โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนกรณีชักชวนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ในลักษณะการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ

สวพ.FM91

อัพเดต 01 ก.ค. 2564 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 12.07 น.

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการประกาศบนสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะชักชวนให้ประชาชนและร้านค้าออกมาร่วมกันเปิดร้านซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ ว่า จากกรณีมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ได้ประกาศชักชวนให้พี่น้องประชาชนออกมาเปิดร้านค้า ร้านอาหาร ทำกิจกรรมซึ่งเป็นการรวมตัวเกินกว่า 20 คน หรือกระทำการอื่นใด อันเป็นการฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ และประกาศหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หลังจากที่มีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงไป ทำให้มีพี่น้องประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นและสนใจในเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั้น ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงขอตักเตือนไปยังผู้ที่ประกาศชักชวนและผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมว่าหากมีการฝ่าฝืนกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจังและเข้มงวดต่อไป
การกระทำลักษณะดังกล่าว ในส่วนของผู้ที่ประกาศชักชวนนั้น เข้าข่ายความผิดฐานทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(3) ความผิดฐานโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด มีโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ในส่วนผู้ที่ออกมาร่วมกิจกรรม เข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พรก.ฉุกเฉินฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าว ซึ่งการออกมาทำกิจกรรมหรือการชุมนุมในห้วงนี้เป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสูง ซึ่งในข้อกำหนดฯ ได้ประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ อีก 9 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ประกาศหรือคำสั่ง และมาตรการป้องกันโรคที่รัฐบาลกำหนดโดยเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองต่อไป
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า การชักชวน ปลุกปั่น ให้กระทำผิดในลักษณะอารยะขัดขืน ฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคและวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน และขอให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ใช้วิจารณญาณในการเลือกรับฟังข้อมูลข่าวสาร หลีกเลี่ยงการถูกชักชวนให้กระทำความผิด นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...