โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดวิสัยทัศน์ "ซีอีโอ" คนใหม่ KCG "ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล" วางกลยุทธ์ สร้างการเติบโตที่มั่นคง และยั่งยืน

Wealthy Thai

อัพเดต 07 ก.ค. 2567 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 08.58 น.

‘บมจ.เคซีจี คอร์ปอเรชั่น’ หรือ KCG เปิดตัว CEO คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ “Transition Towards Sustainable Growth สร้างองค์กรสู่การเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน พร้อมสู่อนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง” กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาใน 2 มิติ ผ่านแผนธุรกิจ 7 แกนหลัก ทรานส์ฟอร์มองค์กรขับเคลื่อนเทคโนโลยี ดึงคนรุ่นใหม่เสริมทัพ ยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโซลูชั่นบริการใหม่ สร้างความรื่นรมย์ของรสชาติพร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ชู ‘KCG Logistics Park’ ศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าแบบครบวงจรแห่งใหม่และทันสมัย รับแผนขยายกำลังผลิตเต็มอัตราและขยายขอบเขตธุรกิจใหม่ ยึดมั่นดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG เปิดเผยว่า ได้วางแผนงานเพื่อสานต่อความสำเร็จก้าวต่อไป ภายใต้วิสัยทัศน์ “Transition Towards Sustainable Growth” “สร้างองค์กรสู่การเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมสู่อนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง” โดยกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาใน 2 มิติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Strategy) โดยยึดหลัก “Heart-driven - Expertise - Agile – Responsible – Teamwork” ด้วยความเชื่อมั่นว่าพนักงานเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุสู่เป้าหมายสูงสุด และยุทธศาตร์ทางธุรกิจ (Business Strategy) เพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างอาณาจักรอาหารตะวันตก เนยและชีส ให้เติบโตมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้การขับเคลื่อน 7 แกนหลัก ได้แก่ 1.มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายปี 67 ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องเป็นตัวเลข 2 หลัก จากในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา 2.การพัฒนาบุคลากร โดยมีแนวคิด "Digital Transformation Mindset" เพื่อสร้างพลังแห่งการทำงานให้กับพนักงาน 3.การขับเคลื่ององค์กรด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี (Innovation Data & Tech) โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างแม่นยำ ตลอดจนพิจารณาการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร 4.การขยายตลาดส่งออก โดยจะขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ที่มีศักยภาพการเติบโต และขยายขอบเขตสู่ตลาดใหม่ผ่านตัวแทนจำหน่าย จากปัจจุบันที่มีการส่งออกไปแล้ว 15 ประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ 5.ยกระดับศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าที่ทันสมัยและครบวงจร (Supply Chain & Inventory) ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้เกิดประโยชน์สูงสุด 6. ยกระดับการผลิตโดยใช้ระบบอัตโนมัติ (Production&Automation) โดยมุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์เนยและชีส ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยนำกระบวนการผลิตระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น 7. การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้กรอบ ESG อาทิ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2567 ลงอย่างน้อย 20% จากปี 2566, การใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop, การใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Recycle), การดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างบริเวณโรงงาน ตลอดจนดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตได้ขยายกำลังผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีสในรูปแบบห่อเดี่ยว (Individually Wrapped Processed Cheese Slices หรือ IWS) เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,106 ตันต่อปี เป็น 4,212 ตันต่อปี ไปเรียบร้อยแล้วในเดือนตุลาคมปี 2566 และอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิตเนยจากเดิม 18,000 ตันต่อปี เป็น 23,000 ตันต่อปี ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2568 ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าปรับระบบการขนส่งสินค้าด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้รถไฟฟ้าพลังงานสะอาด (EV Truck) โดยวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ของจำนวนรถขนส่งทั้งหมด เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...