หมิงเยว่จวนเกอน้อยทะลุมิติ ..(การกลับมาของเยว่น้อย60s)
ข้อมูลเบื้องต้น
กวินกานต์ เสนา อายุ 27 ปี
กวินแพทย์ทหารยศร้อยเอก ทำงานอยู่ที่บลูดีน เป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีความเจริญเข้ามา เขาชอบการทำงานที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง จึงเลือกมาทำงานไกลบ้าน ในครอบครัวของเขายังคงมีแม่และน้องชาย ส่วนพ่อจากไปนานแล้ว
ภวัต นรดี อายุ 22 ปี
ภวัต เด็กหนุ่มรุ่นน้องที่บ้านอยู่ติดกับกวิน เขาพยายามเรียนอย่างหนัก เพื่อที่จะได้ตามพี่ชาย ที่ตนแอบชอบไปทำงานที่เดียวกัน
หมิงเยว่จวน เกอน้อยวัย 8 ขวบ
เยว่จวนเด็กน้อยใบหน้าขาวกลม เพศเกอ หน้าตาน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดูยกเว้นคนในครอบครัวของตัวเอง
หวังห้าวหราน เด็กชายที่ไม่มีใครรู้ที่มา อายุ 2 ขวบ ด้วยตัวที่เล็กกว่าอายุ จึงมักถูกเข้าใจว่า เขายังเป็นเด็กทารก
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้โลเคชั่นเสมือนจีนช่วงปี 60 สถานที่ต่างๆ ในนิยายไม่มีอยู่จริง (โลกเสมือน) เนื้อเรื่องทุกตอนฉีกกฏและทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์
นิยายเรื่องนี้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่มีเหตุการณ์ใดในเรื่อง สมเหตุสมผล
นิยายเรื่องนี้แต่งเพื่อความบันเทิง เนื้อหาไม่มีความสมจริง นิยายของไรต์ตัวเอกเป็นแบบแมรี่ชู (เก่งไปซะทุกอย่าง รูปร่างหน้าตาดี มีความสามารถครบทุกเรื่อง)
บทนำ
ในสถานการณ์ที่อาหารหายาก ครอบครัวส่วนใหญ่ในเมืองอี้ มักจะนำคนในครอบครัวของตัวเองไปขายให้กับร้านค้าที่ต้องการแรงงาน หรือโรงงานที่ต้องการใช้แรงงานของมนุษย์
การค้าทาสในตอนนี้ไม่มีสถานที่ขายแบบเปิดเผย ต่างจากช่วงยุคก่อน แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยที่ไม่มีสมบัติหรือสิ่งของที่สามารถนำมาแลกกับเงินหรืออาหารได้
ครอบครัวใหญ่ๆ ส่วนมากจึงนำคนในครอบครัวมาแลกกับอาหาร ยารักษาโรค หรือเงิน เพื่อนำกลับไปให้คนที่เหลือภายในครอบครัวได้ใช้ในการดำรงชีวิต
การลดจำนวนประชากรในครอบครัว ช่วยให้การบริโภคอาหารของแต่ละครอบครัวลดน้อยลง อาหารที่มีอยู่ สามารถเก็บไว้กินได้นานมากขึ้น ถึงแม้คนที่ถูกนำมาแลกนั้นจะต้องออกมาจากบ้านที่ตนเองเคยได้ใช้ชีวิต แต่เขาเหล่านั้นก็จะมีชีวิตใหม่
หลังจากที่ได้มาใช้แรงงานแล้ว วันใดที่ครอบครัวมีเงินทองมากพอ ก็สามารถนำเงินมาไถ่ตัวแรงงานของบ้านที่เสียสละตัวเองออกมากลับบ้านไปได้ แต่ก็มีน้อยครอบครัวที่จะสามารถหาเงินได้
"ฮึก! น้าเข่อชิง เยว่จวนไม่อยากไป"เยว่จวนเกอน้อยวัย 8 ขวบ ได้แต่ร้องไห้ขอร้องผู้เป็นน้า
