โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“จั๋ง” ไม้ประดับฟอกอากาศ ผลิตมากที่ เมืองกุกกุฎนคร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 07 พ.ค. 2564 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2564 เวลา 08.39 น.

หลายคนมักจะเข้าใจกันว่าอากาศในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศนั้นมีความสะอาดและปลอดภัย แต่หลายคนคงยังไม่ทราบกันว่า ในห้องปรับอากาศที่แสนเย็นสบาย หรือห้องต่างๆ ที่ปิดทึบนั้นมีมลภาวะมากกว่าสิ่งแวดล้อมภายนอกหลายเท่า

การปลูกต้นไม้ไว้ในห้อง หรือในอาคารถือเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้สภาพอากาศในห้องดีขึ้นได้ เพราะต้นไม้จะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษและจุลินทรีย์ภายในห้องได้

ด้วยความหลากหลายของต้นไม้ที่มีคุณสมบัติ สามารถช่วยปรับสภาพอากาศภายในห้องให้ดีขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชนทั่วไปนิยมนำมาปลูกประดับตกแต่งเพิ่มความสวยงามภายในสถานที่ทำงาน อาคารบ้านเรือน และสวนหย่อมกันเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน ต้นไม้ที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในห้องและตามอาคารสถานที่ต่างๆ ในบ้านเรานั้นมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายต้นไม้ทั่วๆ ไป ซึ่งต้นไม้แต่ละชนิดที่นำมาปลูกประดับตกแต่งนั้นจะมีความแตกต่างกัน ทั้งเรื่องของพรรณไม้ ขนาดของลำต้น สีสันของดอก ใบ และที่สำคัญคือการนำไปใช้งานง

จั๋ง เป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาปลูกประดับตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เพราะด้วยความสวยงาม ทนทาน ขนาดของต้นไม่ใหญ่มาก และมีความสามารถในการช่วยปรับสภาพอากาศ ช่วยดูดไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ได้ดีเท่าต้นหมากเหลือง ทำให้ต้นจั๋งได้รับความนิยมนำมาปลูกประดับตามอาคารสถานที่ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันแหล่งผลิตต้นจั๋งในบ้านเรานั้นมีให้เห็นอยู่ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะชุมชนหมู่บ้านแคร่ ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

หมู่บ้านแคร่ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีชื่อเสียงและความชำนาญในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ต้นจั๋งที่มีคุณภาพเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ต้องการของตลาดในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่งในแต่ละปีนั้นสามารถทำรายได้ให้กับชุมชนได้มากกว่ารายได้จากการปลูกพืชหลักที่ทำอยู่ง

รับซื้อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ

สร้างรายได้เป็นเท่าตัว

จั๋ง เดิมที่เป็นพืชที่คนในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ นำยอดอ่อนมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน ซึ่งจะมีรสชาติขมเล็กน้อยคล้ายกับหวาย ในขณะที่คนในชุมชนมองว่าต้นจั๋งเป็นพืชที่นำมาปรุงเป็นอาหารได้นั้น คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะ ได้มองเห็นว่าต้นจั๋งนั้น สามารถนำมาปลูกใส่กระถางและนำมาประดับตกแต่งเพิ่มความสวยงามตามอาคารได้อีกทางหนึ่ง

คุณศรีรัตน์ วงค์สุนะ เป็นคนลำปางที่มีอาชีพขับรถออกขายของตามต่างจังหวัด ทำให้ได้พบเห็นต้นไม้หลากหลายชนิดซึ่งรวมถึงต้นจั๋งไม้ประดับสารพัดประโยชน์ชนิดนี้

“ผมมองว่าต้นจั๋งเป็นต้นไม้ที่สามารถขุดใส่กระถางแล้วนำไปขายเป็นไม้ประดับให้กับโรงแรมหรือว่าบ้านจัดสรรได้ แต่นั้นก็เป็นเพียงความคิดที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำหรือเปล่า เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตลาดมันเป็นอย่างไร ส่งขายที่ไหน ราคาเท่าไหร่ มีคนต้องการหรือเปล่าและที่สำคัญเทคนิควิธีการปลูก ขุด ห่อ ดูแลรักษาก็ยังไม่มีในตอนนั้นทำได้แค่เพียงหยิบสมุดขึ้นมาจดบันทึกไว้ว่าเจอต้นไม้แปลกๆ ที่บ้านแม่ป๋าน อำเภอลอง จังหวัดแพร่”

