โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด “ไทยชนะ” วันแรก คนแห่ลงทะเบียน-เช็กอินคึกคัก

สำนักข่าวไทย Online

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2563 เวลา 13.30 น.

กทม. 17 พ.ค. - วันนี้เป็นวันแรกที่เว็บไซต์ ไทยชนะ.com เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00 น. มีผู้ประกอบการและประชาชนเข้าไปลงทะเบียนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันโรคคึกคัก เฉพาะช่วงเช้าตรวจสอบการใช้งานพบยอดเช็กอินมากถึง 4,600 คน/นาที  

นพ.พลวรรธ์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า www.ไทยชนะ.com วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดระบบให้ลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ การตรวจสอบตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึง 11.30 น. ซึ่งเป็นช่วงก่อน ศบค.จะแถลง พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนใช้งานในระบบ 26,736 ร้าน และมีผู้ใช้งานด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดเช็กอินมากถึง 4,635 ต่อนาที ส่วนตัวเลขเช็กเอาท์มีมากถึง 155,486 คน

นพ.พลวรรธ์ ยังย้ำว่า แพลตฟอร์มไทยชนะ มีความปลอดภัย หน่วยงานใช้เพื่อดูแลควบคุมโรค ไม่ได้มีจุดประสงค์นำไปใช้งานอย่างอื่น จึงขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันลงทะเบียน  

นอกจากนี้ นพ.พลวรรธ์ ยังอธิบายเพิ่มว่า ในแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ.com” เมนูสำคัญ ประกอบด้วย การค้นหาร้านค้า โดยผู้ประกอบการจะต้องลงทะเบียนอย่างถูกต้อง การกรอกข้อมูลต่างๆ ต้องถูกต้อง โดยเฉพาะการลงชื่อผู้ติดต่อที่ไม่ต้องระบุคำนำหน้า นาย นาง นางสาว การใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชนต้องใส่ให้ครบ 13 หลัก ส่วนรหัสหลังบัตรประชาชน 2 หลักแรกที่เป็นตัวอักษรก็ต้องกรอกให้ถูกต้อง รวมถึงต้องใส่เบอร์โทรศัพท์และอีเมล เมื่อลงทะเบียนเสร็จให้ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนอีกครั้งใน 24 ชั่วโมง หากเกิดข้อผิดพลาดให้ลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้คิวอาร์โค้ดใช้งานได้ 

ตัวอย่างนี้ คือ เมื่อประชาชนสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วจะเห็นความหนาแน่นของผู้ใช้บริการในแต่ละร้านค้า และเห็นความจุสูงสุดที่สามารถรองรับได้ หากประชาชนไปหลายคน หรือไปเป็นครอบครัว และไม่สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดได้ครบทุกคน ร้านค้าจะต้องหาวิธีบันทึกว่าใครมาใช้บริการบ้าง ที่สำคัญย้ำเตือนประชาชนอย่าลืมเช็กเอาท์ เพื่อไม่ให้คนอื่นที่แวะเข้ามาดูคิดว่ายังมีคนใช้บริการอยู่ เพราะขณะนี้ “ไทยชนะ” ยังไม่มีบริการตัดระบบอัตโนมัติ

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.ย้ำตัวเลขผู้ลงทะเบียนสูงสุด 10 จังหวัด ว่ามี 11,599 ร้าน 

ส่วนแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ที่ให้ผู้ประกอบการและประชาชนลงทะเบียน หลังมีมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 2 ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้บังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือ และจะเป็นผลดีกับทุกคน เพื่อรับทราบความหนาแน่นของผู้ไปใช้บริการ ส่งผลดีกับผู้เปิดกิจการ และเพื่อเป็นการตรวจสอบมาตรการต่างๆ ซึ่งทุกอย่างมีความสะดวกและไม่ได้ยุ่งยาก ประชาชนผู้ไปใช้บริการให้สแกนคิวอาร์โค้ดของร้านนั้นๆ เพื่อเข้าไปดูว่ามีผู้ใช้บริการอยู่เท่าไหร่ หากพบมีผู้ใช้บริการติดโควิด-19 สามารถจำกัดตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มไทยชนะ มีช่องทางสื่อสารทั้งเบอร์โทร 1119 และ Line ไทยชนะ เพื่อตอบข้อซักถามและปัญหาต่างๆ ด้วย

ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่วันนี้ลงพื้นที่ตรวจห้างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับทีมงาน ศบค.เพื่อวัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ และประเมินการใช้งานแพลตฟอร์ม "ไทยชนะ" // ซึ่งทันทีที่เข้าห้างนายพุทธิพงษ์ได้ทดลองเข้าแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อใช้บริการร้านขายเสื้อผ้าและร้านอาหาร รวมถึงทดลองใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะ และวัดอุณหภูมิผู้มาใช้บริการห้างด้วย

นายพุทธพงษ์บอกว่า ขอบคุณผู้ประกอบการและประชาชนที่ให้ความร่วมมือใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ ภาพรวมพบว่าคนที่เข้ามาใช้บริการในห้างประมาณกว่า 2 ล้านคน มีร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 40,000 ร้าน ส่วนที่เซ็นทรัลเวิลด์ มีผู้มาใช้บริการประมาณ 5,000 คน ยอมรับการมาห้างอาจมีขั้นตอนมากขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวได้ 

สำหรับการใช้งาน "ไทยชนะ" อาจมีปัญหาอยู่บ้าง เช่น การค้นหาร้านค้า สังเกตว่าช่วงเที่ยงถึงบ่ายจะเข้าค้นหายาก แต่ทีมงานเมื่อทราบปัญหาก็ได้ปรับระบบทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ  นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนารูปแบบไทยชนะ ให้มีภาษาอังกฤษ และจีนด้วย คาดใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน ระบบจะปรับปรุงได้สมบูรณ์ และวันนี้ที่เป็นวันแรก ภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ . - สำนักข่าวไทย  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...