"ไม่อยากไป แกก็ต้องไป ขืนยังอยู่ด้วยกัน พวกเราทั้งหมดคงอดตาย"โม่เยว่ชิง เป็นน้าสาวของเยว่จวน
"ไปๆ เสียเวลา"หลิวอันฉี น้าเขยของเยว่จวน กำลังพาหลานชายของภรรยา ไปแลกกับอาหาร และข้าวสาร และเงินอีกหนึ่งร้อยหยวน
เยว่จวน ไม่ร้องขออะไรน้าสาวและน้าเขยอีก เขารู้ดีว่า ถึงจะขอร้องไปก็ไม่มีประโยชน์
เยว่จวนน้อยถูกขายให้กับร้านอาหารในเมืองอี้ ร้านแห่งนี้มีผู้คนเข้ามาดื่มกินกันแน่นร้านแทบจะทุกวัน คนที่มาร้านนี้ได้ ทุกคนจะเป็นระดับเศรษฐีมั่งคั่ง
คนชั้นเกษตรกรหรือชนชั้นแรงงาน ที่มีอยู่ทั่วเมือง ไม่มีใครได้ชิมรสชาติของอาหารร้านนี้
เยว่จวน อายุยังน้อยจึงอยู่ทำงานในครัว ตั้งแต่น้าสาวและน้าเขยจากไป ทั้งสองคนไม่ได้มาเยี่ยมเยว่จวนอีกเลย
ผ่านมาสามเดือน เกอน้อยต้องอดทนทำงาน แม้บางวันร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังดีกว่าอยู่กับน้าสาว
ช่วงที่อยู่กับครอบครัวของน้าสาว เยว่จวนไม่เคยกินอิ่มท้องเลยสักครั้ง
เวลาที่น้าเขยได้ค่าแรงกลับมา มักจะซื้อขนมมาฝากหลิวเมยอันลูกสาววัย 8 ขวบ ของตน เยว่จวนได้แต่แอบมอง และจินตนาการถึงรสชาติของขนมชิ้นนั้น
"เยว่น้อยของแม่ตื่นได้แล้วลูก"
"อื้อ"
"เย่ว่น้อยพ่อมารับแล้ว เราไปกันเถอะ"
"อื้อ พ่อ! แม่! พ่อกับแม่มารับเยว่จวนแล้ว"เยว่จวนน้อยโผเข้าหาไออุ่นที่เขาแสนจะคิดถึง
"พวกเราไปก่อนนะ ฝากร่างกายของลูกชายด้วย"หมิงเหอหวังพูดกับดวงวิญญาณแสงสีทองด้านข้าง
"ขอให้คุณมีชีวิตใหม่ที่มีความสุข พวกเราหมดหน้าที่แล้ว"โม่เยว่สือ แม่เกอของเยว่จวนพูดกับดวงวิญญาณแสงสีทอง
"แม่ พี่เขาไม่ไปกับเราเหรอ"เยว่จวนเห็นดวงวิญญาณนั้นเข้าไปอยู่ในร่างของตนที่กำลังหลับอยู่
"พี่เขาไปไม่ได้ ที่นี่จะเป็นโลกใบใหม่ให้พี่เขา พวกเราไปกันเถอะ"สิ้นคำพูดของเยว่สือแม่ของเยว่จวน ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ก้าวเข้าไปในลำแสงสีทองที่ส่องลงมาจากฟากฟ้า แล้วหายไปกับความมืดมิด
เยว่จวนน้อยคนเก่าได้สลับวิญญาณกับเยว่จวนคนใหม่ เป็นชะตาที่สวรรค์กำหนด
หมิงเยว่จวน มีดวงชะตาอันสั้น เกอน้อยต้องจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกสวรรค์ลิขิตไว้ตั้งแต่แรก
พ่อและแม่ของเยว่จวนไปทำงาน เพื่อหวังว่าลูกชายเกอของตนจะมีชีวิตที่สุขสบาย ทั้งสองคนจึงทนลำบาก ร่างกายขาดสารอาหาร เมื่อเจ็บป่วยและเกิดโรคระบาด ทั้งสองคนจึงล้มป่วย ร่างกายไร้ภูมิต้านทาน ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
เมื่อสวรรค์เห็นใจ จึงมีสิ่งที่จะให้ทั้งสองดวงวิญญาณที่ลาลับได้ทำ เพื่อแลกกับการได้อยู่รอคอยวันสิ้นอายุขัยของเยว่จวนตัวจริง
