสภาฯ ประจำปี เจาะเหตุผลทำไมต้องเชือดยกแผง

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจาะเหตุผลทำไมจีนต้องเชือดนายทหารระดับสูง ‘ยกแผง’ ล่าสุด สั่งปลดนายพลคนสำคัญของแต่ละทัพรวม 9 นาย ก่อนประชุมสภาฯ ประจำปี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฝ่ายนิติบัญญัติสูงสุดของจีนได้ถอดถอนเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 9 นายออกจากรายชื่อผู้แทนราษฎร ก่อนหน้าการประชุมทางการเมืองประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดของปักกิ่งที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ได้ปรับปรุงรายชื่อตัวแทนจากกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) และกองกำลังตำรวจติดอาวุธประชาชน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนตัวแทนทั้งหมดลดลงเหลือ 243 นาย โดยในบรรดาเจ้าหน้าที่ที่ถูกถอดถอนนั้น ประกอบด้วย นายพลระดับพลเอก 5 นาย พลโท 1 นาย และพลตรี 3 นาย

การโละบัญชีรายชื่อนายพลทั้ง 9 นายในครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลอย ๆ แต่ถูกมองว่าเป็น "อาฟเตอร์ช็อก" ระลอกล่าสุด ที่สืบเนื่องมาจากการหายตัวไปอย่างปริศนาของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ฉิน กัง และที่สำคัญที่สุดคือการปลด หลี่ ซ่างฝู อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

และในต้นปี 2026 นี้ สี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนยังได้สั่งสอบสวนบิ๊กทหารยศสูงสุด ซึ่งเป็นคนสนิทของเขาอย่างไม่ไว้หน้า ได้แก่ จาง โหย่วเสีย รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) อันดับหนึ่ง ในข้อหาละเมิดวินัยร้ายแรง เช่นเดียวกับ หลิว เจิ้นลี่ ประธานกรมเสนาธิการร่วมของ CMC

การที่ชื่อของบุคคลเหล่านี้ถูกลบออกจากกระดานการเมืองก่อนการประชุม "สองสภา" เพียงไม่กี่วัน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากรัฐบาลปักกิ่งว่า "ความจงรักภักดีต้องมาก่อนความสามารถ" และจีนกำลังเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริต Spotlight เปิดโผ 5 บิ๊กนายพลที่โดนปลด พร้อมเจาะเหตุผลทำไมต้อง ‘เชือดยกแผง’

เปิดโผ 5 นายพลระดับ ‘บิ๊ก’ กระดูกสันหลังกองทัพถูกเขย่า

ในบรรดา 9 รายชื่อที่ถูกลบออกจากสารบบผู้แทนราษฎร สิ่งที่สั่นสะเทือนวงการความมั่นคงมากที่สุดคือการปรากฏชื่อของ 5 นายพลระดับพลเอก ซึ่งเปรียบเสมือน "กระดูกสันหลัง" และมันสมองของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) โดยแต่ละรายล้วนกุมบังเหียนยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้

  • พลเอก หลี่ เฉียวหมิง (Li Qiaoming): อดีตแม่ทัพบกผู้ทรงอิทธิพล เขาเคยคุมยุทธบริเวณภาคเหนือ (Northern Theatre Command) ซึ่งเป็นปราการด่านสำคัญในการดูแลความมั่นคงชายแดนที่ติดกับรัสเซียและคาบสมุทรเกาหลี

  • พลเอก หลี่ เหว่ย (Li Wei): ผู้อำนวยการสายการเมืองประจำ กองกำลังสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร (Information Support Force) ซึ่งเป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์ใหม่ที่ สี จิ้นผิง เพิ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหัวหอกในสงครามไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทั้งคู่ต่างเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 20 (The 20th Central Committee) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอำนาจบริหารประเทศ แต่กลับ "ล่องหน" อย่างปริศนาในการประชุมเต็มคณะ (Plenum) ครั้งที่ 4 เมื่อเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโตถึงชะตากรรมของพวกเขา ก่อนจะมาถูกยืนยันการถูกปลดในครั้งนี้

ขณะที่อีก 3 นายพลระดับตำนาน แม้จะเป็นอดีตแม่ทัพที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่การถูกถอดถอนครั้งนี้ก็สะท้อนถึงการ "เช็กบิลย้อนหลัง" ที่เข้มข้น ได้แก่

  • พลเอก เซิ่น จินหลง (Shen Jinlong): อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ

  • พลเอก ฉิน เซิงเสียง (Qin Shengxiang): อดีตผู้อำนวยการสายการเมืองประจำกองทัพเรือ

  • พลเอก อวี่ จงฝู (Yu Zhongfu): อดีตผู้อำนวยการสายการเมืองประจำกองทัพอากาศ

แม้ทั้งสามแม่ทัพจะไม่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 แต่เดิมทีพวกเขายังมีตำแหน่งในคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC Standing Committee) ชุดที่ 14 ทว่าสัญญาณการ "ตกสวรรค์" เริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อพวกเขาขาดการประชุมนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง

