“ไชยชนก” ลั่นการเมืองไม่เคยหวาน! เมินดราม่าน้ำต้มผักขม ย้ำ "ภูมิใจไทย"พร้อมคุมเกษตรฯ ไม่สนใครขู่ทำงานยาก
">
“เลขาฯภูมิใจไทย” ตอบชัดสถานะ "พรรคกล้าธรรม" หลัง "ธรรมนัส" เปรยน้ำต้มผักเริ่มขม ชี้จุดยืนพรรคชัดเจนเปิดรับทุกฝ่ายที่หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ พร้อมโต้ปมเขย่าเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ เชื่อฝีมือบริหารสำคัญกว่าสถานที่ทำงาน ยันไม่กังวลระบบราชการหากต้องเปลี่ยนผ่านกระทรวงจริง
วันที่ 20 ก.พ 2569 เวลา 10.25 น.ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีหากไทม์ไลน์การตั้งรัฐบาลยืดออกไป จะทำให้การขับเคลื่อนของพรรค ภท.ช้าไปหรือไม่ ว่า ในเชิงการทำงานพรรค ภท. ปัจจุบันยังทำงานกันอยู่ รัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรักษาการยังทำงานอยู่ ในเชิงแผนงานอาจส่งผลในเชิงความคล่องตัว แต่เราได้หาข้อมูลและเตรียมแผนอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า หากไทม์ไลน์เลื่อนออกไป งานด้านเศรษฐกิจจะไม่เป็นไปตามเป้าหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มันก็มีความเป็นไปได้ แต่หลายสิ่งหลายอย่าง จีดีพีที่โต 2.5 และในแผนระยะยาวขณะนี้ได้เพิ่มไปแล้ว ซึ่งยอมรับว่าอาจมีโอกาสส่งผล แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาในเรื่องของการรับรองผลเลือกตั้ง เมื่อถามว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นไปตามเป้าที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ระบุจะโตเกิน 3% นายไชยชนก กล่าวว่า ตนยอมรับว่าถ้าสถานการณ์ปกติไม่น่ายาก แต่เมื่อสถานการณ์โลกเป็นเช่นนี้จะพยายามให้เต็มที่ เชื่อว่าทีมบริหารทุกคนมีเป้าหมายที่เตรียมจะดำเนินการอยู่แล้ว โดยยาแรงที่จะเริ่มดำเนินการทันทีเมื่อจัดตั้งรัฐบาลคือ โครงการคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเปิดลงทะเบียนใหม่ รวมถึงกิโยตินกฎหมาย โดยจะนำนักกฎหมายและนักวิชาการอิสระมาร่วมดำเนินการ เชื่อว่าหากเป็นไปตามแผน 2 ปีหลังตั้งรัฐบาลจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มหาศาล
เมื่อถามว่าถึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จุดยืนเราก็เหมือนเดิม รอการยืนยันผลอย่างเป็นทางการของ กกต. และตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงวันนั้น เราก็ยังเปิดรับกับทุกๆ พรรคที่จะมาแสดงเจตจำนงเหมือนเดิม
เมื่อถามว่านายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่าไม่มีประเทศไทยในโลกที่ให้โหวตก่อนมาแบ่งงาน นายไชยชนก กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าต้องให้มาโหวตก่อน เราเพียงบอกว่าเราเปิดรับการแสดงเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทินกับทุกพรรค และไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอให้พรรคใดๆ ที่เข้ามา เป็นการรับฟังข้อเสนอ
เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธราม และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หากใครจะมานั่งก็ลำบาก เพราะว่าทำงานยาก ไม่ได้ง่าย ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องแอร์เหมือนกระทรวงอื่นๆ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าทุกๆ กระทรวงมีความท้าทาย และคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ มีบุคลิก มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน ท้ายที่สุดก็ต้องมาดูที่ผลงาน จะมาบอกว่าวิธีการของคนโน้นถูก คนนั้นผิด ตนว่ามันต้องมาวัดที่ผลงานมากกว่า ส่วนตนเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ที่ได้ไปนั่งในกระทรวงเกษตร คงจะคอมเมนต์ไม่ได้ว่าสิ่งที่ร.อ.ธรรมนัสพูดนั้นเป็นยังไง ก็รอดูคนที่ใครก็ตามที่มาไปนั่งกระทรวงเกษตรฯ และผลงานของเขาดีกว่า
เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ยามรักน้ำต้มผักก็หวาน ตอนนี้กับพรรคกล้าธรรมยังหวานอยู่หรือขม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนว่ากลางๆ มาโดยตลอด สำหรับตนการเมืองไม่เคยหวานเลย
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ถ้าเกิดสมมติว่ารัฐบาลไม่มีพรรคกล้าธรรมแล้ว และต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯจะมีการวางงาน หรือข้าราชการอาจจะไม่รับนโยบายของรัฐบาล นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล ตนรู้สึกว่านั่งกระทรวงมาก็สัมผัสอยู่ว่าบางทีก็มีความลำบากในเวลาปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่ถ้าเรามีเจตนาที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเพื่อประชาชน และเราก็ทำงานกันอย่างสามัคคี สุดท้ายมันก็จะทำได้ และเวลาก็จะเป็นบทพิสูจน์ในความตั้งใจในการทุ่มเทที่ทำงาน
“เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากระทรวงเกษตรฯก็คงไม่แตกต่าง ถามว่าการเข้าไปใหม่ยังไงมันก็ต้องมีสิ่งที่เราจะต้องไปทำความเข้าใจ ไปศึกษาทั้งในเรื่องปัญหา ระบบข้าราชการ แนวทางการทำงาน โครงการต่างๆ แต่ว่าใครก็ตามที่พร้อม และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็ควรที่จะสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้”นายไชยชนก กล่าว