ทั้งสองคนจะรอที่ปากทางเชื่อมโลกวิญญาณและโลกมนุษย์วันใดที่เห็นดวงวิญญาณสีทอง นั่นคือวันที่หมิงเหอหวังและโม่โยว่สือ ต้องพาดวงวิญญาณนั้นส่งยังร่างกายของลูกชายเกอของตน และทั้งสามคนพ่อ แม่ลูกจะได้พบเจอกันอีกครั้ง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโลกใบใหม่
หมิงเยว่จวนตัวจริง จากไปเพราะความเหนื่อยล้าของร่างกาย แต่เป็นการจากไปที่ไม่มีความเจ็บปวดสำหรับเกอน้อย
ดวงวิญญาณสีทอง ที่ในหนึ่งพันปีจะมีดวงวิญญาณที่มีคุณลักษณะพิเศษเกิดขึ้นมา ในเหล่าโลกวิญญาณจะเรียกร่างกายหยาบนี้ว่าอรหันต์จุติ ร่างกายของผู้ใดที่ได้ครอบครองดวงวิญญาณนี้ ผู้นั้นจะมีร่างกายหยาบที่แข็งแรงเกินมนุษย์
ยามใดที่อากาศหนาวหิมะตก คนทั่วไปจะหนาวถึงกระดูก แต่ร่างอรหันต์จุติจะรู้สึกแค่ลมพัดเบาๆ ยามใดที่ต้องตกไปในกองเพลิงคนทั่วไปไม่อาจมีชีวิตรอด สำรับอรหันต์จุติจะรู้สึกแค่วันนี้แดดแรงไม่เบา คนปกติที่จมสู่ห้วงมหาสมุทรก็ไม่สามารถมีชีวิตรอด แต่อรหันต์จุติจะรู้สึกเหมือนมีน้ำค้างหยดลงมาตามร่างกาย
หรืออาจจะมีคำกล่าวที่เหมาะกับร่างอรหันต์จุติ อยู่หนึ่งประโยค ตกน้ำไม่ไหล เพราะเขาจะเดินได้สบายใต้บาดาล ตกไฟไม่ไหม้ เพราะเขาจะรู้สึกแค่ดวงอาทิตย์ขยันทำงานในวันนี้
และยังมีความสามารถที่ยังไม่ถูกค้นพบ แต่ในเวลานี้ได้ครบหนึ่งพันปี ดวงวิญญาณสีทองจึงได้เดินทางมาเพื่อรับกายหยาบที่บริสุทธิ์เหมาะกับการรองรับการเกิดใหม่ของอรหันต์จุติ
"อื้อ! เช้าแล้วเหรอ"ร่างกายแต่ก่อนที่เป็นของหมิงเยว่จวน ตอนนี้ได้ถูกแทนที่จากดวงวิญญาณสีทอง ที่เดินทางมาจากที่ไกลแสนไกล
กวินกานต์ เสนา หรือหมอทหารที่เป็นเจ้าของดวงวิญญาณสีทอง ได้เข้ามารวมร่างกับเกอน้อยเยว่จวนวัย 8 ขวบ
"เราต้องอยู่ในร่างของเยว่จวนสินะ เอาวะ! ถึงยังไงก็กลับไปที่เดิมไม่ได้แล้ว"
กวินกานต์รู้เรื่องทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะถูกพามาที่นี่ มีแสงทองดวงใหญ่ ได้เป็นผู้อธิบายทุกอย่างกับเขา
แสงทองดวงใหญ่ คือแหล่งกำเนิดของดวงวิญญาณสีทอง ก่อนหน้านี้กวินกานต์ได้ออกปฏิบัติหน้าที่กับกลุ่มทหารคุ้มกัน
ในประเทศบลูดีน มีความขัดแย้งระหว่างบลูดีนเหนือ และบลูดีนใต้ กวินกานต์เข้าไปทำงานที่บลูดีนใต้ ในวันที่เขาออกตรวจชาวบ้าน ได้ถูกกองกำลังจากบลูดีนเหนือโจมตี รถที่เขานั่งมา ถูกระเบิดทั้งคัน ร่างกายของกวินกานต์แหลกไปพร้อมกับทุกคนที่นั่งมาด้วย
แต่ช่วงเวลานั้นเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ หลังสิ้นเสียงของระเบิด กวินจำได้ว่า มีแสงสีทองส่องมานำทาง เขาเดินตามแสงทองนั้นไป พบกับแสงทองดวงใหญ่ และเสียงจากแสงนั้น
"มาแล้วสินะ เศษเสี้ยวดวงวิญญาณสีทองของเรา"แสงทองใหญ่ดวงกลมโตส่งเสียงออกมา
"เสียงใคร ที่นี่ที่ไหน แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"กวินยังคงสับสน