ปม 'ทุจริตสายพานยุทโธปกรณ์'

เหตุผลหลักที่นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่าเป็นการ "เชือด" ครั้งใหญ่ คือปัญหาภายในกองกำลังจรวดและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหน่วยงานข่าวกรองต่างชาติระบุว่า พบปัญหาการทุจริตในขั้นตอนการผลิตมิสไซล์ จนทำให้บางลูกใช้งานไม่ได้จริง หรือมีปัญหาระบบนำทาง แม้ว่ากองทัพจีนได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ปี 2027 และ 2030 แต่การทุจริตในระดับบนทำให้ความแข็งแกร่งที่เห็นในกระดาษ อาจไม่ใช่ความจริงในสนามรบ

แม้ปักกิ่งจะไม่เคยประกาศเหตุผลการปลดอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง Bloomberg และหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ เคยระบุถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า การกวาดล้างครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในสายพานการผลิตอาวุธระดับสูง มีรายงานถึงขั้นว่าพบ "น้ำเปล่า" ถูกเติมลงในมิสไซล์แทนที่เชื้อเพลิง หรือแม้แต่การสร้างไซโลเก็บขีปนาวุธที่ฝาปิดทำงานผิดปกติ

นี่คือฝันร้ายของ สี จิ้นผิง เพราะหากกองกำลังที่ควรจะเป็น "ไม้ตาย" ในการรวมชาติไต้หวันหรือคานอำนาจกับสหรัฐฯ กลับกลายเป็นเพียงโครงการหลอกตา ไร้ประสิทธิภาพเพราะการโกงกินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง การเชือดยกแผงจึงเป็นทางเดียวที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา

จากการจัดอันดับ ดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2025 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า จีนยังคงรักษาคะแนนอยู่ที่ 43 จาก 100 คะแนน และรั้งอันดับ 76 ของโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งแม้ภาพรวมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะดูเหมือนมีการขยับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่คะแนนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ครึ่งหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการทุจริตในภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะในหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ยากอย่างกองทัพ ยังคงเป็นความท้าทายเรื้อรังที่บั่นทอนความเชื่อมั่นจากสายตาคนภายนอก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ต่างชาติ แม้สี จิ้นผิง จะเดินหน้ากวาดล้างคอร์รัปชันอย่างดุดันจนส่งผลให้คะแนนของจีนแซงหน้าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น อินเดีย (อันดับ 91) หรือไทย (อันดับ 116) แต่โลกตะวันตกยังคงตั้งข้อสังเกตว่า ระบบของจีนเป็นการปราบปรามผ่าน "วินัยพรรค" มากกว่าการสร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใสในระดับสากล ด้วยเหตุนี้ การที่คะแนน CPI ของจีน "นิ่ง" อยู่กับที่ติดต่อกัน จึงถูกตีความว่า มาตรการกำจัดเสือและแมลงในปัจจุบันอาจเริ่มถึงทางตัน และต้องการการปฏิรูปโครงสร้างเชิงลึกที่มากกว่าแค่การไล่บี้เป็นรายบุคคล

สัญญาณถึง "สองสภา" และทิศทางปี 2030

การ "ล้างกระดาน" นายพลทั้ง 9 นายก่อนเปิดฉากการประชุมสองสภาฯ เพียงไม่กี่วัน คือการส่งสัญญาณอำนาจเบ็ดเสร็จของ สี จิ้นผิง ว่าไม่มีใครใหญ่เกินกว่ากฎเหล็กของพรรคฯ การกำจัด "เนื้อร้าย" ที่พัวพันกับการทุจริตยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย แต่มันคือการการันตีว่ากองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) จะต้องเป็นกลไกที่ทำงานได้จริง 100% เพื่อรองรับการอนุมัติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ที่กำลังจะประกาศใช้ไปจนถึงปี 2030

ในสายตาของนักวิเคราะห์ความมั่นคง ทิศทางของจีนนับจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างกองทัพที่ "สะอาดและชาญฉลาด" มากขึ้น โดยเฉพาะในมิติของสงครามไซเบอร์และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นจุดที่เหล่าทหารรุ่นใหม่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ขั้วอำนาจเก่าที่ถูกกวาดล้างไป การขยับหมากครั้งใหญ่กลางกรุงปักกิ่งนี้จึงเป็นเสมือนการ "รีเซ็ต" ระบบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความตึงเครียดในภูมิภาค ทั้งประเด็นไต้หวันและทะเลจีนใต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

สุดท้ายนี้ บทสรุปของการ "เชือดยกแผง" อาจไม่ใช่แค่การกำจัดคอร์รัปชัน แต่คือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าในยุคของ สี จิ้นผิง ความสำเร็จของชาติไม่อาจสร้างขึ้นบนรากฐานที่เปราะบางได้ หากจีนต้องการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งภายในปี 2030 กองทัพที่เป็น "กระดูกสันหลัง" ของชาติจะต้องไร้ซึ่งรอยร้าว และต้องจงรักภักดีต่อพรรคเหนือสิ่งอื่นใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...