โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวยไปนาน ๆ กับ 5 อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานกับเมนูเต้าหู้เย็น

conomi

อัพเดต 01 เม.ย. 2567 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

เมื่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นคนญี่ปุ่นก็นิยมรับประทาน เต้าหู้เย็นหรือฮิยายักโกะ (Hiyayakko, 冷奴) ซึ่งเป็นเต้าหู้แท่งสี่เหลี่ยมแช่เย็นราดด้วยโชยุและโรยด้วยเครื่องต่าง ๆ เช่น ปลาแห้งคัตสึโอะบุชิ และต้นหอม เป็นต้น เต้าหู้เป็นผลิตภัณฑ์จากถั่วหลืองที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพและความงามของผู้หญิง มารู้จักชนิดของเต้าหู้ที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานเป็นเต้าหู้เย็นและอาหารที่เมื่อรับประทานกับเต้าหู้แล้วจะช่วยคงความสวยไปได้นาน ๆ กันค่ะ

เต้าหู้ชนิดใดที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานเป็นเต้าหู้เย็น

เต้าหู้ที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานเป็นเต้าหู้เย็นหรือฮิยายักโกะคือ เต้าหู้โมเมน (木綿) และ เต้าหู้คินุ (絹) โดยเต้าหู้ทั้งสองมีเนื้อสัมผัสและคุณค่าสารอาหารที่ค่อนข้างแตกต่างกันดังนี้

เต้าหู้โมเมน เป็นเต้าหู้ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่กดให้น้ำออกจากเต้าหู้ ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่แข็งกว่าเต้าหู้คินุ มีปริมาณโปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็กสูงกว่าเต้าหู้คินุประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์

เต้าหู้คินุ เป็นเต้าหูที่มีกระบวนการผลิตที่คงน้ำในเต้าหู้ไว้ ทำให้เต้าหู้มีเนื้อสัมผัสนิ่ม แม้จะมีปริมาณโปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็กต่ำกว่าเต้าหู้โมเมน แต่เต้าหู้คินุมีวิตามินและโพแทสเซียมสูงกว่า

ทั้งนี้เต้าหู้ทั้งสองชนิดอุดมไปด้วยไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบและอารมณ์ปรวนแปรในผู้หญิงวัยทอง ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

5 อาหารที่เมื่อรับประทานกับเต้าหู้เย็นแล้วจะส่งผลดีต่อสุขภาพและความงามยิ่งขึ้น

1. กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว

แม้ว่าเต้าหู้จะมีปริมาณวิตามินอีสูงแต่เต้าหู้ไม่มีวิตามินเอและซี โดยวิตามินเอ ซี และอี เมื่อรับประทานร่วมกันจะมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ เมื่อรับประทานเต้าหู้เย็นร่วมกับกระเจี๊ยบเขียวนึ่งหรือต้ม (ในเวลาสั้น) ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีและเอ ก็จะทำให้เมนูเต้าหู้เป็นเมนูอาหารง่ายๆ ที่ช่วยชะลอความแก่ได้

2. ปลาชิราสึ

ปลาชิราสึ

ปลาชิราสึเป็นลูกปลาซาร์ดีนที่มีขนาดเล็กมาก วิตามินดีที่มีมากในปลาชิราสึจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมที่มีมากในเต้าหู้ได้ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

3. งา

งา

งาอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และ 2 แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และสารเซซามิน (Sesamin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง งาจะช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารเพิ่มเติมให้แก่เต้าหู้เย็นในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันซึ่งก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่มีสาเหตุมาจากรังสียูวี อย่างไรก็ดี งาเป็นอาหารที่มีปริมาณแคลอรีที่สูงจึงควรรับประทานในปริมาณที่ไม่เกินวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ

4. อะโวคาโด

อะโวคาโด

อะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอีซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยชะลอความแก่ อีกทั้งยังมีแร่ธาตุในปริมาณที่สมดุลกันกับวิตามินอี ซึ่งสามารถเสริมสารอาหารที่ขาดในเต้าหู้ได้ ทั้งนี้อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีปริมาณแคลอรีสูงจึงไม่ควรรับประทานเกินวันละครึ่งผล

5. พริกหวาน

พริกหวาน

พริกหวานเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง การรับประทานพริกหวานสดหรือพริกหวานดองน้ำส้มหมักพร้อมเต้าหู้มีข้อดีคือ วิตามินซีที่มีมากในพริกหวานจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากเต้าหู้ได้ดียิ่งขึ้น

การจับคู่รับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เสริมกันจะมีข้อดีในแง่เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและความงาม ไปพร้อมกับทำให้ได้คุณค่าสารอาหารที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เต้าหู้เย็นเป็นหนึ่งในเมนูอาหารที่คนญี่ปุ่นรับประทานเพื่อคลายร้อนในฤดูร้อน การรับประทานเพียงเต้าหู้เย็นราดโชยุอาจไม่อร่อยนักสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยชอบเต้าหู้ แต่เมื่อใส่เครื่องเคียงลงไปก็จะทำให้เต้าหู้เย็นมีรสชาติที่อร่อยขึ้น สำหรับเพื่อนๆ ผู้อ่านที่อยากสวยไปนานๆ ก็ลองจับคู่อาหารดังกล่าวกับเต้าหู้เย็นดูค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: tsuyaplus.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...