"เราอยู่ข้างหน้าของเจ้า ที่นี่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่หรอก เจ้าไม่ต้องมองหา จงฟังสิ่งที่เราจะบอก"
"ท่านอยู่ในแสงนี้เหรอ"กวินยังคงมองหาต้นตอของเสียง
"เราหรือเจ้าตอนนี้ก็ไม่มีรูปร่างใดๆ จงฟังเรา อีกครู่หลังจากนี้ เจ้าจะไปอยู่ ณ ที่ที่เจ้าเองก็ไม่รู้จัก เจ้ามีหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน เราจะให้ดวงวิญญาณที่รอทำหน้าที่นี้ไปส่งเจ้า จงจำไว้ เราคือเจ้า และเจ้าคือส่วนหนึ่งของเรา จงช่วยผู้คนให้รอดจากความอดอยากให้มากที่สุด ระหว่างที่เจ้าถูกพาไป ความทรงจำของร่างกายหยาบจะถูกส่งมาให้กับเจ้า จงทำทุกอย่างสุดความสามารถ และเรื่องราวของเจ้าพร้อมกับสิ่งที่เจ้าควรรู้จะหลังไหลเข้ามาในความทรงจำ ขอให้โชคดี"
สิ้นเสียงจากแสงสีทอง ดวงวิญญาณของกวินถูกสองดวงวิญญาณพามายังโลกคู่ขนานของระบบจักรวาลที่เขาเคยอาศัยอยู่ และเรื่องราวต่างๆก็หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำของกวิน หรือในวันพรุ่งนี้ คือหมิงเยว่จวนเกอน้อยหน้าใส
"เดี๋ยวสิ! อืมคงเป็นชะตาลิขิต"เสียงจากแสงสีทองดวงใหญ่ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อหลังจากที่กวินถูกพาตัวไป แสงสีเงินระยิบระยับ ได้ตามดวงวิญญาณของกวินไป
///////////
เรื่องของโลกเก่าและครอบครัวของกวิน ก่อนที่จะมาเป็นเยว่จวน จะค่อยๆมีการกล่าวถึงค่ะ ฝากเยว่จวนและก้อนแป้งตัวร้ายด้วยนะคะ
กลับบ้านเอาทุกอย่างคืนมา
กวินในร่างของเยว่จวน เกอน้อยวัย 8 ขวบ กำลังลำดับเรื่องราวของเยว่จวนคนเก่า
"เด็กน้อย ช่างลำบากนัก ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว ใครที่ทำไม่ดีไว้ เยว่จวนคนนี้จะตามไปเอาคืนให้อย่างสาสม"เยว่จวนเห็นภาพเด็กวัยแปดขวบต้องทำงานทุกอย่าง เขาทนไม่ได้ ในโลกที่เขาจากมา เด็กอายุเท่าเยว่จวน ยังทำอะไรไม่เป็นมากนัก ทุกคนล้วนแต่สนุกกับการเล่น มีความสุขกับการได้ลองชิมขนมแบบต่างๆ แต่เยว่จวนน้อยในโลกนี้ ต้องทำงานแบบที่ผู้ใหญ่ทุกคนในโลกแห่งนี้ทำกัน มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด
เยว่จวน เกอน้อยกำลังหาทางออกจากที่แห่งนี้ คนที่นี่ไม่ได้ใจร้ายกับเขา อยู่ที่นี่เขายังได้กินอิ่มท้อง ตอนนี้เยว่จวนต้องการหาทางกลับไปยังบ้านของน้าสาว เขาต้องการกลับไปเอาสิ่งของที่ควรจะเป็นของเยว่จวนคนเก่าคืนมา
เวลานี้ทุกคนยังไม่ตื่นนอน เยว่จวนจึงทิ้งจดหมายไว้ให้กับเจ้าของร้านอาหาร เขาไม่ต้องการทำให้ทุกคนที่นี่กังวล และเยว่จวนได้สัญญาไว้ว่า เขาจะกลับมาพร้อมกับเงินที่ใช้ไถ่ตัวเอง
"เยว่จวน วันนี้ตื่นสายเหรอ"คนดูแลพนักงานหลังร้าน เดินมาตามเยว่จวนที่ห้องน้อย เขาไม่เห็นเยว่จวนไปทานข้าวเช้า
