ศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ขยายผลงานวิจัยสู่แนวทาง BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก
ศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ขยายผลงานวิจัยสู่แนวทาง BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก
เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายนพดล ประยูรสุข ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากที่กรมการข้าวได้มีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนการทำนาสู่ความยั่งยืน ภายใต้ BCG Model ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกำหนดให้มีโครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model ขึ้น และมอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการส่งเสริมชาวนาในพื้นที่รับผิดชอบดูแล ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนจนเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายโครงการ มีชาวนาให้ความสนใจร่วมพัฒนาตนเองไปสู่การผลิตข้าวแบบรักษ์โลกตามการส่งเสริมของศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยาถึง 6 กลุ่ม
ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3 กลุ่ม และจังหวัดอ่างทอง 3 กลุ่ม ทั้งนี้ ในการดำเนินการนั้น ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ในการปลูกข้าวรักษ์โลกแก่ชาวนา รวมถึงเรื่องการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ต่อชุมชน และต่อสิ่งแวดล้อม แบบการปลูกข้าวรักษ์โลก เกิดการยอมรับด้วยตัวชาวนาเองโดยไม่มีการบังคับ โดยมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์คอยให้ความรู้ และสนับสนุนในสิ่งที่ชาวนาต้องการ ตามแนวทางนโยบายของนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มชาวนาได้ให้ข้อมูลว่า แนวทางที่กรมการข้าวสนับสนุนนั้นตรงกับสิ่งที่ชาวนาทำเองอยู่แล้วบางส่วน เพียงแต่เมื่อก่อนทำแบบไม่มีทิศทางหรือขาดความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้เมื่อก่อนจะไม่เข้าใจเรื่องการปลูกข้าวรักษ์โลก หรือการผลิตข้าวตามแนวทาง BCG Model แต่ในปัจจุบันเข้าใจมากขึ้น” นายนพดลกล่าว
นายนพดลกล่าวต่อไปว่า ผลที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นอย่างชัดเจน คือ สมาชิกกลุ่มตกลงร่วมกันไม่เผาฟางไถกลบตอซังเป็นการบำรุงดินทางหนึ่งทำให้ใส่ปุ๋ยลดลง หรือการใช้โดรนฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูข้าว ใช้คนทำงานเพียงแค่ 2 คน จากเมื่อก่อนจะฉีดพ่นสารในพื้นที่ 20 ไร่ต้องใช้คนเยอะและเวลาฉีดพ่นนาน และสุดท้ายการใช้เครื่องคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ทำให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ดีไว้ใช้เองได้ ลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกแต่ละฤดูลงได้อีก เมื่อคิดรวมในการปฏิบัติของชาวนาแล้ว การปฏิบัติตามแนวทาง BCG Model สามารถเพิ่มรายได้ผลกำไร ลดต้นทุน และเป็นการผลิตแบบลดโลกร้อนอีกด้วย
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยากล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินโครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model ในปี 2567 กรมการข้าวได้มีนโยบายให้ทางศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการต่อเนื่อง ด้วยการเข้าไปติดตาม ดูการยอมรับ การปรับตัวของชาวนาในการผลิตข้าวว่า เป็นไปตามแนวทางของโครงการหรือไม่ รวมถึงต้องให้ความรู้ที่จะนำไปใช้กับเหล่าอุปกรณ์ที่จัดหามาให้คุ้มค่ามากที่สุด ตามนโยบายของกรมการข้าวในการใช้เครื่องมือเกษตรสมัยใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และรักษาสิ่งแวดล้อม
“การปลูกข้าวในปัจจุบันกล่าวได้ว่า ชาวนาจะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสังคมเหมือนในอดีต ที่แปลงนาอยู่ห่างไกลชุมชน หรือการฉีดพ่นสารเคมีโดยไม่สนใจสภาพแวดล้อมไม่ได้แล้ว ชาวนา หรือแม้แต่คนในชุมชนเองจำเป็นต้องตระหนักที่จะช่วยกันรับมือต่อสภาวะโลกร้อน ถึงแม้ภาคการเกษตรเองจะมีสัดส่วนที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซมีเทน ไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับภาคขนส่ง พลังงาน และบริการ แต่พวกเราก็ช่วยกันได้ ทั้งความรู้ที่เรามี งดเผาฟางตอซังข้าว การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวเท่าที่จำเป็น สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ภาคการเกษตรช่วยกันได้ โดยปลูกข้าวแบบรักษ์โลก ตามแนวทาง BCG Model และใช้องค์ความรู้ของกรมการข้าวร่วมกับเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ ทำให้การปลูกข้าวของประเทศไทยไม่ถูกโจมตีเป็นจำเลยหรือผู้ร้ายในสายตาของภาคส่วนอื่นๆ ที่ว่า ภาคการเกษตรมีส่วนในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้ สำหรับชาวนาที่สนใจ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการได้รับการส่งเสริมสนับสนุน สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 50 หมู่ 2 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 035-709-051” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยากล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ขยายผลงานวิจัยสู่แนวทาง BCG Model ปลูกข้าวรักษ์โลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th