โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DITTO หุ้นป้ายแดงปิดตลาด+113.33% ที่ราคา 16.00 บาท ชูจุดแข็งผลงานโตต่อเนื่อง

Moneyclub

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 10.06 น. • Money Club Asia

DITTO ราคาปิดตลาด เทรดวันแรก ปิดอยู่ที่ 16.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาท หรือ +113.33% จากราคา IPO 7.50 บาทต่อหุ้น  โดยราคาสูงสุดอยู่ที่ 19.30 บาท และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 15.70 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 2,636,203.98 ล้านบาท

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯจากการประมาณการเบื้องต้น มูลค่าที่เหมาะสมของบมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) หรือ DITTO อยู่ที่ 8.31 บาท ทำให้ยังมีอัพไซด์จากราคา IPO หรือมี Forward P/E ที่ 26.07 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 45.55 เท่า เนื่องจากมีงานในมือและสัญญาการให้บริการที่คาดจะส่งมอบ และรับรู้รายได้ในปีนี้ที่ประมาณ 340 ล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจด้านการจัดการเอกสารซึ่งส่วนงานนี้มีการเติบโตกว่า 65% และมีสัดส่วนเกือบ 40% ของรายได้รวมในปีก่อน เนื่องจากระบบงานของภาครัฐจำนวนมากที่ยังใช้ระบบการจัดการเอกสารจากกระดาษ และรอการเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบดิจิทัล

รวมทั้งจากการระบาดของโควิด-19 ยังเป็นตัวช่วยเร่งให้มีการใช้การจัดเก็บเอกสารรูปแบบดิจิทัลมากขึ้นแม้ว่าการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและรายได้จากการให้บริการและรับเหมาวิศวกรรมคาดจะชะลอตัวเนื่องจาได้รับผลกระทบของโควิด-19 นอกจากนี้จากแผนการลงทุนของบริษัทที่จะช่วยเพิ่มในส่วนงานด้านระบบบริหารจัดการเอกสารซึ่งมีมาร์จิ้นสูงจะช่วยหนุนให้มีการเติบโตต่อเนื่องในปี 65 อย่างไรก็ตามหากการระบาดยังคงยืดเยื้อ อาจส่งผลให้การรับรู้รายได้ของบริษัทในปีนี้ลดลง จากการชะลอตัวหรือมีการเลื่อนโครงการใหม่ออกไป

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯประเมินมูลค่าเบื้องต้นของ บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย)(DITTO) จากแนวโน้มกำไรปี 64 ตลาดประเมินที่ 150-180 ล้านบาท +45%YoY อิงกับหุ้นที่เป็น Technology platform ในไทย อย่าง NETBAY, HUMAN ที่เทรดบน P/E 35-40X ประเมินกรอบราคาเหมาะสมเท่ากับ 13.30-15.00 บาท

ธุรกิจของ DITTO มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มและอยู่บนเมกะเทรนด์ Digital transformation สะท้อนจากอุตสาหกรรมที่เติบโตเฉลี่ย 70% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า ทำให้ผลงานมีโอกาสขยายตัวได้อย่างโดดเด่น

ราคาเสนอขาย 7.50 บาท/ หุ้น (พาร์ 0.50 บาท) มูลค่ารวม 600 ล้านบาท คิดเป็น P/E เสนอขาย 29 เท่า (Fully diluted EPS = 0.26 บาท, กำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง เท่ากับ 114 ล้านบาท/440 ล้านหุ้น)

ผลประกอบการช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาจากธุรกิจบริการระบบจัดการเอกสาร ขึ้นมาเป็นรายได้หลักมีสัดส่วนถึง 40% ซึ่งมีอัตรากำไรที่สูงกว่าธุรกิจเดิม สะท้อนบน NPM จาก 3% เป็น 11.5% และมี ROE สูงถึง 38% ต่อปี

โครงการในอนาคตของบริษัท

การลงทุนเพื่อขยายศูนย์กระจายการให้บริการ สำหรับการให้บริการบริหารจัดการระบบงาน (Business Process Outsourcing) และระบบบริหารจัดการเอกสาร โดยบริษัทวางแผนตั้งศูนย์ให้บริการจำนวน 9 แห่งทั่วประเทศเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจัดตั้งภายในไตรมาส 3/64 และเปิดให้บริการศูนย์แรกภายในไตรมาส 1/65 และพร้อมดำเนินงานทั้ง 9 แห่งภายในไตรมาส 4/65 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 219 ล้านบาท

การลงทุนพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารสำหรับให้บริการบนระบบคลาวด์ เพื่อขยายรูปแบบการให้บริการรับกับสมัยใหม่ โดยบริษัทจะเริ่มต้นการพัฒนาภายในไตรมาส 3/64 และคาดว่าจะสามารถพัฒนาเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4/65 โดยจะใช้เงินทุนหมุนเวียนที่ได้จากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งนี้รวมประมาณ 50 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...