หลังจากเรียกอยู่นาน ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเดินเข้ามาภายในห้องนอนน้อยของเยว่จวน
"อ้าว! ไปไหนล่ะ"คนดูแลไม่พบตัวเยว่จวน เขาพบเพียงจดหมายที่ทิ้งไว้ ตัวเขาเองอ่านไม่ออกจึงนำไปให้เจ้าของร้าน
"อืม เด็กเกอนั่นบอกจะกลับบ้านไปเอาของพ่อแม่คืนมา แต่ว่าเด็กอายุ 8 ขวบคนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว"เถ้าแก่ฟ่านเจ้าของร้านไม่ได้โกรธ หรือโมโห เขามั่นใจว่าเด็กน้อยอย่างเยว่จวนไม่ธรรมดาแน่นอน ยุคสมัยนี้ คนรู้หนังสือมีน้อยมาก แต่เด็กอายุแปดขวบ สามารถเขียนอักษรได้สวยงาม เขาจึงให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน
เยว่จวนเดินเท้าเพื่อจะกลับไปที่บ้านของน้าสาว เขาต้องการบ้านของพ่อแม่ของเยว่จวนคนเก่า
น้าสาวและน้าเขยของเยว่จวน เมื่อก่อนมีบ้านเป็นของตนเอง อยู่ห่างออกไปจากบ้านของพ่อแม่เยว่จวน ทั้งสองคนนำบ้านไปให้คนอื่นเช่า และขอเข้ามาอยู่ที่บ้านของเยว่สือแม่ของเยว่จวน
ก่อนที่พ่อกับแม่ของเยว่จวนจะไปทำงาน เข่อชิงน้าสาวของเยว่จวนทำตัวดีกับเยว่จวนมาก ต่างจากเวลาพ่อและแม่ของเยว่จวนไปทำงาน ทั้งน้าสาวและน้าเขยไม่เคยไปทำงาน ทั้งสองคนรักสบาย เงินทองที่ใช้จ่ายมาจากพ่อและแม่ของเยว่จวน และอีกส่วนมาจากค่าเช่าบ้านของตน ที่ให้เช่าในราคาเดือนละ 10 หยวน
"แม่จ๋า! ไอ้เกอโง่ไม่อยู่แล้ว ใครจะซักเสื้อผ้าให้เราล่ะ"หลิวเหมยอัน ลูกสาวของเข่อชิง นิสัยของเธอเหมือนแม่ไม่มีผิดเพี้ยน
"ก็ต้องซักเอง ฉันบอกเธอแล้ว เอามันไว้ ยังใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่านี้"หลิวอันฉี น้าเขยของเยว่จวนไม่เห็นด้วยกับเข่อชิงตั้งแต่แรก
"ไม่ต้องพูดมาก จะรอให้มันโตขึ้นจนรู้ความ แล้วมาเอาที่ดินรวมทั้งบ้านหลังนี้คืนหรือไง"เข่อชิง กลัวว่าเมื่อโตขึ้นเยว่จวนจะรู้ความ และนำทรัพย์สินของตัวเองกลับคืนไป และอีกหนึ่งข้อ ที่เธอไม่อยากให้เยว่จวนอยู่ที่นี่ เพราะใบหน้าน้อยๆน่ารักนั้น จะทำให้ทุกคนหลงรัก ไม่ต่างจากแม่ของเยว่จวน
เข่อชิงริษยาใบหน้าของพี่ชายเกอมาตลอด และก่อนที่พี่ชายเกอของตนจะแต่งงานกับ หมิงเหอหวัง พ่อของเยว่จวน เธอแอบชอบพ่อของเยว่จวนมาก่อนแล้ว แต่สุดท้ายเหอหวังกลับไปแต่งงานกับโยว่สือ เธอจึงเก็บความแค้นไว้ภายในใจ
ในเมื่อทำอะไรพี่ชายเกอของตนเองไม่ได้ เธอจึงเอาความแค้นของตัวเองไปลงกับเยว่จวน
หมิงเยว่จวน เดินผ่านแม่น้ำสายหลักภายในเมืองอี้
"ลองดูสักหน่อยคงไม่เป็นอะไร"เยว่จวนต้องการทดสอบร่างกายของตนเอง ที่ถูกเรียกว่าอรหันต์จุตินั้น สามารถทำเรื่องที่เขาได้รับรู้มา มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่
ตู้มมมม!