หลังจากออกขายของตามต่างจังหวัดมาหลายวัน คุณศรีรัตน์ ก็กลับมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านจนวันหนึ่งได้ผ่านไปแถวๆ บ้านน้ำโท้ง ซึ่งเป็นตลาดแถวๆ หนองกระทิง ก็ได้เห็นต้นจั๋งอยู่บนรถปิกอัพคันหนึ่ง จึงจอดรถและลงไปถามเจ้าของรถ จนได้คำตอบว่าจะเอาไปส่งให้เถ้าแก่ที่สวนเนิร์สเซอรี่ในตัวจังหวัดลำปาง

“ตัดสินใจขับรถตามไปส่งของที่สวนและได้เห็นว่าที่นี่เขามีต้นไม้พักไว้เพื่อรอส่งขายเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นแหล่งรับซื้อที่ใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง จึงเดินไปถามเจ้าของรถปิกอัพอีกครั้งว่ารับซื้อมาต้นละเท่าไหร่ และเถ้าแก่เขารับซื้อต้นเท่าไหร่ เขาก็บอกว่ารับมาจากชาวบ้านโดยซื้อเหมายกเป็นสวนซึ่งราคาก็แล้วแต่จะตกลงส่วนราคาที่เถ้าแก่เขารับซื้อนั้นจะอยู่ที่ต้นละ 10 บาท ”คุณศรีรัตน์ กล่าว

สอบถามราคารับซื้อและราคาขายเป็นที่เรียบร้อย เช้าวันรุ่งขึ้นคุณศรีรัตน์ จึงชวน คุณอนัน ปีบ้านใหม่ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ คุณผิน มณีวรรณ ออกหาซื้อต้นจั๋งเพื่อนำมาส่งขายให้กับเถ้าแก่ในตัวจังหวัดลำปาง

“ผม คุณอนัน และ คุณผิน ตระเวณหาซื้อต้นจั๋งได้ทั้งหมด 230 ลำ นำไปส่งขายให้กับเถ้าแก่ซึ่งครั้งแรกที่ไปส่งยังไม่เป็นที่พอใจของเถ้าแก่ เพราะสินค้าที่เราเอาไปส่งนั้นเรายังขุดไม่เป็น ห่อตุ้มถุงไม่เป็น ขนส่งก็ยังไม่เป็น ทำให้สินค้าเกิดความเสียหาย ใบแตก ขุดขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะตายหรือเปล่าแต่เถ้าแก่ก็ใจดีรับซื้อของไว้ทั้งหมดแต่มีเงื่อนไขยังไม่จ่ายเงินเพราะต้องขอดูอาการของต้นไม้ก่อนเจ็ดวัน”

“หลังจากครบกำหนดเจ็ดวันผมก็มารับเงินซึ่งตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะได้เงินเท่าไหร่ รับมาก็เอามานับได้ทั้งหมด 2,340 บาท นั้นก็หมายความว่าต้นไม้ที่นำมาส่งไม่มีต้นไหนที่ตาย หลังจากนั้นมาผมก็ทำการค้ากับเถ้าแก่ไปพร้อมๆ กับศึกษาวิธีการขุดและห่อตุ้มถุงรวมถึงกระบวนการขนส่งจนชำนาญจากสวนเนิร์สเซอรี่” คุณศรีรัตน์ กล่าว

คุณศรีรัตน์ คุณอนัน และคุณผิน ออกตระเวณหาซื้อต้นจั๋งในเขตภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทั้ง แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ไปถึงแม่จัน แม่สาย จนแหล่งรับซื้อเริ่มน้อยลงทำให้ราคารับซื้อเริ่มสูงขึ้นจากเดิมเป็นลำละ 5 บาท แต่ช่วงนั้นคุณศรีรัตน์ และเพื่อนๆ ก็ยังออกหารับซื้อและนำมาส่งขายให้กับเถ้าแก่เหมือนเดิม