เยว่จวนเกอน้อยกระโดดลงน้ำ หลังจากที่เขาอยากทดลองร่างกายของอรหันต์จุติ
"ว้าว! สุดยอดจริงๆเลย"เยว่จวนไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำ เมื่อร่างกายได้สัมผัสน้ำในแม่น้ำสายนี้ เยว่จวนสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์
"ใต้แม่น้ำมีของอยู่มากมาย นั่นมันดาบเหรอ"เยว่จวนมองเห็นดาบที่ส่องแสงสีทองออกมา เขาไม่เข้าใจว่า ของหลายชิ้นที่เขาได้เห็นนั้น ทำไมถึงมีแสงสีทอง
"หรือมันจะมีค่า"เยว่จวน ไม่คิดอะไรมาก เขาเก็บของที่มีแสงสีทองที่อยู่รอบตัวออกมาได้ 3 ชิ้น
ดาบที่ดูเก่ามากหนึ่งเล่ม มีดสั้นที่เหมือนมีอัญมณีประดับอยู่ แจกันที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่น
เยว่จวนตัดสินใจนำของทั้งสามชิ้น เข้าไปขายในเมือง เขายังไม่ไปหาน้าสาวของตนเองตอนนี้
"เอาไปให้ร้านรับซื้อของเก่าดูน่าจะรู้มีราคาแค่ไหน"เยว่จวนตั้งใจว่าเขาจะนำสิ่งของที่เก็บขึ้นมาจากแม่น้ำนำไปขาย เพื่อที่จะได้นำเงินมาเก็บไว้ใช้จ่ายก่อนที่เขาจะจัดการกับน้าสาวได้สำเร็จ และถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาคิด เยว่จวนวัย 8 ขวบ ที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ให้มีชีวิตที่ดี ตอนนี้เขาเริ่มมองเห็นหนทางรวยสำหรับตัวเองแล้ว จากชีวิตที่เป็นแพทย์ทหาร มาเป็นนักงมสมบัติในแหล่งน้ำก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ เหงื่อไม่ออก แต่ขอบอกว่า มันต้องรวยมาก
///////
ขุดโสมขายมีเยอะแล้ว เรามางมหาสมบัติในน้ำกันบ้างดีกว่า
ชื่อตัวละคร
1.หมิงเยว่จวน(เกอ)นายเอก
2.หมิงเหอหวัง พ่อของเยว่จวน
3.โม่โยว่สือ(เกอ) แม่ของเยว่จวน
4.โม่เข่อชิง น้าสาวเยว่จวน
5.หลิวอันฉี น้าเขย
6.หลิวเหมยอัน ลูกน้าสาว
ของล้ำค่า
หมิงเยว่จวน เดินเท้ากลับเข้าเมืองอี้อีกครั้ง เขาถามคนที่เดินผ่านไปมา
"คุณป้าครับ ร้านรับซื้อของเก่าอยู่ที่ไหนครับ"เยว่จวน มองเห็นหญิงวัยกลางคน ท่าทางใจดี จึงเอ่ยปากถาม
"ร้านฟาไฉของเถ้าแก่เสิ่น ที่นั่นเป็นร้านเก่าแก่ สืบทอดกิจการกันมา เดินตรงไป ร้านขวามือ เจ้าหนูพอจะอ่านหนังสือออกไหม"
"พอได้นิดหน่อยครับ ขอบคุณครับ"เหย่จวนกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินตรงไปตามคำบอกของหญิงวัยกลางคน
ร้านฟาไฉเป็นร้านเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ จนถึงยุคสมัยนี้ ถึงแม้เศรษฐกิจไม่เฟื่องฟู แต่มันก็เฉพาะคนชั้นแรงงานเท่านั้น แต่สำหรับคนที่มีอันจะกิน ก็พอจะมีอยู่ไม่น้อย คนพวกนี้ชอบการสะสมของเก่าเป็นชีวิตจิตใจ พวกเขาจะแข่งขันกันหาสิ่งของหายาก ทำให้เกิดกิจการของโรงประมูลเป่าฮง
อาคารไม้สองชั้น ที่หน้าตาเหมือนกัน แตกต่างกันแค่ชื่อร้านต่างๆ ด้านหน้าของเยว่จวนคือร้านฟาไฉ
"คุณลุงครับ ผมมีของมาขาย ที่นี่รับซื้อไหมครับ"เยว่จวนไม่รอช้า เมื่อเขามาถึงร้านฟาไฉ เยว่จวนเดินตรงไปหาพนักงานชายทันที
"เจ้าหนูมีของอะไรเหรอ อยู่ไหนล่ะ"ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาพูดคุยกับเยว่จวน
"อยู่ในนี้ครับ"เยว่จวนนำห่อผ้าที่เขานำติดตัวมาด้วย ห่อของทั้งสามไว้ด้านใน เยว่จวนค่อยๆหยิบแจกันและดาบวางไว้บนโต๊ะ
"ของเก่าพวกนี้ มันอยู่ในน้ำใช่ไหม"ชายวัยกลางคนมองดูลักษณะของสิ่งของแล้ว เขาเคยเห็นคนนำของเก่ามาขายมากมาย จึงดูไม่ยากว่า ที่มาของสิ่งเหล่านี้มาจากที่ใด
"ใช่ครับ"เยว่จวนตอบออกไปอย่างฉะฉาน สร้างความแปลกใจให้กับชายวัยกลางคนมาก เด็กอายุขนาดนี้ อย่าว่าแต่พูดโต้ตอบคนแปลกหน้าเลย แค่สบตาก็ไม่กล้า เขาคิดว่าเยว่จวนคงไม่ธรรมดาแน่นอน
"ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้ เจ้าหนูรออยู่ก่อนนะ ขอลุงไปตามเถ้าแก่เสิ่นก่อน"ชายวัยกลางคนหยิบดาบขึ้นมาถูๆ และทำสีหน้าตกใจ ก่อนจะรีบร้อนออกไป
"ของดีใช่ไหม?"เยว่จวน มองอาการของชายคนนั้น ก็พอจะเข้าใจว่า ของที่เขาเก็บขึ้นมาคงไม่ธรรมดา จากที่เคยท้อใจว่า ตัวเองต้องมาอยู่ในร่างเด็กอายุ 8 ขวบ และต้องช่วยคนที่เดือดร้อนให้ได้มากที่สุด เขาจะสามารถทำได้ยังไง หรือจะรอให้ร่างกายนี้เติบโตเสียก่อน มาถึงตอนนี้ เขาพอจะมีทางออกให้ตัวเองแล้ว
ก่อนหน้านี้ เขาน้อยใจที่สวรรค์ไม่ให้ของวิเศษเขามาเลยสักชิ้น อายุแค่นี้จะทำมาหากินอะไร ตอนนี้เขาไม่สนใจในอายุของตัวเองอีกแล้ว ถ้ามันจะมีหนทางให้เขามีอาชีพ
"ทางนี้ครับ"ชายวัยกลางคนหายไปไม่นาน เขากลับมาพร้อมกับเกอหน้าสวย ที่ดูแล้วอายุยังไม่มาก
"โอ้ว!ใช่จริงๆด้วย นี่เจ้าหนูจะนำของสองอย่างนี้ขายให้ฉันใช่ไหม"เกอหน้าสวยหยิบดาบเก่าขึ้นมาดู ก่อนจะหยิบแจกันมาดูอีกชิ้น
"ผมขายให้แน่นอนครับ แต่ขอถามหน่อยได้ไหม ทั้งสองอย่างที่ผมเอามา มันเป็นของหายากเหรอครับ"เยว่จวนไม่อยากปล่อยความสงสัยของตัวเอง
"คิก คิก คิก เรานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ฉันเสิ่นฮุยซิ่ว เป็นเถ้าแก่ร้านนี้ และเป้นผู้สืบทอดร้านฟาไฉคนปัจจุบัน ของทั้งสองอย่างไม่ใช่ของหายากหรอก แต่เป็นของที่ไม่เคยมีใครหาเจอต่างหาก"
"เอ๋?"เยว่จวนยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่
"ดาบเล่มนี้มีชื่อว่าปฐพีไร้พ่าย เป็นดาบที่นายพลเกาเคยใช้ออกรบ และสูญหายเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น เรื่องราวก็เป็นร้อยปีมาแล้ว ทุกคนจึงคิดว่าเป็นเรื่องเล่า แต่ตอนนี้ดาบอยู่ตรงนี้แล้ว ทางร้านนำไปทำความสะอาดด้วยวิธีการของทางร้าน เราจะได้เห็นความสวยงามของมัน"
"อ่อครับ"
"ส่วนแจกันอันนี้ เรามองมันเป็นสีดินเผาธรรมดาใช่ไหม เกอน้อยลองดูตรงรอยราวเล็กๆนี้สิ เห็นอะไรไหม"เถ้าแก่เสิ่น ชี้ไปที่รอยแตกเล็กๆของแจกัน