เป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่คุณศรีรัตน์ และเพื่อนๆ ก็ยังออกหาซื้อต้นจั๋งไปขายให้กับเถ้าแก่เหมือนเดิม ซึ่งเถ้าแก่เองก็เห็นใจขึ้นราคาให้เป็นลำละ 15 บาท จนราคาสูงขึ้นถึงลำละ 60 บาท แต่เถ้าแก่ก็ยังรับซื้อ คุณศรีรัตน์ และเพื่อนๆ เห็นว่าราคาดีจึงเอามาปลูกเองที่หมู่บ้านพร้อมกับแนะนำส่งเสริมให้กับชาวบ้านปลูกและก็รับซื้อไปขายต่ออีกทีหนึ่ง 

ส่งเสริมปลูกในพื้นที่

ตลาดดี เป็นที่น่าพอใจ

ด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่แหล่งรับซื้อเริ่มน้อยลงทำให้คุณศรีรัตน์ และเพื่อนๆ ได้นำมาปลูกเองในหมู่บ้านโดยเริ่มปลูกในพื้นที่ของคุณผินเป็นที่แรก ซึ่งขณะนั้นเองก็มีชาวบ้านหลายคนให้ความสนใจแบ่งพื้นที่มาปลูก

“นำมาปลูกในพื้นที่พร้อมกับส่งเสริมให้ชาวบ้านในตำบลซึ่งส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ทำการเกษตร ปลูกถั่วลิสง ถั่วเหลือง ทำนา ซึ่งช่วงแรกที่เข้าไปส่งเสริมนั้นจะแนะนำวิธีการปลูกลงพื้นดินกลางแจ้ง โดยระยะห่างระหว่างต้นและแถวจะอยู่ประมาณ 1×1 เมตร ซึ่งการปลูกด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้แตกหน่อเพิ่มขึ้นและจากนั้นสามเดือนก่อนที่จะขุดขายก็จะคลุมด้วยซาแรนพร้อมกับใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เล็กน้อยเพื่อช่วยทำให้ใบเขียว สวย มันวาว เป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งขึ้น”

“ส่วนการดูแลรักษานั้นจะไม่ค่อยมีเพราะจั๋งเป็นพืชที่ไม่ค่อยมีโรคและแมลง ใช้พื้นที่ในการผลิตก็น้อย ทำให้ไม่ต้องดูแลมากแต่พื้นที่ที่ใช้ปลูกนั้นจะต้องเป็นดินร่วนซุยน้ำสามารถผ่านได้ดี” คุณศรีรัตน์ กล่าว

หลายคนหันมาปลูกต้นจั๋งเสริมจนปัจจุบันมีพื้นที่การผลิตทั้งตำบลมากถึง 700 ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่บ้านแคร่ บ้านใหม่ และบ้านหัวทุ่ง แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตรเดิมนั้นก็ยังมีปริมาณที่น้อยกว่า เพราะพื้นที่ที่ใช้ปลูกต้นจั๋งนั้นใช้ไม่มากสามารถปลูกตามพื้นที่ว่างๆ บริเวณหลังบ้านหรือตามหัวไร่ปลายนาได้แต่ถ้าหากต้องการผลิตให้ได้ปริมาณที่มากๆ ก็ใช้พื้นที่เพียงไม่กี่ไร่ก็สามารถผลิตได้

จากการขยายพื้นที่ปลูกทำให้ปริมาณต้นจั๋งมีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อตลาดรับซื้อเดิมไม่สามารถรับซื้อได้หมด หลายคนหาตลาดเองโดยการนำสินค้าส่งเข้าไปขายในกรุงเทพฯ บางรายก็เข้าไปขายเองที่สวนจตุจักร ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“สำหรับตลาดรับซื้อนั้น จะอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะที่ราบ 11 จะมีคนมารอรับซื้อและก็จะไปกระจายขายต่อตามจังหวัดต่างๆ และอีกที่หนึ่งคือตลาดนัดจตุจักรซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มีร้านประจำอยู่ บางครั้งก็มานั่งขายเอง ทำให้การขนส่งสินค้าในแต่ละครั้งต้องใช้รถในการขนส่งมากถึง 30 คัน” คุณศรีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน ชาวบ้านตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้จัดตั้งกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับรวบรวมสินค้าที่มีทั้งต้นจั๋ง ลีลาวดี ปาล์ม หมากเหลือง ฯลฯ ไว้จำหน่าย ท่านใดที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามไปได้ที่ โทร. (081) 998-3885 (คุณบุญส่ง อินคำเชื้อ) (081) 724-9202 (คุณสมัย ก๋าจารี) (087) 181-0091 (คุณวร จันทร์ปัน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...