"สีแดง คืออะไรครับ"เยว่จวนมองเห็นสีแดงอยู่ในรอยร้าวนั้น
"แจกันชนิดนี้ทำมาจากประการังเพลิง เป็นประการังที่หายาก อยู่ในน้ำลึก และน้อยคนที่จะเจอเข้ากับขนาดที่ใหญ่ พอจะทำแจกันอันนี้"
"ครับ"เยว่จวนฟังอย่างตั้งใจ
"เรื่องนี้เป็นตำนาน ไม่มีใครพิสูจน์ได้ เขาว่ากันว่า ไหเหอ คือเทพที่อยู่ในมหาสมุทร ชอบพอมนุษย์สาว แต่หญิงคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นองค์หญิงขององค์จักรพรรดิ ด้วยความที่ไม่อยากขัดใจลูกสาว องค์จักรพรรดิจึงให้ไหเหอไปหาของล้ำค่าที่สุดมา ไหเหอเลือกประการังเพลิง องค์จักรพรรดิไม่สามารถห้ามการแต่งงานของคนทั้งคู่ได้ จึงได้นำประการังเพลิงทำเป็นแจกันเอาไว้ในห้องบรรทม เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ครั้งหนึ่งเขาเคยท้าทายความสามารถของคนอื่น สุดท้ายตัวเองกับพ่ายแพ้"
"ว้าว! สุดยอดมากเลย"เยว่จวนต้องทึ่งกับที่มาของแจกัน สำหรับมีดสั้นเขาขอเก็บไว้ก่อน
"ตกลงขายให้ฉันใช่ไหม"เถ้าแก่เสิ่นยังคงถามเพื่อความมั่นใจ
"ครับ ผมตกลงไว้แล้ว"
"ดีๆ ดาบเล่มนี้ราคาอยู่ที่ห้าสิบล้านหยวน ส่วนแจกันประการังเพลิงราคาอยู่ที่สี่สิบห้าล้านหยวน ฉันให้พิเศษอีก ห้าล้านหยวน รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยล้านหยวน เราพอใจไหม ว่าแต่พ่อแม่เราล่ะ"เถ้าแก่เสิ่นคิดว่าเกอน้อยตรงหน้าคงมากับพ่อแม่ แต่พ่อกับแม่คงไปธุระ
"เอิ่มคือ เยว่ชวนไม่มีพ่อแม่ครับ"เยว่ชวน เริ่มการแสดงบทบาทของเด็กน้อยน่าสงสาร เขาเริ่มเล่าเรื่องราวของเยว่ชวนตัวจริง ถึงแม้ตอนนี้จะตกใจกับจำนวนเงินที่จะได้ เขาต้องทำเป็นเด็กไร้เดียงสา
"โธ่เอ๊ย! ลำบากมามากสินะ แล้วของสองอย่างนี้ได้มายังไงล่ะ"เถ้าแก่เสิ่น ไม่ได้แปลกใจนัก ยุคนี้เด็กแบบเยว่ชวนมีอยู่มากมาย
"เยว่ชวนจะไปจับปลา แต่แล้วก็ตกลงไปในน้ำ แต่น้ำไม่ลึกมาก เยว่ชวนเห็นของสองอย่างนี้ติดอยู่ที่ริมแม่น้ำ คิดว่ามันน่าจะขายได้บ้าง เลยเก็บมา"เยว่ชวนต้องแต่งเรื่องเพื่อเอาตัวรอด จะให้เขาบอกว่า เดินลงไปในน้ำ แล้วเก็บมันขึ้นมาก็คงไม่ได้
"อืม ถ้าอย่างนั้นเงินมากมายขนาดนี้ ฉันช่วยจัดการให้ดีไหม"
"ดีครับ"เยว่ชวนตอบรับด้วยความดีใจ
เสิ่นฮุ่ยซิ่ว พาเยว่ชวนจัดการเรื่องเงินด้วยตัวเอง เขานำเงินเข้าฝากในชื่อของเยว่ชวนทั้งหมด เยว่ชวนเองยังไม่รู้ระบบการเงินของที่นี่ ตอนนี้เขารู้จักเถ้าแก่เสิ่นเพียงคนเดียว เยว่ชวนต้องทำให้เถ้าแก่เอ็นดูเขาไว้ก่อน
///////////////
ชื่อตัวละคร
1.หมิงเยว่จวน (เกอ) นายเอก
2.หมิงเหอหวัง พ่อของเยว่จวน
3.โม่โยว่สือ (เกอ) แม่ของเยว่จวน
4.โม่เข่อชิง น้าสาวเยว่จวน
5.หลิวอันฉี น้าเขย
6.หลิวเหมยอัน ลูกน้าสาว
7.เสิ่นฮุ่ยซิ่ว(เกอ) เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า